ปลด!'สมมาตร์ มีศิลป์'พ้นองค์การค้าฯ

มติบอร์ด สกสค.สั่งปลด!'สมมาตร์ มีศิลป์'พ้นองค์การค้าฯ 'บิ๊กหนุ่ย'ยันไม่ผูกขาดขายตำรา ไม่ทุบหม้อข้าวเอกชน พร้อมสั่งเข้มงวดลิขสิทธิ์ผลิตเครื่องหมายลูกเสือ

             เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการบริหารงานภายในองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ว่า ในการประชุมคณะกรรมการ สกสค. เมื่อวันที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเลิกจ้างนายสมมาตร มีศิลป์ ผู้อำนวยการองค์การค้าฯ เนื่องจากผลการดำเนินงานไม่ผ่านการประเมิน โดยมีผลตั้งแต่วันดังกล่าวที่ 20 พ.ย.ที่ผ่านมาและอยู่ระหว่างแจ้งให้ นายสมมาตร์ รับทราบ ทั้งนี้ ยืนยันว่าคณะกรรมการ สกสค.ได้พิจารณาอย่างเป็นธรรม

              ส่วนการแก้ปัญหาการขาดทุนขององค์การค้าฯ ซึ่งมีสาเหตุมาจากสินค้าไม่ได้คุณภาพ การตลาดไม่เก่งและมีการทุจริตเกิดขึ้นภายในนั้น โดยตนได้มอบหมายให้ นายธเนศพล ธนบุณยวัฒน์ หัวหน้าคณะทำงานกำหนดแนวทางการประเมินประสิทธิภาพและติดตามการดำเนินงานขององค์การค้าฯ เข้ามาแก้ปัญหาทั้ง 3 เรื่องและให้แนวทางว่าการดำเนินงานต้องไม่กระทบสำนักพิมพ์เอกชนแต่ให้เดินไปด้วยกัน

             “ขณะนี้ยังไม่ได้มีการตัดสินใจอะไร และให้คณะทำงานฯไปดูตามแนวทางที่ให้ไว้แต่ปรากฎว่าเวลานี้กลายเป็นบอกว่าจะองค์การค้าฯจะผูกขาด ซึ่งยืนยันว่าจะไม่มีการผูกขาดอย่างแน่นอน ศธ.และเอกชนจะต้องเดินไปด้วยกัน ขณะเดียวกัน ได้กำชับให้เข้มงวดเรื่องลิขสิทธิ์เครื่องหมายลูกเสือและเนตรนารี ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะถูกเอกชนโวยวายหรือเปล่า แต่ที่ผ่านมามีการทำไม่ถูกกฏหมายจนชิน ผมไม่ได้ทุบหม้อข้าวใครแต่ต้องทำให้ถูกกฎหมาย ไม่ได้ห้ามไม่ให้เอกชนขายแต่ต้องมาทำความตกลงและจ่ายค่าลิขสิทธิ์เพื่อนำ เงินรายได้เข้าองค์การค้าฯ”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

             ด้าน นายธเนศพล กล่าวว่า ตนได้เสนอแนวทางการดำเนินงานขององค์การค้าฯถึง รมว.ศึกษาธิการแล้ว โดยในส่วนของการจำหน่ายแบบเรียนให้กับโรงเรียนต่างๆทั้งในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และกรุงเทพมหานครยังต้องดำเนินการตามรูปแบบที่ควรดำเนินการต่อไป โดยจะจับมือเดินไปพร้อมกันทั้งผู้ค้าแบบเรียนและโรงพิมพ์ จะไม่มีการผูกขาดตัดตอน ทั้งนี้องค์การค้าฯจะขอความร่วมมือทั้งโรงเรียนและคู่ค้าเดิมขององค์การค้าฯ โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของรัฐและผู้เรียนเป็นสำคัญ การซื้อหนังสือแบบเรียนต้องได้ราคาที่เหมาะสม ครบถ้วนทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชา และปีนี้เป็นปีแรกที่องค์การค้าฯได้พัฒนาตารางสอนและคู่มือการสอนของครูแจกให้กับครูฟรี รวมทั้งจะลงไปดูแลเรื่องของเครื่องหมายลูกเสือ เนตรนารี ที่สำนักงานลูกเสือแห่งชาติได้มอบลิขสิทธิ์ให้องค์การค้าฯ แต่ที่ผ่านมามีการทำปลอมขายกันทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ดังนั้นต่อไปองค์การค้าฯจะเข้มงวดตรวจสอบอย่างจริงจัง

             ขณะเดียวกันจะขอรับการสนับสนุนจากหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ หากมีการจัดพิมพ์หนังสือ แบบเรียน เอกสาร ขอให้เลือกใช้องค์การค้าฯ และต่อไปการดำเนินงานขององค์การค้าฯต้องทำอย่างเป็นระบบและโปร่งใส รวมทั้งให้แนวทางในการจัดซื้อกระดาษเพื่อความโปร่งใสและจัดเจน ให้จัดซื้อจากโรงงานกระดาษบางปะอินในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้แนวทางการดำเนินการดังกล่าวเชื่อว่าจะทำให้ผลการประกอบการขององค์การค้าฯ ในปี 2559 ดีขึ้น โดยปักธงไว้ว่าต้องได้กำไร แต่หากไม่ได้กำไรก็ขอให้ขาดทุนน้อยที่สุด

................................
(หมายเหตุ : ขอบคุณภาพจาก thaipublica.org)


เปิดอ่าน