ติดดาบปลายปืน'ดาว์พงษ์'ปราบ'แป๊ะเจี๊ยะ'

คุณภาพชีวิต  :  10 มี.ค. 2559

ติดดาบปลายปืน'ดาว์พงษ์'ปราบ'แป๊ะเจี๊ยะ' : กมลทิพย์ ใบเงินรายงาน

           “มีนาคม” เดือนแห่งการสมัครสอบเข้าเรียนของเด็กไทย กลายเป็นปัญหาทุกๆ ปี เมื่อพ่อแม่ผู้ปกครองต้องการให้ลูกได้สิทธิ์เข้าเรียนโรงเรียนดี เด่น ดัง ต้องวิ่งเต้น เส้นสาย จ่ายเงิน เพื่อแลกรับผลประโยชน์กับการเข้าเรียน หรือแป๊ะเจี๊ยะ ประหนึ่งโจรเรียกค่าไถ่จากพ่อแม่ผู้ปกครอง กลายเป็นปัญหาฝังรากลึกสังคมไทย จนเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2559 "นายมงคล กิตติ์ สุขสินธารานนท์" เลขาธิการมูลนิธิเครือข่ายต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น (มตช.) ได้เข้าพบ “รศ.นพ.กำจร ตติยกวี” ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ซึ่งได้รับมอบหมายจาก “พล.อ.ดาว์พงษ์  รัตนสุวรรณ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อหารือแนวทางแก้ปัญหาแป๊ะเจี๊ยะ 
  
           ล่าสุด “นายมงคลกิตติ์” ได้ยื่นหนังสือ  มตช. 018/2559  ซึ่ง ศธ. กลุ่มบริหารงานกลาง สอ.สป. ลงเลขที่ลับ 77 วันที่ 7 มีนาคม 2559 เวลา 15.09 น. ยื่นข้อเสนอ 3 ข้อ ผ่านปลัด ศธ. ถึง รมว.ศึกษาธิการ ดังนี้ 1.ข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาแป๊ะเจี๊ยะปี 2559 (กราฟฟิก) 2.ข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการเก็บค่าบำรุงการศึกษา และ 3.มาตรการติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังและการบังคับใช้กฎหมาย

           การเข้าศึกษาต่อในระดับอนุบาล 1 (อ.1), ประถมศึกษาปีที่ 1 (ป.1), มัธยมศึกษาปีที่ 1 (ม.1), มัธยมศึกษาปีที่ 4 (ม.4) ของโรงเรียนแข่งขันปานกลางถึงโรงเรียนแข่งขันสูง ช่วงรับนักเรียนจะมีปัญหาเรื่องราวร้องเรียนทุกปี และเกิดขึ้นจริง แต่ทุกรัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ เนื่องจากอดีตผู้บริหารที่ผ่านมาจากฝ่ายการเมือง  พรรคการเมือง   ส.ส.  ส.ว. หัวคะแนน  ร่วมมือกับข้าราชการประจำใน ศธ. ระดับสูง ระดับกลาง  อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การประถมศึกษา  อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การมัธยมศึกษา กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  ผู้อำนวยการโรงเรียน ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ (ผู้ว่าฯ/นายก อบจ./นายกเทศมนตรี/นายก อบต./ประธานหอการค้าจังหวัด) อัยการ  ผู้พิพากษา นายตำรวจ  นายทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบ (ป.ป.ช./สตง./ป.ป.ท./ดีเอสไอ/ปปง.) สื่อมวลชน คนใกล้ชิดผู้บริหารโรงเรียน สมาคมครูและผู้ปกครองนักเรียน สมาคมศิษย์เก่า ร่วมกันรับผลประโยชน์/แชร์ประโยชน์ที่จะได้รับ อาทิ รูปแบบเงินสด   การช่วยเหลือให้ได้มาซึ่งตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนขนาดใหญ่ การคุมฐานคะแนนเสียงของนักการเมือง การช่วยเหลือทางคดี รวมเป็นสิทธิประโยชน์อื่นๆ ประมาณการ 1.5-2.5 หมื่นล้านบาทต่อปีการศึกษา

           สิ่งเหล่านี้เป็นต้นเหตุของการทุจริตคอร์รัปชั่น ซึมซับและเรียนรู้ตั้งแต่เป็นนักเรียน เมื่อจะสอบเข้ารับราชการ อาทิ   สอบบรรจุครูผู้ช่วย  สอบเข้านักเรียนนายสิบ ทหาร บก-เรือ-อากาศ  สอบเข้าโรงเรียนนายอำเภอ  สอบเข้าพยาบาล สอบเข้าบรรจุเป็นข้าราชการ ก.พ. ฯลฯ ล้วนจ้างมือปืนยิงข้อสอบแทบทั้งสิ้น  เมื่อบุคคลเหล่านี้เข้าไปรับราชการ พนักงานบริษัท ก็จะหาช่องทางทุจริตประพฤติมิชอบแทบทั้งสิ้น  ทำให้ประเทศไทยปัจจุบันมีหนี้สาธารณะประมาณ  6.005 ล้านล้านบาท คิดเป็น 44.36% ของจีดีพี

           การทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นสาเหตุสำคัญของการเข้าควบคุมอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่ 22 พฤษภาคม 2557 จนถึงปัจจุบัน ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น ภายใต้การนำของรัฐบาล “พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา”  หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี มีความตั้งใจจริงในการแก้ไขปัญหา แต่ถ้าได้แก้ปัญหาต้นตอแห่งการทุจริต คือแป๊ะเจี๊ยะ มีเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาแป๊ะเจี๊ยะปีการศึกษา 2559 (ดูกราฟฟิกประกอบ) 

           2.ข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการเก็บค่าบำรุงการศึกษา เนื่องจากมีเหตุจำเป็นเพราะรัฐบาลได้จัดสรรงบอุดหนุนรายหัว  ค่าหนังสือเรียน  ค่ากิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  ค่าเครื่องแบบนักเรียน  ไม่เพียงพอต่อการจัดการศึกษาของแต่ละโรงเรียน  ทำให้ผู้ปกครองรับภาระประมาณ 67% ของงบประมาณรายจ่ายของแต่ละโรงเรียนใน 1 ปีการศึกษา ทำให้โรงเรียนมีรายรับประมาณ 33% ของรายจ่ายประจำทั้งหมด 

           รายจ่ายส่วนเกินของแต่ละโรงเรียน มีดังนี้ 1.ค่าครูอัตราจ้าง 2.ค่าครูชาวต่างประเทศ 3.ค่าเจ้าหน้าที่ธุรการ 4.ค่า รปภ. 5.ค่าภารโรง 6.ค่าน้ำ-ไฟฟ้า  7.อื่นๆ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ต้องเก็บค่าบำรุงการศึกษารายเทอมต่อคน ประมาณ 1,700-7,200 บาท หรือตกปีละ 4-4.5 หมื่นล้านบาท แต่ละเทอมจะมีผู้ปกครองไม่สามารถชำระค่าบำรุงการศึกษาประมาณ 20-30% เป็นสาเหตุทำให้โรงเรียนเก็บค่าบำรุงการศึกษาสูงขึ้น เพื่อให้พอกับรายจ่ายประจำ

           ปีการศึกษา 2559 “พล.อ.ประยุทธ์” และ "พล.อ.ดาว์พงษ์" ประกาศนโยบายชัดเจนในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยการรับนักเรียนปีการศึกษา 2559 ต้องไม่มีแป๊ะเจี๊ยะ เป็นเหตุให้ผู้บริหารสถานศึกษากังวลว่าจะไม่มีเงินพอรายจ่าย “มตช.” มีข้อเสนอวิธีการแก้ไขดังนี้

           จากการประมาณการค่าใช้จ่ายที่จะเพียงพอต่อการจัดการศึกษาเรียนฟรี 12 ปี ต้องใช้เงินกว่าปีละ 4-4.5 หมื่นล้านบาท รัฐบาลควรสั่งการ กระทรวงการคลังให้เสนอมาตรการจัดเก็บภาษีการศึกษา เช่นเดียวกันกับการเก็บภาษีน้ำมัน  ภาษีบาป  ภาษีล้อเลื่อน  ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ถูกจุด และปัญหานี้จะหมดไป การทุจริตคอร์รัปชั่นตั้งแต่เยาว์วัยจนถึงวัยผู้ใหญ่ก็จะไม่เกิดขึ้น  ข้าราชการ  นักการเมืองระดับชาติ  นักการเมืองระดับท้องถิ่น ฯลฯ จะไม่เกิดความสัมพันธ์เชิงอุปถัมภ์ ค่าความโปร่งใสนานาชาติของประเทศไทยจะดีขึ้นอย่างทันตา   

           3.มาตรการติดตามตรวจสอบเฝ้าระวังและการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อการดำเนินงานให้สัมฤทธิผลมีประสิทธิภาพ “พล.อ.ดาว์พงษ์” ควรเสนอ “กรอบอำนาจ” จาก คสช.ผ่านมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว 2547 ให้ “อำนาจ” รมว.ศึกษาธิการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหาร ตั้งแต่ระดับ 8, 9, 10, 11 รวมถึงคณะกรรมการรับนักเรียน ที่ถูกร้องเรียนแป๊ะเจี๊ยะ “ให้ออกจากตำแหน่ง” หรือ “หยุดการปฏิบัติหน้าที่” ขณะเดียวกันให้อำนาจ “รมว.ศึกษาธิการ” ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาแป๊ะเจี๊ยะปี 2559 2.ตั้งคณะทำงานติดตามตรวจสอบแก้ไขปัญหาการเก็บค่าบำรุงการศึกษาปี 2559 และ 3.กำหนดอัตราสำรองราชการในตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับ (ระดับ 11), ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การประถมศึกษา (ระดับ 9), ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การมัธยมศึกษา (ระดับ 9), ผู้อำนวยการโรงเรียน ระดับ 8-9

           เหนื่ออื่นใด เมื่อหัวหน้า คสช.ให้อำนาจ “พล.อ.ดาว์พงษ์” แบบเบ็ดเสร็จก็จะสามารถเปิดยุทธการกระชับพื้นที่ “ปราบแป๊ะเจี๊ยะ” ทั่วประเทศไทยให้สิ้นซาก!!!


เปิดอ่าน