ไลฟ์สไตล์

 ‘เปิดใจ’เอกรัฐนายกสมาคมนักศึกษาไทยม.อัลอัซฮัร อียิปต์

 ‘เปิดใจ’เอกรัฐนายกสมาคมนักศึกษาไทยม.อัลอัซฮัร อียิปต์

23 มิ.ย. 2559

เปิดการศึกษาโลกมุสลิมตอน : ‘เปิดใจ’เอกรัฐ พิทักษ์เมธานนท์ นายกสมาคมนักศึกษาไทย ม.อัลอัซฮัร อียิปต์

           กระแสข่าวสะเทือนทั่วโลกที่มีนักศึกษามุสลิมไทยศึกษาอยู่ในต่างประเทศ เมื่อมีการ “ส่องนักศึกษามุสลิมในต่างแดน” ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด คอลัมน์เปิดโลกการศึกษามุสลิมได้สอบถาม “เอกรัฐ พิทักษ์เมธานนท์” นายกสมาคมนักเรียนไทยในกรุงไคโร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประเทศอียิปต์ มาเล่าเรื่องราวชีวิตนักศึกษาศาสนาในต่างแดน

           เอกรัฐเล่าว่า มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรนั้น มีแนวทางในการเรียนการสอนที่เป็นหลักสูตรอิสลามสายกลาง สามารถอยู่ร่วมกับคนต่างศาสนิกอย่างสันติ ไม่สนับสนุนให้นักศึกษามีแนวคิดเกี่ยวกับความรุนแรง และต่อต้านการก่อการร้ายทุกรูปแบบ และมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรยังได้ปลูกฝังนักศึกษาถึงโทษของการก่อการร้าย ขณะเดียวกันสมาคมนักเรียนไทยในกรุงไคโร ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประเทศอียิปต์ ทำหน้าที่ประชุมร่วมกับองค์กรต่างๆ ที่มีอยู่ในประเทศอียิปต์ 

           เช่น มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร ศูนย์เตรียมภาษามหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสมบัติ กระทรวงศึกษาธิการ และองค์กรต่างๆ เป็นตัวกลางประสานงานด้านต่างๆ กับทางสถานเอกอัครราชทูต เพื่อจัดโครงการที่มีคุณประโยชน์แก่นักศึกษาไทยในอียิปต์ ประสานงานกับชมรมต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับนักศึกษาไทยในอียิปต์ ซึ่งเป็นการทำงานที่ต้องใช้ความอดทนและเป้าหมายที่ชัดเจนในรูปแบบของทางการมากขึ้น เนื่องจากนักศึกษาที่เดินทางมาศึกษายังมหาวิทยาลัยอัลอัซฮัรมาก การดูแลของสมาคมต้องชัดเจนและมีข้อมูลพร้อมเกี่ยวกับสมาชิกนักศึกษาไทยทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันชมรมที่เป็นสมาคมชิกสมาคมมีทั้งหมด 39 ชมรม โดยแบ่งเป็นภาคใต้ 24 ชมรม ภาคกลาง 14 ชมรม และภาคเหนือ 1 ชมรม 

           นายกสมาคมเล่าให้ฟังว่า สังคมโดยรวมของนักศึกษาไทยในอียิปต์ นักศึกษาที่อยู่ต่างชมรมกันส่วนใหญ่จะรู้จักกันโดยผ่านทางกิจกรรมที่สมาคมจัดขึ้น และการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย สมาคมคือจุดศูนย์รวมที่ทำให้นักศึกษาไทยได้รู้จักกัน ไม่ว่าจะมาจากภาคกลางหรือภาคใต้ก็ตาม ทุกคนอยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดี ไม่มีคำว่าแบ่งแยกใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นสมาคมจึงเป็นเหมือนจุดศูนย์รวมของนักศึกษาไทยในอียิปต์

           ในส่วนของชมรมที่ไม่เข้าร่วมกับทางสมาคมนั้น สมาคมไม่ได้มีการแบ่งแยกใดๆ ในการให้ความช่วยเหลือแก่สมาชิกของชมรมเหล่านั้น เนื่องจากการทำงานของสมาคมคือการช่วยเหลือนักศึกษาไทยทุกคนที่อยู่ในประเทศอียิปต์ ดังนั้นหากมีการขอความช่วยเหลือมา สมาคมจึงมีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือในการช่วยเหลือ โดยไม่มีการแบ่งแยกว่ามาจากชมรมที่เป็นสมาชิกของสมาคมหรือไม่ 

           ทั้งนี้สมาคมพยายามจะพัฒนาการจัดโครงการต่างๆ เพื่อเป็นการดึงดูดให้นักศึกษาไทยมาเข้าร่วมให้ได้มากที่สุด นายกได้อธิบายถึงตำแหน่งต่างๆของกรรมการสมาคม มีการแบ่งหน้าที่หลักๆ ออกเป็น 12 ตำแหน่งด้วยกัน และทุกๆ 1 ปี จะมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนผู้รับผิดชอบตำแหน่งต่างๆระหว่างภาคใต้และภาคกลาง โดยแบ่งเป็นภาคกลาง 6 ตำแหน่ง และภาคใต้ 6 ตำแหน่ง เพื่อช่วยกันในการบริหารสมาคมในปีนั้นๆ 

           ดังนั้นถ้าจะถามว่านักศึกษา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการเข้าสังคมและเข้าร่วมการทำงานของสมาคมอย่างไรบ้างก็สามารถตอบได้เลยว่า ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาที่มาจาก 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือนักศึกษาที่มาจากส่วนใดของประเทศไทยก็ตาม มีส่วนร่วมในการบริหารสมาคมและมีบทบาทในการพัฒนาสมาคมฯ

           ส่วนใหญ่แล้ว การจัดกิจกรรมของสมาคมก็ได้รับความร่วมมือจากนักศึกษา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างดี สำหรับภาษามลายูนั้น ไม่เป็นอุปสรรคใดๆ ในการทำงานของสมาคมเลย กลับมองว่าเป็นการเรียนรู้ซึ่งกันและกันมากกว่า เนื่องจากนักศึกษาภาคกลางก็จะได้เรียนรู้เกี่ยวกับภาษามลายู จนกระทั่งทำให้บางคนฟังและพูดภาษามลายูได้เลยทีเดียว ส่วนนักศึกษาที่พูดภาษามลายูนั้น ก็จะได้ฝึกฝนทักษะในการพูดคุยภาษาไทยได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ถ้าพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นการพัฒนาทางด้านภาษาของทั้งสองฝ่าย

           “อิสลามตามรากศัพท์เดิมแปลว่าสันติ ดังนั้นอิสลามในมุมมองของผมคือวิถีการดำเนินชีวิตของคนที่นับถือศาสนาอิสลาม การดำเนินชีวิตของบรรดามุสลิมนั้น อาจจะดูแตกต่างกับบุคคลศาสนาอื่นอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึ่งก็เหมือนกับศาสนาอื่นที่มีหลักคำสอนที่แตกต่างกัน แต่ทุกๆ ศาสนาก็มุ่งเน้นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ถึงแม้จะมีความแตกต่างทางด้านหลักคำสอน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีการแตกแยกกันในการอยู่ร่วมกันในฐานะเพื่อนมนุษย์ อิสลามคือศาสนาแห่งสันติ อยากให้ทุกคนเรียนรู้และปรับทัศนคติต่างๆ ที่เกี่ยวกับอิสลาม และศึกษาอิสลามอย่างจริงจัง เพื่อให้เข้าใจอิสลามมากยิ่งขึ้น และในทางกลับกัน มุสลิมก็ต้องเปิดกว้างเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าอิสลามคือศาสนาแห่งการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ มิใช่ศาสนาที่นิยมความรุนแรง" นายกสมาคม
นักศึกษาไทยฯ ไคโร กล่าวทิ้งท้าย