ไลฟ์สไตล์

10ปีที่รอคอยม.44 เรียนฟรี15ปี  

10ปีที่รอคอยม.44 เรียนฟรี15ปี  

20 มิ.ย. 2559

10ปีที่รอคอยม.44 เรียนฟรี15ปี  : กมลทิพย์  ใบเงิน' รายงาน

            "ผมดีใจมาก ผมนอนตายตาหลับแล้วครับ  หลังจากผมต่อสู้มายาวนานเกือบ 10 ปี เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา  นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้อำนาจตามความในมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2547 หัวหน้า คสช.โดยความเห็นชอบของ คสช.ออกคำสั่ง คสช. ที่ 28/2559 เรียนฟรี 15 ปี เริ่มอนุบาล-ม.6/ปวช. ซึ่งไม่ขัดรัฐธรรมนูญ เป็นการผดุงความยุติธรรม เป็นสัตยาบันที่ คสช.และรัฐบาลให้แก่ประชาชนว่าจะดูแลการจัดการศึกษาของชาติ เป็นการให้มากกว่าร่างรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิของนักเรียนเต็มๆ คุ้มครองทันที"

            “คมเทพ ประภายนต์” นายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ นักสู้เพื่อการศึกษาเด็กไทย เปิดเผยความรู้สึกต่อ “คม ชัด ลึก” หลังรับทราบข่าวนี้ผ่านสื่อทุกแขนง และมีหลักฐานปรากฏชัดในประกาศของราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2559

            คมเทพ  เล่าว่า ส่วนตัวได้อ่านรายละเอียดใจคำสั่ง คสช. ฉบับที่ 28/2559 เรื่องให้เรียนฟรี 15 ปีแล้ว รู้สึกดีใจมาก และขอบคุณที่รัฐบาล เห็นความสำคัญเรื่องการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมาเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติได้สะท้อนปัญหาเรื่องการศึกษาไปยัง พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมทั้ง พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการด้วย โดยเฉพาะในร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. (ฉบับลงประชามติ) มาตรา 54 ที่ระบุ “รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลา 12 ปีตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย"

            “เห็นได้ชัดว่า การกำหนดเช่นนี้ ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชน ยังรวมถึงการเปิดช่องให้สถานศึกษาจัดเก็บค่าบำรุงการศึกษาเพิ่มเติมจากผู้ปกครองได้ เหล่านี้เป็นปัญหาใหญ่ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างมาก เพราะฉะนั้น การที่มีคำสั่งใช้อำนาจใช้ มาตรา 44 ฉบับที่ 28/2559 นี้ออกมา เท่ากับเป็นการผดุงความยุติธรรม ทั้งยังเปรียบเสมือนสัตยาบันที่ทั้ง คสช.และรัฐบาลได้ให้ไว้กับประชาชนว่า จะดูแลการจัดการศึกษาของชาติ ซึ่งจะเกิดประโยชน์อย่างมากมายต่อนักเรียน และเชื่อว่าจะทำให้ประชาชนเกิดความมั่นใจได้” คมเทพ กล่าว

            คมเทพ ย้ำอีกว่า  คำสั่ง คสช. ที่ 28/2559  มีศักดิ์และสิทธิ์เท่าพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ถือเป็นกฎหมายมีผลบังคับใช้ทันทีถัดจากวันที่ี่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นการตอกตะปูปิดฝาโลงอย่างแน่นหนา ไม่ว่ารัฐบาลชุดไหน พรรคการเมืองใด จะเข้ามาบริหารประเทศไทย นับจากนี้ต้องจัดการศึกษาแบบให้เปล่าหรือเรียนฟรี 15 ปี คงยากที่จะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง เพราะในแง่ของกฎหมายในอดีตเคยมีประกาศคณะปฏิวัติถึงร้อยละ 90 ที่ประเทศไทยใช้มานาน 20 ปี หรือใช้ถึงปัจจุบัน เช่น ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

            “เรียนฟรี 15 ปี ตามมาตรา 44 มาจากการจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน ครอบคลุมเด็กไทยทุกคน เข้าถึงสิทธิเด็กยากจน เด็กด้อยโอกาส อีกทั้งไม่ได้พูดถึงเงินบำรุงการศึกษา ต่อไปนี้สถานศึกษาจะมาเรียกเก็บเงินค่าบำรุงการศึกษาจากพ่อแม่ผู้ปกครองนักเรียนไม่ได้ เพราะรายการที่เพิ่มเข้ามารวมอยู่ในการบริหารจัดการ จะมาเล่นแร่แปรธาตุ หรือออกประกาศกระทรวงศึกษาธิการจัดเก็บเงินบำรุงการศึกษาอีกไม่ได้  ผมเชื่อว่าจะไม่มีผู้บริหารสถานศึกษาคนไหนกล้าฝ่าฝืน มาตรา 44 เพราะหากฝ่าฝืนจะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระวางโทษสูงสุดประหารชีวิต” คมเทพ ระบุ

            คมเทพ  เสนอว่า พล.อ.ดาว์พงษ์  ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการควรรีบใช้อำนาจในการยกเลิกประกาศกระทรวงศึกษาธิการที่เรียกเก็บเงินบำรุงการศึกษาทุกฉบับ หรือการจัดเก็บค่าเทอมเถื่อน หากประกาศดังกล่าวยังไม่ยกเลิก ผู้บริหารสถานศึกษาอาจจะอาศัยเป็นช่องโหว่ในการเรียกเก็บเงินจากพ่อแม่ผู้ปกครองได้อีก เหมือนที่เคยเก็บเงินบำรุงการศึกษาเถื่อนมาเกือบ 10 ปี

            “เรียนฟรี 15 ปี ต้องมีคุณภาพมาตรฐาน ไม่เก็บค่าใช้จ่าย หลังจากนี้ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ต้องไปกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 15 ปี เพื่อเสนอตามกระบวนการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี  เพื่อให้ครอบคลุมค่าใช้จ่าย 6 อย่าง ดังนี้ ค่าจัดการเรียนการสอน, ค่าหนังสือเรียน, ค่าอุปกรณ์การเรียน, ค่าเครื่องแบบนักเรียน, ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน และค่าใช้จ่ายอื่นตามที่ ครม.เห็นชอบ อีกทั้งให้กระทรวงศึกษาธิการจะต้องจัดทำ หรือปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับคำสั่ง คสช. ที่ 28/2559 ภายใน 6 เดือน” นายกสมาคมเครือข่ายผู้ปกครองแห่งชาติ ฝากทิ้งท้าย

            ผู้เขียนวาดความหวังเอาไว้ว่า มาตรา 44 เรียนฟรี 15 ปี จะสามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยได้ และจะสามารถโอบอุ้มเด็กไทยกว่า 12 ล้านคน ให้ได้รับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานจากรัฐ อย่างดีมีคุณภาพมาตรฐาน เสมอภาคและเท่าเทียมกัน เหนืออื่นใด ในอนาคตต้องแก้ปัญหาเด็กออกกลางคันในทุกระดับ เพราะถ้าอนาคตเด็กออกกลางคัน จากหลักแสนคนเพิ่มเป็นหลักล้านคน วันนั้นมาถึงบ้านเมืองของเราคงกลายเป็น “สมรภูมิสงคราม” นะขอบอก!!