ไลฟ์สไตล์

'สะเต็มศึกษาไม่ใช่เรื่องใหม่'แต่อยากเน้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

'สะเต็มศึกษาไม่ใช่เรื่องใหม่'แต่อยากเน้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

22 มิ.ย. 2559

'สะเต็มศึกษาไม่ใช่เรื่องใหม่'แต่อยากเน้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น : สินีนาฎ ทาบึงกาฬ   สสวท. รายงาน

            จากปัญหาในปัจจุบันที่จำนวนผู้เรียนสายวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีลดลง ตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐานอาชีวศึกษา และอุดมศึกษา นอกจากนี้ การประเมินผลทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ บ่งชี้ว่าการศึกษาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีในระดับโรงเรียน มีคุณภาพโดยเฉลี่ยต่ำ ด้วยเหตุนี้ ล่าสุด กระทรวงศึกษาธิการจึงได้ขับเคลื่อนให้เดินหน้า “สะเต็มศึกษา” (STEM Education) ในประเทศไทย โดยหวังว่าจะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของไทยขึ้นมาได้

            สะเต็มศึกษา หรือ STEM Education (Science Technology Engineering and Mathematics Education) เป็นแนวทางใหม่ในการจัดการศึกษาแบบบูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ตั้งแต่การศึกษาขั้นพื้นฐาน จากปฐมวัยจนถึงอุดมศึกษา อาชีวศึกษา และการศึกษาตลอดชีวิต

            ดร.พรพรรณ ไวทยางกูร  ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)  แสดงความคิดเห็นว่า “ที่ผ่านมา เหตุที่การเรียนการสอนของไทยยังไม่บรรลุเป้าหมาย เกิดจากหลายปัจจัยหลายอย่าง ทั้งครู สื่อการสอน กระบวนการเรียนการสอน ซึ่งการเน้นให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริง จะกระตุ้นความสนใจได้มาก จากผลการวัดและประเมิน จะเห็นได้ว่าเด็กไทยไม่ได้ถูกฝึกให้มีความสามารถในการคิดและการอ่านมากนัก การสอบวัดผลส่วนใหญ่จะเป็นคำถามแบบเลือกตอบ ซึ่งปิดกั้นทางความคิดของเด็กทำให้เด็กไม่ได้พัฒนาเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นการปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับสะเต็มศึกษาต้องเปิดโอกาสให้เด็กได้ตอบคำถามที่ใช้การอธิบาย หรือคำถามแบบปลายเปิด ครูผู้สอนจะได้รู้ว่าเด็กมีความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน ส่วนหนึ่งที่สำคัญคือทักษะของการอ่าน และทักษะคณิตศาสตร์ จะช่วยให้เข้าใจและนำไปปรับใช้กับวิชาอื่นๆ ได้”

            การจัดการเรียนรู้ตามแนวทาง สะเต็มศึกษา สามารถจัดการเรียนรู้ได้หลายแนวทาง “สะเต็มศึกษาไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ สสวท.อยากเน้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น”  เน้นให้เด็กนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะวิชาเหล่านี้เป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิต และการประกอบอาชีพคิดว่ากระบวนการนี้จะสร้างความน่าสนใจ ทำให้เกิดการเรียนรู้กับเด็กไทย

            ผู้อำนวยการ สสวท. ได้อธิบายว่า “สะเต็มศึกษาเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว เพราะมีครูจำนวนมากที่ได้จัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ โดยนำเอาสาระเนื้อหาวิชาต่างๆ มาให้นักเรียนได้เรียนรู้ไปพร้อมกัน การนำสะเต็มศึกษามาใช้ จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ครูจะต้องทิ้งของเดิมทั้งหมด เพียงแต่รู้จักบูรณาการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยต่อจากนี้ไปสังคมไทย และแวดวงการศึกษาของไทยก็จะเห็นการส่งเสริมผลักดันด้านสะเต็มศึกษาจาก สสวท. อย่างเป็นรูปธรรม และนำไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ”

            ผู้อำนวยการ สสวท. กล่าวถึงบทบาทในการขับเคลื่อนสะเต็มศึกษาของ สสวท. ว่า “สำหรับการขับเคลื่อนสะเต็มศึกษาในเบื้องต้น จากกระบวนการเหล่านี้สู่ท้องถิ่น ในรูปแบบของการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานต่างๆ พยายามสร้างเครือข่ายในอนุภูมิภาค เราได้นำวิธีการเหล่านี้มาเสริมศักยภาพเด็ก ด้วยการเรียนรู้จากการทำโครงงานอยู่แล้ว ตอนนี้ก็จะเริ่มใช้กับโรงเรียนในเครือข่ายก่อน หากเรื่องใดมีเนื้อหาที่ลึกก็อาจขอความช่วยเหลือจากอาจารย์มหาวิทยาลัย จากภาคเอกชน หรือผู้ประกอบการ ก็สามารถสนับสนุนองค์ความรู้ได้ เพราะสิ่งที่เราไม่สามารถแก้ปัญหาในระบบโรงเรียนได้ก็คือ งบประมาณในการจัดหาสื่ออย่างเพียงพอ”

            ทั้งนี้ สสวท.คาดหวังว่าการจัดการเรียนรู้ตามแนวทางของ สสวท. รวมทั้ง สะเต็มศึกษา จะกระตุ้นการเรียนการสอนให้เด็กสนใจในการตอบโจทย์เพื่อยกระดับผลการประเมิน PISA ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนและต่อเนื่องระยะยาว เพราะปัญหาของ PISA คือการอ่าน สพฐ.มีนโยบายที่จะผลักดันเรื่องการอ่าน การเรียนการสอนวิชาต่างๆ สามารถเน้นการอ่านได้ ฉะนั้นเรื่อง การอ่านจะเข้ามาแทรกในวิชาต่างๆ นอกจากนี้การวัดและการประเมินผลจะเน้นการคิดวิเคราะห์ให้คุณครูได้ใช้เป็นตัวอย่าง จึงควรปรับเปลี่ยนกระบวนการวัดและประเมินผลที่เน้นความจำ ให้นักเรียนได้อธิบายเพิ่มขึ้น เป็นเรื่องที่จะต้องเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆกัน และไม่ใช่แค่วิชาเดียว ต้องทำทุกวิชา

            ผู้อำนวยการ สสวท. สรุปทิ้งท้ายเอาไว้ว่า “นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการต้องการให้นักเรียนสามารถนำความรู้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ และมองเห็นการเชื่อมโยงอาชีพในอนาคตข้างหน้า ซึ่งต้องอาศัยเวลาหลายปี นักเรียนจะได้ฝึกฝน สะสมความรู้ความคิด คนรุ่นใหม่มีความรู้และทักษะในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ สามารถประกอบวิชาชีพได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี พร้อมทั้งมีเป้าหมายที่จะยกระดับคุณภาพและเพิ่มจำนวนผู้สำเร็จการศึกษาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี เร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประชากรไทยให้ทันการเปลี่ยนแปลงโลก”

            ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลและดาวน์โหลดเอกสารเกี่ยวกับสะเต็มศึกษาได้ที่เว็บไซต์สะเต็มศึกษา ประเทศไทย www.stemedthailand.org