
ลูกสาวสุรชัยรอพ่อปลูกผมเสร็จโชว์สื่อสิ้นเดือน
14 ก.พ. 2559
ลูกสาวสุรชัยรอพ่อปลูกผมเสร็จโชว์สื่อสิ้นเดือน แพทย์นายกฯศัลยกรมตกแต่งฯ"ชี้เสริมสวยใบหน้าไม่มี "Face off" ทำในอาชญากรรม-จารกรรม
เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ อาการของนายสุรชัย สมบัติเจริญ นักร้องชื่อดัง ได้เข้าผ่าตัดศัลยกรรมบนใบหน้า 30 จุด แปลงโฉมจากวัย 60 หวังลดอายุลง 20 ปี ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์คมชัดลึกได้ต่อโทรศัพท์สายตรงถึงนางสาวกมลชนก สมบัติเจริญ หรือ “ดิ๊ง” วัย 21 ปี บุตรสาวสอบถามถึงความคืบหน้าและอาการของผู้เป็นพ่อหลังการเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าเมื่อวันศุกร์ 12 กพ. ที่ผ่านมาได้ความว่า
“คุณพ่อพูดได้ตามปกติตั้งแต่ออกจากห้องผ่าตัดดริ๊งอยู่กับพ่อตลอดผลัดกันเฝ้ากับคุณแม่ คุณพ่อไม่บ่นว่าเจ็บอะไรวันนี้กินอาหารอ่อนๆได้มากขึ้น ตอนนี้ดูอาการอยู่เรื่อยๆหน้าก็ไม่บวม สเต็ปต่อไปก็ดูเรื่องแผลซึ่งคุณพ่อเป็นคนที่เวลาเป็นแผลอะไรแล้วจะหายเร็วตอนนี้ก็รอปลูกผมอีกทีหนึ่งก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง” น.ส.กมลชนกกล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อเห็นหน้าพ่อครั้งแรกมีตรงไหนที่เห็นชัดเจนว่าเปลี่ยนแปลงไปนางสาวกมลชนก บอกว่า
“แม่กับหนูเห็นหน้าคุณพ่อก็แฮปปี้ดี มีผ้าพันนิดหน่อย และก็คอยเปิดแผลไม่ให้อบแผลจะได้สมานเร็วทางดร.เซปิงก็มาดูแลอย่างใกล้ชิดมาก การผ่าตัดครั้งนี้ดีเกินคาดแรกๆหนูกังวลมาก พอดูหน้าพ่อเห็นแค่รอยเล็กๆ เห็นชัดคือคุณพ่อหน้าตึงเหมือนหนูเลยร่องแก้มริ้วรอยไม่มีเลย ทุกอย่างดีมากก็อาจจะประมาณสิ้นเดือน พ่อจะให้พี่ๆนักข่าวได้ดู” น.ส.กมลชนกกล่าว
แพทย์ศัลยกรรมความงามไม่ทำ'Face off'จารกรรม
นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการระบุว่านายสุรชัย สมบัติเจริญ ศิลปินลูกทุ่งเข้าผ่าตัดศัลยกรรมเฟซออฟ(Face off) ว่า การทำ Face off ในวงการแพทย์หมายถึงการเปลี่ยนหน้าเพื่อไม่ให้จดจำตนเองหรือใบหน้าเดิมได้ ต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหลายสาขาร่วมกัน เช่น หากผ่าตาต้องมีจักษาแพทย์ หากผ่าจมูกต้องมีแพทย์หู คอ จมูก หากผ่าใบหน้าต้องมีการแพทย์ศัลยกรรมใบหน้า หากผ่าขากรรไกรต้องมีทันตแพทย์ร่วมกัน เป็นต้น
"การทำface offเพื่อเป็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่กระดูก เนื้อเยื่อ และโครงสร้างทั้งหมดเพื่อไม่ให้จดจำใบหน้าเดิมได้ การทำface off จะทำใน 2 กรณี คือ คนที่หนีคดี หรือในเชิงอาชญากรรม และ 2.การจารกรรม ในทางเสริมความงามจะไม่มีการทำface off โดยเฉพาะในประเทศไทยจะไม่มีแพทย์ศัลยกรรมความงามคนใดกล้าที่จะรับทำface off เพราะอาจเข้าข่ายเรื่องของการทำผิดจริยธรรม จรรยา หรือแม้แต่การทำศัลยกรรมที่ประเทศเกาหลีใต้ก็ไม่มีการทำface off เป็นการศัลยกรรมให้ใบหน้าสวยขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีเค้าโครงใบหน้าเดิม"นพ.ชลธิศกล่าว
นพ.ชลธิศ กล่าวอีกว่า ในการเสริมความงามจะมีการทำหน้าให้ดูสดชื่นขึ้นใน 2 รูปแบบ คือ เฟซ ลิฟต์(Face lift) ซึ่งเป็นการดึงหน้า ทำตา ปลูกผมเพื่อให้ดูดีขึ้น เป็นการทำในผู้ที่มีปัญหาใบหน้าเหี่ยวย่น หย่นยานหลายๆจุดและการทำเฟซ ล็อค(Face lock) คือเป็นการล็อคใบหน้าเฉพาะจุดที่มีปัญหา เช่น เฉพาะตา หรือมุมปาก หรือคิ้ว เป็นต้น ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนที่มีอายุไม่มาก แต่กรรมวิธีการทำทั้ง 2 รูปแบบเหมือนกันและไม่ใช่นวัตกรรมใหม่แต่อย่างใด และการทำดังกล่าวจะอยู่ได้ระยะเวลาหนึ่งและต้องทำใหม่ กรณีที่คุณสุรชัยทำจึงน่าจะเป็นface lift ไม่ใช่ face offแต่อย่างใด เพราะคาดเค้าโครงหน้าเดิมยังอยู่ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงใบหน้าไปเพียงแต่ทำให้ใบหน้าดูดีขึ้นเท่านั้น
ด้านศ.นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า กรณีนี้ผู้ที่ออกมาพูดข้อมูลเรื่องface off ไม่ใช่แพทย์ แพทยสภาจึงไม่มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบ แต่หากบุคคลดังกล่าวระบุชื่อแพทย์ และเป็นการพูดเยินยอแพทย์คนนั้นอย่างเกินจริง และมีหลักฐาน ข้อมูลเชื่อมโยงได้ว่าแพทย์คนดังกล่าวรู้เห็นให้บุคคลนั้นพูดโฆษราตนเอง แพทยสภาจะดำเนินการเรียกแพทย์ถูกกล่าวอ้างถึงมาให้ข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะเข้าข่ายการกระทำความผิดเรื่องการโฆษณา แต่หากมีการกลบ่าวถึงชื่อแพทย์ แต่แพทย์คนนั้นไม่รู้เห็นด้วย ก็ถือว่าแพทย์ไม่มีความผิด เนื่องจากอาจเป็นการกลั่นแกล้งด้วยการกล่าวชื่อแพทย์ขึ้นมาโดยที่แพทย์คนนั้นไม่ได้รู้เรื่องราวด้วย
ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวว่า ในเรื่องการโฆษณาเกินจริงทางการแพทย์ สธ.จะพิจารณาในกรณีที่เป็นสถานพยาบาลกระทำความผิด และแพทยสภาจะพิจารณาในกรณีที่แพทย์กระทำความผิด แต่กรณีนี้เนื่องจากผู้ที่ออกมาให้ข้อมูลไม่ใช่แพทย์และไม่ได้ดำเนินการโดยสถานพยาบาล จึงเป็นอำนวจหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)ที่จะพิจารณาว่าการกระทของดร.เซปิงเข้าข่ายการกระทำความผิดฐานโฆษณาเกินจริงหรือไม่
“หากมีการระบุการทำผ่าตัดทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์ไปตลอดชีวิต เข้าข่ายการโฆษณาเกินจริงอย่างแน่นอน ถือเป็นการโอ้อวด เพราะใบหน้าของมนุษย์ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามวัย รวมถึง การระบุว่าเมื่อทำการผ่าตัดแล้วจะทำให้ดูเด็กลงจากอายุ 60 ปี เหลือ 30 กว่าปีก็เป็นการโอ้อวดเช่นกัน เพราะไม่ได้มีหลักฐานทางการแพทย์รับรองในเรื่องดังกล่าว”ทพ.อาคมกล่าว



