
เพื่อนบ้าน-ร.ร.-ญาติ! จิตแพทย์เตือนระวังหลอกเด็กเล็ก"เดินยา"
จิตแพทย์ระบุเด็กเล็กยังขาดวุฒิภาวะ ถูกหลอกให้ “เดินยา”ได้ง่าย เตือนระวัง เพื่อนบ้าน-โรงเรียน-ญาติ มีโอกาสล่อลวงเด็ก แนะพ่อแม่สังเกตพฤติกรรมลูก –รับฟัง
เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน นพ.กิตต์กวี โพธิ์โน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ กล่าวถึงกรณีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.)เปิดเผยสถานการณ์ค้ายาเสพติดมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยมีการดึงเด็กเล็กอายุ 7 ขวบเข้ามาจัดส่งยา หรือเป็นเด็กเดินยาว่า กรณีเด็กเล็กยังขาดความยับยั้งชั่งใจ และยังขาดวุฒิภาวะในการพิจารณา จึงถูกล่อลวงได้ง่าย สิ่งสำคัญ คือ พ่อแม่ ต้องสังเกตพฤติกรรมลูก โดยเฉพาะเด็กเล็กอายุไม่ถึง 10 ปี อาจสังเกตได้จากพฤติกรรมการรับประทานอาหาร กินข้าวน้อยลง กระวนกระวายมากขึ้น ที่สำคัญมีเงินซื้อของเล่นใหม่ๆ ทั้งๆที่พ่อแม่ หรือญาติไม่ได้ซื้อให้ ประกอบกับร่างกายซูบผอม นอนหลับน้อยลง หงุดหงิดง่าย ก้าวร้าวกับพ่อแม่ เป็นต้น
“หากพบพฤติกรรมเหล่านี้ต้องพูดคุยกับลูก ต้องเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ ไม่ใช่ความผิดของพ่อแม่ เพราะพ่อแม่เมื่อเจอปัญหาเช่นนี้ มักโทษตัวเอง บางคนกลายเป็นโรคซึมเศร้า ต้องมีจิตใจมั่นคง คิดว่าลูกยังเด็กย่อมถูกล่อลวงได้ แต่สามารถแก้ไขได้ เพียงพ่อแม่รับฟัง เพราะลูกอยากคุย อยากมีคนช่วยเหลืออยู่แล้ว ซึ่งพ่อแม่สามารถโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือปรึกษาได้ที่ศูนย์ให้คำปรึกษาปัญหาสารเสพติดตามโรงพยาบาลทุกแห่ง ส่วนกรณีเด็กเล็กที่ถูกหลอกให้เดินยา สิ่งที่ต้องระวัง คือ ผู้ใกล้ชิด ทั้งเพื่อนบ้าน หรือโรงเรียน หรือแม้แต่ญาติก็มีโอกาสทั้งนั้น จึงต้องระมัดระวังและสังเกตพฤติกรรมเด็กด้วย” นพ.กิตต์กวี กล่าว
นพ.กิตต์กวี กล่าวอีกว่า ปัญหายาเสพติดพบได้ทุกช่วงวัย อย่างที่โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมฯ เคยพบอายุน้อยสุดระหว่าง 12-13 ปี แต่ส่วนใหญ่จะพบในอายุ 18-30 ปี ขณะเดียวกันเคยพบผู้เสพที่อายุมากสุดคือ 60 ปีก็มี เนื่องจากเพื่อนท้าทายให้ลองเสพ แต่ขณะนี้ได้เข้ามาบำบัด ซึ่งอยากบอกว่า ทุกช่วงอายุมีความเสี่ยงติดยาเสพติดได้ทั้งนั้น อยู่ที่ว่าจะมีสติรับมือได้หรือไม่



