ไลฟ์สไตล์

‘ปั้นขยะสู่เชื้อเพลิง’วิถีพอเพียงร.ร.บ้านหนองหว้าหนองไผ่

‘ปั้นขยะสู่เชื้อเพลิง’วิถีพอเพียงร.ร.บ้านหนองหว้าหนองไผ่

01 มี.ค. 2559

‘ปั้นขยะสู่เชื้อเพลิง’วิถีพอเพียงร.ร.บ้านหนองหว้าหนองไผ่ : เกศกาญจน์ บุญเพ็ญรายงาน

           ภาพเด็กหญิงในชุดนักเรียนนั่งล้อมวงตรงกลางมีชามข้าวเหนียวกับไข่ทอดที่ราดซอส ต่างคนต่างใช้มือหยิบข้าวปั้นเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อถามว่ากินแค่นี้อิ่มหรือ? อร่อยไหม? เด็กๆ ตอบกลับพร้อมรอยยิ้มและดวงตาเป็นประกายว่า “อิ่มและอร่อย”..สะท้อน วิถีแห่งความพอเพียง และการรู้จักแบ่งปัน

           มื้ออิ่มครั้งนี้ มาจากผลผลิตจากไก่เลี้ยง  ภายในรั้ว โรงเรียนบ้านหนองหว้าหนองไผ่ จ.อุดรธานี ที่พิเศษอีกอย่างก็คือเชื้อเพลิงที่นำมาใช้ในการประกอบอาหาร เป็นกระดาษอัดแท่ง มาจากแนวคิดที่นำขยะมาทำให้เกิดประโยชน์

           นายไพโรจน์ ธิติกาญจน์พจนา ครูโรงเรียนบ้านหนองหว้าหนองไผ่ เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากกิจกรรมธนาคารขยะในโครงการด้วยรักและห่วงใย ตามแนวพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่โรงเรียนทำอยู่ เพื่อปลูกฝังให้เด็กรักความสะอาด รู้จักการคัดแยกขยะแต่ละประเภท ไม่ว่าจะเป็นกระดาษ พลาสติก โลหะ เป็นต้น

           ต่อมาคณะผู้บริหาร ครู และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2   ทุกคนร่วมกันคิดหาวิธีการว่าจะทำอย่างไรให้ขยะเหล่านี้เกิดประโยชน์ โดยบูรณาการกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ และมองเห็นว่าปัญหาเศษกระดาษมีแต่จะเพิ่มมากขึ้นส่งผลให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม แม้จะนำมาขายได้ก็ได้ราคาเพียงกิโลกรัมละ 1-2 บาทเท่านั้น ควรหาวิธีที่ทำให้เกิดประโยชน์ จนนำมาสู่การทำ “โครงงานการผลิตแท่งพลังงานจากเศษกระดาษ” โดยเริ่มต้นเมื่อปีการศึกษา 2557

           กระบวนการเพื่อให้ได้แท่งพลังงานจากเศษกระดาษไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด ครูไพโรจน์ อธิบายว่า วัสดุที่ใช้คือ กระดาษทุกชนิดไม่ว่าจะหนังสือพิมพ์ กระดาษสมุด กระดาษลัง เหล่านี้ล้วนหาได้ง่ายในโรงเรียน ได้มาแล้วก็นำเศษกระดาษมาฉีกเป็นชิ้นเล็กและยาว จากนั้นนำมาแช่น้ำทิ้งไว้ แต่จะต้องแยกประเภทกระดาษด้วยเพราะเนื้อกระดาษแต่ละชนิดจะใช้เวลาแช่ไม่เท่ากัน อาทิ กระดาษสมุดใช้เวลาไม่นานก็นิ่มเปื่อย แต่ถ้ากระดาษลังเนื้อหนาใช้เวลานานกว่าประมาณ 12 ชั่วโมง เป็นต้น

           เมื่อกระดาษที่แช่น้ำนิ่มแล้ว ก็นำไปอัดในท่อพีวีซี ขนาด 1.5-2 นิ้วยาว 5 นิ้ว และใช้ไม้ไผ่ ขนาด 1 นิ้ว ยาว 10 นิ้วกดอัดให้แน่น เมื่อได้แท่งกระดาษที่อัดเรียบร้อยก็นำไปวางบนตะแกรงตากแดด เมื่อแท่งกระดาษแห้งจนจับตัวแข็งก็สามารถนำมาใช้เป็นพลังงานแทนถ่าน ในการประกอบอาหารได้ ยิ่งแท่งกระดาษอัดแน่นดียิ่งได้กำลังไฟดี

           “เด็กๆ จะใช้ช่วงเวลาว่างหรือตอนเย็นหลังเลิกเรียนมาช่วยกันทำ อาทิ กลุ่มหนึ่งฉีกกระดาษแช่น้ำ อีกกลุ่มอัดกระดาษ ทำให้เกิดการเรียนรู้การทำงานร่วมกัน เรียนรู้ที่จะฝึกคิดค้นสร้างสรรค์ จากการที่ได้นำสิ่งที่มีอยู่รอบตัว เป็นพื้นฐานชีวิตของเขามาทำให้เกิดประโยชน์และใช้ได้ผลแท้จริง เป็นการบ่มเพาะให้รู้จากสิ่งเล็กๆ และค่อยพัฒนาต่อยอดไปสู่ในขั้นที่สูงขึ้น เพราะฉะนั้น กิจกรรมนี้จะช่วยให้เด็กๆ ตื่นตัว เรียนรู้การใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การรักษาสภาพแวดล้อมในโรงเรียน ช่วยลดปัญหาเศษกระดาษและการทิ้งเศษกระดาษ ที่จะก่อให้เกิดขยะในโรงเรียน ที่สำคัญสอนให้เด็กรู้จักความพอเพียง” ครูไพโรจน์ กล่าว

           ครูไพโรจน์ บอกด้วยว่า โครงงานนี้ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อการประกวดแข่งขัน เพราะถ้าหากจะแข่งขันก็ต้องมีกระบวนการมากกว่านี้ แต่ที่โรงเรียนหวังที่สร้างทักษะชีวิตให้แก่เด็กๆ ปลูกฝังให้เขามีคุณลักษณะตามค่านิยมหลัก 12 ประการ และก็หวังให้นักเรียนนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ และพบว่าเด็กบางคนครอบครัวยังใช้เตาถ่านในการปรุงอาหาร แม้จะเป็นส่วนน้อยแต่เด็กก็นำความรู้ที่ได้จากโครงงานการผลิตแท่งพลังงานจากเศษกระดาษ ไปทำเชื้อเพลิงไม่ต้องเสียเงินซื้อถ่าน

           ขณะที่ นายแสงรัตน์ เจียระไนศิลาวงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองหว้าหนองไผ่  สะท้อนภาพรวมของโรงเรียนว่า  สอนเด็กในระดับอนุบาล-ประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียน 150 คน ประชากรในพื้นที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เลี้ยงปลาในกระชัง และด้วยความที่เด็กๆ ยังอยู่ในวัยที่ไม่โตมาก แต่เป็นช่วงสำคัญที่ต้องปลูกฝังและฝึกฝนให้เขาได้มีทักษะชีวิต เพราะฉะนั้น การพัฒนาโรงเรียนจึงเน้นเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อย่างการผลิตแท่งพลังงานจากเศษกระดาษ เป็นอีกความรู้หนึ่งที่นักเรียนได้ลงมือทำและนำไปใช้จริง

           “ผมวางแผนพัฒนาทักษะอาชีพให้นักเรียนด้วย เช่น การจัดทำแปลงเกษตรปลูกผัก เลี้ยงไก่ ปลา หมู ในพื้นที่โรงเรียนให้เด็กนักเรียนมีส่วนร่วม ได้ลงมือทำจริง ได้เรียนรู้การทำงานถือเป็นการบ่มเพาะให้เด็กได้เรียนรู้วิชาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพของพ่อแม่นักเรียนด้วย” ผอ.ร.ร.บ้านหนองหว้าหนองไผ่ กล่าวด้วยรอยยิ้ม

           นับได้ว่าเป็นอีกกลวิธี ที่โรงเรียนแห่งนี้มุ่งมั่น ปลูกฝังและสอดแทรกการพัฒนาทักษะชีวิตให้แก่นักเรียนได้อย่างน่าสนใจ ด้วยการนำสิ่งใกล้ตัวมาเพิ่มคุณค่า แทนที่จะปล่อยวางไว้สูญเปล่า ถ้าสนใจเยี่ยมชมร.ร.บ้านหนองหว้าหนองไผ่ ติดต่อได้ที่ร.ร.บ้านหนองหว้าหนองไผ่ หมู่ 4 บ้านหนองหว้าหนองไผ่ ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี 41000 โทรศัพท์ 0-4229-0336