เตือน'10พืชพิษ'บางชนิดถึงตาย

คุณภาพชีวิต  :  11 ก.พ. 2559
สาธารณสุข,พืช,พิษ,วินัย วนานุกูล,รามาธิบดี

10 พืชพิษคนไทยโดนบ่อย เผย บางชนิดถึงตาย เตือน 4 สารสกัดสมุนไพร เซนต์จอห์นเวิร์ต กระเทียม แปะก๊วย โสม กินมากอาจเสริมฤทธิ์ยาแผนปัจจุบัน เกิดภาวะเป็นพิษ

 
                      ศ.นพ.วินัย วนานุกูล หัวหน้าศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากการที่ศูนย์ได้รวบรวมปัญหาจากพืชพิษในประเทศไทย พบว่า มีพืชที่คนไทยโดนพิษปล่อยครั้งที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ 
 
                      1. สบู่ดำ / สบู่ขาว 54.1% 2. กลอย 8.7% 3. มันสำปะหลัง 5.9% 4. ลำโพง หรือ มะเขือบ้า 4.2% 5. โพธิ์ศรี / โพธิ์ทะเล / โพธิ์ฝรั่ง 4.1% 6. ฝิ่นต้น 2.8% 7. มะกล่ำตาหนู 2.5% 8. บอน 2.1% 9. ละหุ่ง 1.4% และ 10. สาวน้อยประแป้ง 1.2%
 
                      นอกจากนี้ ยังมีพืชอื่นๆ ที่ประชาชนได้รับพิษและปรึกษาเข้ามาที่ศูนย์อีก 89 ชนิด โดยผู้ที่ได้รับพิษจากพืชจะมีอาการป่วยใน 5 กลุ่มอาการ คือ การระคายเคือง เซลล์ไม่สามารถเอาออกซิเจนไปใช้ได้ ระบบประสาท ระบบหัวใจ และระบบไต
 
                      หัวหน้าศูนย์พิษวิทยา รพ.รามาฯ กล่าวอีกว่า 1. กลุ่มอาการระคายเคือง จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ การระคายเคืองผิวหนัง และภาวะกระเพาะและลำไส้อักเสบ เกิดปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน โดยพืชที่เมื่อสัมผัสทำให้เกิดการระคายเคืองผิวหนัง คือ พืชที่มีน้ำยางใส ประกอบด้วย บอน สาวน้อยประแป้ง ว่านหมื่นปี และเผือก เพราะมีสารแคลเซียมออกซาเลต และพืชที่ทำให้เกิดผื่นนูนแดง จากการสัมผัสส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช เพราะมีการปล่อยสารฮีสเทมีน ได้แก่ ขนของหมามุ่ย และตำแย ส่วนพืชที่หากรับประทานเข้าไปทำให้ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน แยกเป็นส่วนที่เป็นพิษจากเมล็ด คือ สบู่ดำ ฝิ่นต้น สบู่แดง และโพธิ์ฝรั่ง และเป็นพิษทุกส่วน คือ บอน สาวน้อยประแป้ง ว่านหมื่นปี นอกจากนี้ ยังมีพืชที่มีน้ำยางขาว ซึ่งมีสารฟอบอล ไดเตอพีนอยด์ เมื่อรับประทานเข้าไปบางรายอาจถึงแก่ชีวิต คือ พญาไร้ใบ สลัดได โป๊ยเซียน และคริสต์มาส รวมถึง พืชกลุ่มที่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วทำให้แบ่งเซลล์ไม่ได้ เสียชีวิตเช่นกัน ได้แก่ มะกล่ำตาหนู ละหุ่ง ดองดึง
 
                      2. กลุ่มที่มีอาการทำให้เซลล์ไม่สามารถเอาออกซิเจนไปใช้ได้ คือ รากมันสำปะหลัง โล่ติ้น , หางไหล หน่อไม้ และผักเสี้ยน ขณะที่เมล็ดมันแกวหากรับประทานจะคลื่นไส้ อาเจียน สับสน วุ่นวาย มีอาการทางหัวใจ และเสียชีวิต 3. กลุ่มอาการพิษต่อสมอง ทั้งฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง และส่วนหลัง ฝิ่น กัญชา เห็ดขี้ควาย กระท่อม ต้อนแสลงใจ ลำโพง เป็นต้น 
 
                      4. กลุ่มอาการต่อระบบหัวใจ หากรับประทานทำให้ชีพจรเต้นช้า คือ ยี่โถ รำเพย ชวนชม พันซาด และ 5. กลุ่มอาการพิษต่อไต ทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน ได้แก่ ลูกเนียง เกิดอาการหลังได้รับ 2 - 14 ชั่วโมง ส่วนผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไตห้ามรับประทานมะเฟือง เพราะจะเกิดอันตรายอย่างมาก ซึ่งมีรายงานว่าผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับไตแม้กินมะเฟือง 1 ชิ้น ก็เกิดอันตรายอย่างมากหลังจากนั้น 2.5 - 14 ชั่วโมง แม้คนปกติจะดื่มน้ำมะเฟืองได้ 1.5 - 3 ลิตร และที่ทำให้เกิดไตวายเรื้อรัง ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีพืชที่มีพิษเช่นนี้
 
                      "ไม่เพียงแต่พิษจากพืชเท่านั้นที่ประชาชนต้องระมัดระวังไม่ให้ได้รับพิษ ในส่วนของภาวะเป็นพิษจากสมุนไพรก็ควรให้ความสำคัญและป้องกันเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสารเสริมอาหารที่สกัดจากสมุนไพร 4 ชนิด คือ เซนต์จอห์นเวิร์ต กระเทียม แปะก๊วย และโสม เนื่องจากหากรับประทานตามธรรมชาติอาจออกฤทธิ์ราว 1 - 2% แต่เมื่อนำมาสกัดเป็นแบบแคปซูลจะทำให้ความเข้มข้นของสารในสมุนไพรดังกล่าวสูงขึ้น และมีโอกาสที่จะทำปฏิกิริยาระหว่างยากับยาตัวอื่นที่รับประทานอยู่ด้วยได้ ทำให้ฤทธิ์แรงเกินเกิดภาวะเป็นพิษ อันตรายกับคนไข้ ดังนั้น การกินสารเสริมอาหารจากสมุนไพรแม้จะเป็นสารธรรมชาติก็ไม่ได้ปลอดภัย 100% หากกินสมุนไพรควรแจ้งให้แพทย์ทราบ"
 
 
 
 


เปิดอ่าน