
ดาว์พงษ์ลุยปรับโครงสร้างศธ.
06 ม.ค. 2559
ดาว์พงษ์ ย้ำปี59 เดินหน้าปรับโครงสร้าง ศธ. ยันจะใช้ ม.44 เท่าที่จำเป็น ขณะที่ ม.บูรพา เข้ายื่นหนังสือ รมว.ศธ. ช่วยแก้การสรรหาอธิการบดี
6 มกราคม 2559 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ว่า จะเร่งปรับเปลี่ยนโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการให้เห็นผลในปี2559นี้ เพราะปัญหาเรื่องโครงสร้างมีผลต่อการบริหารงาน และการขับเคลื่อนต่อการบริหารงาน และการขับเคลื่อนกระทรวงศึกษาธิการ โดยส่วนตัว ได้รับฟังปัญหาเรื่องโครงสร้างมามาก เพราะฉะนั้นจะต้องเร่งปรับแก้โครงสร้าง แต่การปรับแก้โครงสร้างในส่วนใด ก็จะต้องมีทั้งคนได้เปรียบและเสียเปรียบ ดังนั้นจะต้องพิจารณาให้รอบคอบ ชั่งน้ำหนักให้ดี ขณะนี้ตนยังพูดอะไรไม่ได้มาก
“ยืนยันว่า จะใช้มาตรา44 เท่าที่จำเป็น แต่การจะใช้ ม.44 ได้นั้น ไม่ใช่อำนาจของผม เป็นอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ซึ่งผมต้องไปนำเสนอ คสช.ให้เห็นถึงความจำเป็นและความสำคัญ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เสนอเรื่องขอใช้ ม.44 ไป ทั้งนี้เรื่องที่จะต้องใช้ ม.44 อาทิเช่น การตั้งกรมวิชาการ และการรวมอาชีวะรัฐและเอกชนอยู่ภายใต้สังกัดเดียวกัน” รมว.ศธ.กล่าว
‘ม.บูรพา’ ยื่นหนังสือ ‘รมว.ศธ.’ ช่วยแก้การสรรหาอธิการบดี
6 ม.ค.59 ผศ.เชิดชัย ชาญสมุทร อาจารย์พิเศษคณะศึกษาศาสตร์ และกรรมการสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.) ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ขอให้ลงไปกำกับดูแลกรณีศาลปกครองระยองได้พิพากษาให้เพิกถอนมติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (สภามหาวิทยาลัยบูรพา) ในการประชุมครั้งพิเศษที่ 3/2557 เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2557 เฉพาะส่วนที่มีมติไม่เห็นชอบรายงานผลการสรรหาอธิการบดีและไม่ให้มีการประกาศรายชื่อของผู้ฟ้องคดีทั้งสามเป็นผู้ที่สมควรได้รับแต่งตั้งเป็นอธิการบดี และเพิกถอนมติของถูกฟ้องคดีที่ 1 ในการประชุมครั้งที่ 4/2557 เมื่อวันที่ 16ก.ค.2557เฉพาะส่วนที่มีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพาชุดใหม่แทนชุดเดิม โดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่มีมติดังกล่าวและให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1ดำเนินการตามข้อ 20 ของข้อบังคับมหาวิทยาลัยบูรพา ว่าด้วย คุณสมบัติและการสรรหาอธิการบดี พ.ศ. 2552 ตามขั้นตอนต่อไป ส่วนคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
“ที่ผมมายื่นหนังสือต่อรมว.ศึกษาธิการในวันนี้ก็เพราะต้องการให้ท่านลงไปกำกับด้วยตัวเอง เนื่องจากในวันที่14ม.ค.นี้ทราบว่าจะมีการนัดประชุมสภามหาวิทยาลัยนัดพิเศษ ซึ่งจะมีวาระการพิจารณาในส่วนที่ศาลปกครองระยองพิพากษา ซึ่งจริง ๆ แล้วจะมีการประชุมสภาฯในวันที่20ม.ค. ทั้งนี้ผมอยากขอร้องกรรมการสภาฯผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านให้พิจารณาตามคำสั่งศาลปกครอง อย่าให้มหาวิทยาลัยเสียหายไปมากกว่านี้เลย เพราะที่ผ่านมาเคยมีการพิจารณาแล้ว แต่เสียงข้างมากไม่ปฏิบัติตาม อย่างไรก็ตามเมื่อมีคำสั่งศาลปกครองพิพากษาออกมาแล้วก็ควรจะรีบดำเนินการสรรหาอธิการบดีม.บูรพาโดยเร็วเพื่อให้ลูกหลานได้รับการศึกษาอย่างสบายใจ และคณาจารย์จะได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ของตัวเอง ซึ่งจะเป็นใครก็ได้มีมีรายชื่อ1ใน3ที่ได้รับการสรรหาเข้ามาชิงตำแหน่งอธิการบดีม.บูรพา” ผศ.เชิดชัย กล่าว
ด้าน พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าวว่า ได้รับเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่จะขอจัดการกับปัญหามหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ(เอแบค)ก่อนแล้วจึงค่อยเข้าไปดูปัญหาของมบ.อย่างไรก็ตามปัญหาในลักษณะนี้เป็นเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการจะต้องเข้าไปดูอยู่แล้ว แต่ก็ยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ฉุดรั้งการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษา และฉุดรั้งการดำเนินการในหลาย ๆ เรื่อง
‘ดาว์พงษ์’ พร้อมดำเนินการ ‘ขรก.ศธ.’ ถูก ม.44สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่
พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวถึงกรณีที่มีข้าราชการในสังกัดกระทรวงศึกษา ถูกใช้ ม.44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอานาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) 2557 ตรวจสอบและมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยมีนายสุเมธ แย้มนุ่น รักษาการอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นายอร่าม ศิริพันธุ์ หัวน้าภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนายสมคิด มะธิปะโน ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนแก่งนาจารย์พิทยาคม จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)
ซึ่งเป็นต้นสังกัดก็ต้องดำเนินการไปตามคำสั่งก่อน และก็ยังไม่ทราบว่ามีความผิดในเรื่องใด ที่ผ่านมาก็ไม่เคยทราบเรื่องนี้มาก่อนเพราะเป็นเรื่องที่ สตง.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบกันมาก่อนนี้แล้ว และเห็นว่าจะมีล็อต4เพิ่ม แต่ตนไม่รู้จริง ๆว่าจะมีรายชื่อบุคลากรของกระทรวงศึกษาฯอยู่ด้วยอีกหรือไม่ ซึ่งการที่ตนไม่รู้ก่อนล่วงหน้าก็ดีแล้ว เพราะเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต หากตนรู้ก็คงช่วยอะไรใครไม่ได้ทั้งสิ้น เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอดีตทั้งหมด และตนก็คงไม่ตั้งกรรมการขึ้นมาดูแลในเรื่องนี้ รอให้ต้นสังกัดรายงานขึ้นมาว่าใครมีความผิดในเรื่องใด



