ศธ.สั่งปฏิบัติ'ธรรมกาย'ค้ำจุนการศึกษา

คุณภาพชีวิต  :  10 พ.ค. 2555
ปฏิบัติธรรม , ธรรมกาย คอรัปชั่น , ยาเสพติด

“สุชาติ” สั่งผุด “โครงการปฏิบัติธรรมที่วัดสระเกศ-ธรรมกาย หวังค้ำจุนการศึกษา ต้านคอรัปชั่น แก้ปัญหายาเสพติด ให้อุดมศึกษา-อาชีวะ-เอกชน จัดส่ง นศ.เข้าร่วม พร้อมลงนามประกาศเรื่องกิจกรรมรับน้องใหม่และประชุมเชียร์

             10พ.ค.2555 ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  กล่าวถึงแนวปฏิบัตช่วงเปิดเปิดภาคเรียนว่า ต้องการให้ ให้สถานศึกษานำนักเรียน นักศึกษาเข้าร่วมอบรมธรรมะในวัดสระเกศ วัดพระธรรมกาย หรือสถานปฏิบัติธรรม เพื่อขัดเกลาจิตใจ ปลูกฝังเรื่องคุณธรรม จริยธรรม และความสำนึกดีแก่นักเรียน ผ่าน “โครงการปฏิบัติธรรมค้ำจุนการศึกษา ต้านคอรัปชัน แก้ปัญหายาเสพติด”

              "ผมเชื่อว่าการปลูกฝังเรื่องธรรมะนั้นเป็นสิ่งที่ดี อีกทั้ง ในหลักสูตรการเรียนการสอนก็กำหนดไว้ให้เรียนอยู่แล้ว ที่สำคัญเรื่องเหล่านี้เราต้องเรียนรู้ไว้ตลอดชีวิต”รมว.ศึกษาธิการ กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม หากมีสถาบันใดมีนักศึกษาแอบไปจัดกิจกรรมรับน้องนอกสถานที่และเกิดเหตุรุนแรงขึ้น ผู้บริหารสถาบันจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายด้วย

               ศ.ดร.สุชาติ  กล่าวต่อว่า เนื่องจากช่วงเปิดภาคเรียนมักปรากฏเหตุการณ์การรับน้องใหม่ที่รุนแรง หรือการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักศึกษา ดังนั้น จึงขอร้องให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ได้กำชับไปยังผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดเกี่ยวกับการจัดกิจกรรมรับน้องใหม่และการประชุมเชียร์ เพราะกิจกรรมดังกล่าวเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ของนิสิตนักศึกษารุ่นพี่รุ่นน้อง ให้มีความสามัคคี มีระเบียบและความภาคภูมิใจในสถาบัน ซึ่งเป็นการรักษาไว้ซึ่งประเพณีที่สืบทอดกันมายาวนาน แต่ไม่ต้องการให้เหตุการณ์ความรุนแรงที่กระทำจากบุคคลเพียงไม่กี่คนมาส่งผลให้กระทบต่อการจัดกิจกรรมที่ดีในภาพรวมไปด้วย
 
              เพราะฉะนั้น ในวันที่ 10 พ.ค. ได้ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่อง การจัดกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่และประชุมเชียร์ในสถาบันอุดมศึกษา โดยกำหนดนโยบายและมาตรการเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการ ดังนี้ นโยบาย ได้แก่ 1.การจัดกิจกรรมรับน้องใหม่และการประชุมเชียร์ในสถาบันอุดมศึกษา ควรเคารพสิทธิเสรีภาพและหลักความเสมอภาค โดยต้องไม่มีความรุนแรง และห้ามล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคลทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ดื่มสุรา และเสพสิ่งมึนเมาทุกชนิด และไม่กระทบกับการเรียนการสอน 2.การจัดกิจกรรมฯ ควรอยู่ในความรับผิดชอบดูแลร่วมกันของผู้บริหาร อาจารย์ และบุคลากรทุกคณะ/ภาควิชา รวมทั้งรุ่นพี่ ที่จะต้องให้คำแนะนำกำกับดูแล ปรึกษาการจัดกิจกรรมให้มีลักษณะสร้างสรรค์ ไม่ขัดต่อระเบียบสถาบัน กฎหมาย วัฒนธรรม ประเพณี และมารยาททางสังคมที่ดีงาม และ 3.การจัดกิจกรรมฯ ให้จัดกิจกรรมภายในสถาบันอุดมศึกษา ไม่ควรจัดนอกสถานที่ เพื่อความปลอดภัยและประหยัดโดยการอนุญาตจัดกิจรรมให้อยู่ในดุลยพินิจของแต่ละสถาบัน

              รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อว่า ส่วนมาตรการ มี 8 ข้อ ได้แก่ 1.ให้สถาบันอุดมศึกษาออกกฎระเบียบ ข้อบังคับ หรือหลักเกณฑ์และมาตรการ ในการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับนโยบาย ศธ. โดยกำหนดการพิจารณาอนุญาต การรับผิดชอบ การกำกับ ระยะเวลาการจัดกิจกรรม รูปแบบ แนวทางกิจกรรม ตามความเหมาะสมและลักษณะเฉพาะของแต่ละสถาบัน 2.องค์กรนิสิตนักศึกษา ต้องเสนอขออนุมัติโครงการจัดกิจกรรมเป็นลายลักษณ์อักษร และจะจัดกิจกรรมได้ต่อเมื่อได้รับอนุมัติแล้วเท่านั้น 3.ให้สถาบันอุดมศึกษารณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้สังคมเข้าใจ รูปแบบกิจกรรม นโยบาย และมาตรการ มีทัศนคติที่ดีต่อการรับน้อง และร่วมตรวจสอบการจัดกิจกรรมได้

              4.ให้นิสิตนักศึกษาใหม่ เข้าร่วมกิจกรรมด้วยความสมัครใจ เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองเข้ามาสังเกตการณ์จัดกิจกรรมได้ 5.สถาบันอุดมศึกษาให้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวัง มีเว็บไซต์เพื่อติดตามแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แก้ไขปัญหา ประสานกับสื่อมวลชนส่วนวิทยาเขต/คณะต่าง ๆ ควรจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลและให้การช่วยเหลือ (Call Center) หรือบริการสายด่วน (Hotline) 6.ให้สถาบันอุดมศึกษาประเมินผลและแลกเปลี่ยนเรียนรู้การจัดกิจกรรม และควรมีการยกย่องชมเชยผู้ที่จัดกิจกรรมอย่างสร้างสรรค์ 7.ให้สถาบันอุดมศึกษามีบทลงโทษทางวินัย กับนิสิต นักศึกษา และผู้เกี่ยวข้องที่จัดกิจกรรมที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ความเสมอภาค และกฎระเบียบข้อบังคับของสถาบัน และ8.ให้ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา ถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินการตามนโยบายและมาตรการนี้

 


เปิดอ่าน