
ศึก'เอแบค'7วันไม่จบ'ยึดอำนาจ'
08 ม.ค. 2559
'เอแบค' ยังไม่จบ 'ดาว์พงษ์' นั่งหัวโต๊ะไกล่เกลี่ยกว่า 3 ชม. ให้โอกาสสองฝ่ายกลับไปตั้งสติทบทวน เรียกประชุมอีกครั้งภายใน 7 วัน จ่อใช้ ม.86 ยึดอำนาจ
8 ม.ค. 59 เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานประชุมนัดพิเศษเพื่อไกล่เกลี่ยปัญหาความขัดแย้งภายในมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค โดยก่อนหน้านี้คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) มีมติเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาใน 2 แนวทาง ได้แก่ แนวทางที่ 1. ให้ไกล่เกลี่ยพูดคุยกับทั้งสองฝ่าย ว่าจะสามารถทำความเข้าใจกันได้หรือไม่ และแนวทางที่ 2. ให้นำมาตรา 86 (4) และวรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546และที่แก้ไขเพิ่มเติมมาบังคับใช้
โดย พล.อ.ดาว์พงษ์ เปิดเผยภายหลังประชุมหารือนานกว่า 3 ชั่วโมง ว่า การประชุมครั้งนี้มีกรรมการสภาฯ ทั้งสองฝ่ายเข้าร่วมหารือ โดยเฉพาะ ดร.สุทธิพร ปทุมเทวาภิบาล รักษาการอธิการบดี ม.เอแบค ภราดาบัญชา แสงหิรัญ อธิการบดี และภราดาสุรสิทธิ์ สุขชัย นายกสภาฯ แต่เพราะเป็นการเรียกประชุมด่วน ทำให้กรรมการสภาฯ มาไม่ครบทุกคนและยังไม่มีมีข้อยุติสุดท้ายจริง
ซึ่งได้แจ้งที่ประชุมว่าในฐานะ รมว.ศึกษาธิการ ที่ต้องใช้อำนาจตามมาตรา 86 ของ พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 ยืนยันว่า ไม่ได้อยากใช้ และอยากให้ทั้งสองฝ่ายคุยกันให้ชัดเจนภายใน แต่เท่าที่ได้หารือครั้งนี้พบปัญหาว่าแต่ละฝ่ายไม่เชื่อมั่นในความคิดหรือการทำของกันและกันมีมุมมองที่ต่าง ทั้งยังมีความไม่ลงรอย แต่ทั้งสองฝ่ายต่างพูดตรงกันว่ารักและทำเพื่อมหาวิทยาลัยเอแบค ต้องการทำให้มหาวิทยาลัยมั่นคงและยั่งยืน
"ผมใช้เวลาในการฟังกรรมการสภาฯ ทั้งสองฝ่ายพูดคุยและเสนอความคิดเห็นซึ่งในวันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป ผมให้ทั้งสองฝ่ายกลับไปตั้งสติและนำข้อเสนอแนะที่ผมให้ไปคิดโดยภายใน 7 วัน หลังจากนี้ผมจะเรียกประชุมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม จากการไกล่เกลี่ย ในวันนี้ผมมีคำตอบในใจแล้ว แต่อยากจะให้แก้ปัญหากันเองก่อน ซึ่งสุดท้ายยังไม่เชื่อมั่นกันก็จำเป็นต้องใช้มาตรา 86 (4) และจะถือว่าเป็นโอกาสสุดท้าย เพราะเรื่องนี้ยืดเยื้อมานานแล้วผมคงไม่ปล่อยไว้ วันนี้คุยกันนานกว่า 3 ชั่วโมง ยังไม่มีคำตอบ ก็น่าจะเดาว่าจะใช้วิธีใด แต่เรื่องนี้มีความละเอียดอ่อน และมีวัฒนธรรมองค์กรเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ"
สำหรับนักศึกษาที่กำลังจะเปิดภาคเรียนวันที่ 11 มกราคมนี้นั้น ก็ให้เรียนตามปกติ นาทีนี้ยังไม่มีผลกระทบใดๆ กับนักศึกษา แต่หากปล่อยไว้นานจะมีผล ส่วนตำแหน่งของภราดา สุรสิทธิ์ ซึ่งถูกแต่งตั้งมาจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี หากตั้งคณะกรรมการควบคุมเข้าไปดูแล ม.เอแบค ตามมาตรา 86 (4) จะมีผลกระทบอะไรหรือไม่นั้น เราก็มีกฎหมายของเรา อะไรที่ทำได้ตนก็ทำ และการแต่งตั้งนายกสภาฯ ก็เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการ ศธ.
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุการณ์ที่มีการกระทบกระทั่งกันนั้น ได้มีการพูดในที่ประชุมโดยไม่ได้ถามถึงสาเหตุ แต่บอกเพียงว่าภาพที่ออกมาให้คิดว่าเหมาะสมหรือไม่ ก็ไม่ได้มีใครอธิบายอะไรแต่ก็เชื่อทุกคนเข้าใจเพราะเป็นผู้ใหญ่และก็คงไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสม นอกจากนี้ ได้สอบถามถึงปัญหาในการดำเนินการ โครงการเครื่องฝึกบินจำลองของคณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่เรื่องนี้ต้องแยกแยะระหว่างสาเหตุของปัญหากับภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้นแยกทั้งสองเรื่องออกจากกันคนไทยและศิษย์เก่าเอแบค ตอนนี้มองเอแบคว่าสภาฯ เกิดความแตกแยก ต้องแก้เรื่องนี้ก่อน ส่วนการตรวจสอบก็ต้องดำเนินการต่อไป
รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัด ศธ. กล่าวว่า เหตุที่เชิญทั้ง 2 ฝ่ายมาพูดคุยในวันนี้ก็เพื่อเกิดการปรองดอง รอมชอม โดยเฉพาะเรื่องคดีความที่อยากให้เลิกแล้วต่อกัน แต่ในที่ประชุมก็ยังมีการโต้เถียงและกล่าวหากันอยู่ในบางประเด็น ผู้รับใบอนุญาตจึงได้เสนอให้สภาฯ ผู้ทำหน้าที่ทุกคนลาออกเพื่อแสดงรับความผิดชอบร่วมกัน และเพื่อให้ผู้ถือใบอนุญาตเสนอรายชื่อกรรมการสภาฯ ชุดใหม่ ซึ่งประเด็นนี้มีความเป็นไปได้ แต่หากกรรมการบางคนไม่ยอมลาออกเพราะเป็นเอกสิทธิ์ก็ว่ากันไม่ได้ ดังนั้น พล.อ.ดาว์พงษ์ จึงมอบให้กลับไปหารือในประเด็นนี้กันอีกครั้ง เพื่อหารูปแบบที่มีความเป็นไปได้ และสามารถแก้ปัญหาได้ด้วย พร้อมกันนี้ได้เสนอให้ไปสร้างระเบียบหรือข้อบังคับต่างๆ ให้มีความชัดเจนในการบริหารมหาวิทยาลัยมากขึ้น ขณะเดียวกันให้ไปตรวจสอบระบบบัญชีที่ยังมีข้อบกพร่องในอดีต และให้มีการออกข้อบังคับของสภาฯ เกี่ยวกับการได้มาซึ่งนายกสภาฯ และอธิการบดีฯ รวมถึงเรื่องของคดีความต่างๆ ที่อยากให้เลิกแล้วต่อกัน
"บรรยากาศในที่ประชุมยังคงมีความเห็นที่ยังไม่สอดคล้องกัน มีการโต้แย้งกันบ้าง สุดท้ายจึงต้องหาทางออกให้ไปรอมชอมกันภายใน 7 วัน แต่หากยังไม่มีคำตอบให้ รมว.ศึกษาธิการ คงต้องใช้อำนาจในการตัดสินใจ อย่างไรก็ตามน่าเสียดายที่เอแบคเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่ และที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย แต่ต้องมามีปัญหาจนทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และหากต้องใช้อำนาจเข้าไปควบคุมก็ยิ่งจะทำให้เกิดความเสียหายทั้งแก่มหาวิทยาลัยและประเทศชาติ เพราะมีนักศึกษาต่างชาติเรียนอยู่จำนวนมาก"
ด้าน ดร.สุทธิพร กล่าวว่า ในการประชุมแต่ละฝ่ายต่างเสนอรูปแบบหลากหลายเพื่อจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งในส่วนของเขาได้เสนอให้ทุกฝ่ายถอยออกมาและตั้งคนกลางเข้ามาทำหน้าที่ แต่ยังขอรักษาสิทธิ์อธิการบดี ม.เอแบค ตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม สุดท้ายที่ประชุมก็ยังไม่มีข้อยุติ ซึ่ง รมว.ศึกษาธิการ ก็ได้ให้ไปคิดหาแนวทางมาและแจ้งให้ทราบ พร้อมทั้งบอกกลางที่ประชุมด้วยว่าที่สุดแล้วถ้ายังไม่มีข้อยุติ รมว.ศึกษาธิการ ก็จะใช้อำนาจตามมาตรา 86 (4) พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 ตั้งกรรมการควบคุม
อนึ่งมาตรา 86 (4) พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษาเอกชน พ.ศ. 2546 กำหนดไว้ว่า ถ้ามหาวิทยาลัยเอกชน เกิดเหตุอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ จากทั้งหมด 4 สาเหตุ ซึ่งรวมถึงการที่สภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย อธิการบดี คณาจารย์ หรือนักศึกษา ดำเนินการอันเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงและความปลอดภัยต่อประเทศ ต่อวัฒนธรรมของชาติ ความสงบเรียบร้อย หรือ ศีลธรรมอันดีของประชาชน ซึ่งกรณีของมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มีความรุนแรงเกิดขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อวัฒนธรรม ความสงบ และศีลธรรมอันดีของประชาชน ตามมาตรา 86 (4) แล้ว ใช้อำนาจตามมาตรา 86 วรรค 2 ตั้งกรรมการเข้าไปควบคุมสถาบันอุดมศึกษาแห่งนั้น ประกอบด้วยกรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน แต่ไม่เกิน 15 คน ทำหน้าที่แทนสภามหาวิทยาลัยเดิม พร้อมออกประกาศควบคุมมหาวิทยาลัยในหนังสือพิมพ์ไม่น้อยกว่า 3 วัน
ขณะที่ นายวีรศักดิ์ อนุสนธิวงษ์ กรรมการสภาวิทยาลัยเอแบค กล่าวว่า ในที่ประชุมต่างฝ่ายต่างมีจุดยืน และแต่ละเงื่อนไขที่ต่างฝ่ายเสนอ ก็ค่อนข้างยอมรับได้ลำบากซึ่งทางฝ่ายเราเสนอให้ทุกคนลาออก และส่งเรื่องคืนให้ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้ง คือ มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย กลับไปดำเนินการเอง เพราะเจ้าของคงไม่ปล่อยให้มหาวิทยาลัยเสียหาย แต่ก็มีกรรมการบางคนไม่เห็นด้วย ดังนั้นคงต้องหาจุดที่ลงตัวร่วมกัน โดยนัดหารือวันที่ 14 มกราคม เวลา 15.00 น. ที่มูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลฯ หากตกลงกันไม่ได้ และรัฐมนตรีว่าการ ศธ.ใช้อำนาจตามมาตรา 86 (4) ตั้งกรรมการควบคุมเข้าไปดูแลปัญหา ก็คงต้องยอมรับสภาพ



