
เปิดใจ 7 บุคคลในภาพถวายงาน"สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ"
วธ.เปิดความในใจ 7 บุคคลในภาพแห่งความทรงจำ ถวายงานสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ล้วนปลื้มปิติ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจดูแลทุกข์สุขประชาชน
เมื่อวันที่ 27 ก.ค. ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมารเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 28 กรกฎาคม 2559 กระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ได้ดำเนินโครงการตามหาบุคคลในภาพแห่งความทรงจำ 7 ภาพ ที่ได้มีโอกาสถวายงานพระองค์ในการเสด็จพระราชดำเนินทรงงานตามท้องถิ่นภูมิภาคต่างๆ เพื่อเผยแพร่พระราชกรณียกิจอันทรงคุณค่าในด้านต่างๆตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันให้เป็นที่ประจักษ์แก่ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ
“พระราชกรณียกิจส่วนใหญ่ เกี่ยวกับการสาธารณสุข การศึกษา การเกษตรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ จะเห็นได้ว่า ทุกพระราชกรณียกิจมีส่วนช่วยเหลือประชาชน และเป็นการพัฒนาประเทศ ทั้งนี้ ภาพทั้ง 7 ภาพ คัดเลือกจากหลายหลายสาขาอาชีพ เพื่อให้แต่ละคนได้ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจของพระองค์ให้ประชาชนรับทราบ เพื่อให้ประชาชนได้น้อยระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ในด้านต่าง ๆ “ นายวีระ กล่าว
ดร.วิวัฒน์ โรจนพิทยากร อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราช-ยะหา จังหวัดยะลา ปัจจุบันอายุ 65 ปี เป็นผู้อำนวยการศูนย์นโยบายและการจัดการสุขภาพ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล บุคคลในภาพที่ 1 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2522 กล่าวว่า พระองค์ทรงมีภารกิจมากมาย สามารถมีภาพเป็นนับล้าน ตนจึงภาคภูมิใจที่ได้อยู่ในภาพ โดยในภาพเป็นวันเปิดโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา จ.ยะลา รพ.สมเด็จฯนั้น สร้างโดยทรัพย์สินส่วนพระองค์ทั้งหมด 20 แห่ง ในท้องถิ่นทุรกันดาร ห่างไกลจากบริการสุขภาพ เป็นพื้นที่อันตราย มีผู้ก่อร้าย ซึ่งรพ.สมเด็จฯนั้นอำนวยความประโยชน์แก่ชาวบ้าน จึงรู้สึกภาคภูมิใจมากที่ตนได้เป็น รพ.สทเด็จฯ ที่จ.ยะลาเป็นคนแรก
“ได้ตามเสด็จอย่างใกล้ชิด ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินดูกิจการภายในรพ. พระองค์ทรงตรัสไว้ว่า ให้รพ.เป็นที่พึ่งของประชาชน ให้รักษาโรคภัยไข้เจ็บของประชาชนเต็มความสามารถ ผมก็นำที่พระองค์ตรัสไปถ่ายทอดเจ้าหน้าที่ในรพ. ซึ่ง รพ.ก็ได้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ของพระองค์ท่านมาตลอด”ดร.วิวัฒน์ กล่าว
ด้าน นายสุขสันต์ มลิทอง อดีตเกษตรจังหวัดสุพรรณบุรี อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปัจจุบันอายุ 79 ปี เป็นกรรมการสมาคมข้าราชการอาวุโสแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษาสมาคมนักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ที่ปรึกษาศูนย์วุฒิอาสาคลังสมองของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในส่วนของจังหวัดนนทบุรี ที่ปรึกษามูลนิธิองค์การนานาชาติเพื่อการศึกษา บุคคลในภาพที่ 2 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนิน ไปทรงทำปุ๋ยหมักจากผักตบชวา และวัชพืชต่างๆ เป็นปฐมฤกษ์ ตามโครงการรณรงค์ทำปุ๋ยหมัก เพื่อพระราชทานแก่เกษตรกร นำไปปรับปรุงคุณภาพดินให้มีความอุดมสมบูรณ์สูงขึ้น ณ บ้านแหลมสะแก ตำบลเดิมบาง อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี เมื่อ วันที่ 23 มีนาคม 2528 กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นที่ทรงเสด็จเป็นองค์ประธานทำปุ๋ยหมัก หว่านปุ๋ย หว่านข้าว และเก็บเกี่ยวข้าวที่จ.สุพรรณ ถึง 3 ครั้ง ยังความปลื้มปิติให้กับเกษตรกรทั้้งประเทศ น้อยครั้งนักที่เจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน จะทรงทำปุ๋ยหมักเพื่อใช้ในการปรับปรุงดิน พระองค์ยังทรงสนใจเรื่องการเกี่ยวข้าว หลังจากนั้น ตนยังได้นำข้าวจากสถานีข้าวที่ปลูกไว้ในกระถาง มาให้พระองค์ทรงทดลองเกี่ยวในที่ทรงงานที่กรมทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ซึ่งตลอดเวลา พระองค์ทรงแย้มพระสรวลตลอด มีอารมณ์ขัน และทรงตั้งใจทดลองเกี่ยวข้าวอย่างตั้งใจ



