ธุรกิจมวยไทย

ความฝันของเด็กหนุ่มบ้านนอกเมื่อสามสิบปีที่ผ่านมา นอกจากอยากเป็นนักร้องลูกทุ่งชื่อดังแล้ว ความฝันที่อยากจะเป็นนักมวยไทยมีชื่อเสียง ดูจะเป็นความฝันที่มีโอกาสเป็นความจริงมากที่สุด เพราะไม่ต้องอาศัยพรสวรรค์ใดๆมากมายนัก ไม่ต้องการรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา ไม่ต

เพียงแค่ต้องการหัวใจที่แข็งแกร่งและร่างกายที่ทนต่อความบอบช้ำได้ โดยมีความประพฤติส่วนตัวที่มีวินัยในการฝึกซ้อม การเชื่อฟังเทรนเนอร์ หรือครูผู้สอนอย่างเคร่งครัด เพียงเท่านั้นก็ไต่ไปถึงฝันได้ไม่ยาก

 นักชกมวยไทยยุคเก่าก่อนไม่ว่าจะเป็น อดุลย์ ศรีโสธร, เด่น ศรีโสธร, อภิเดช ศิษย์หิรัญ, เดชฤทธิ อิทธิอนุชิต, สมพงษ์ เจริญเมือง, ราวี เดชาชัย, สุขเกษม เกศสงคราม ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลตัวอย่าง ที่เด็กบ้านนอกทั้งหลายอยากเป็นเช่นพวกเขาทั้งสิ้น ตามหน้ากระจกของร้านตัดผมทั่วประเทศ ล้วนแต่มีรูปของนักมวยไทยเหล่านั้นแปะติดไว้จนชินตา

 สนามมวยมาตรฐานของประเทศไทยในกรุงเทพฯ ทั้งสองแห่ง ไม่ว่าจะเป็นราชดำเนินหรือลุมพินี ล้วนแต่มีคนรักกีฬามวยเข้าไปชมกันเนืองแน่นเกือบทุกนัด โดยไม่ต้องง้อค่าบัตรผ่านประตูจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเช่นทุกวันนี้

 แต่หลังจากนั้นเมื่อมีการนำเอาระบบการบริหารจัดการ ในรูปแบบของการตลาดเข้ามาใช้กับวงการมวยไทย มีการถ่ายทอดสดการแข่งขันชกมวยไทย   แพร่ภาพออกอากาศไปทั่วประเทศเกือบทุกวัน นำเอาชื่อสินค้าต่างๆ เข้ามาปักอยู่ที่ด้านหน้าของกางเกงชกมวย มีพื้นเวทีที่มีตราสัญลักษณ์ของสินค้าติดเอาไว้จนทั่วทุกตารางนิ้ว สร้างรายได้ให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องมากขึ้นทั่วหน้า ยกเว้นแต่นักกีฬาที่ทำหน้าที่ขึ้นชกบนเวที และกลับยิ่งทำให้นักกีฬามวยไทยได้รับการรับรู้จากบุคคลทั่วไปน้อยลง

 ในปัจจุบันนี้เป็นที่ยอมรับกันว่า กีฬาชกมวยที่ได้รับการยอมรับไปอย่างกว้างขวางทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น คิกบ๊อกซิ่ง, เควัน, มาร์เชียลอาร์ท ฯลฯ ล้วนแล้วแต่มีพื้นฐานหรือต้นตำรับไปจากมวยไทยของเราทั้งสิ้น  เพราะเป็นกีฬาที่ผสมผสานกันระหว่าง ความดุเดือดเลือดพล่าน และความเป็นกีฬา ซึ่งมีศิลปะอ่อนช้อยในตัว

 จนถึงระดับที่มีการเปิดยิมสำหรับฝึกสอนมวยไทยขึ้น หลายประเทศในยุโรปและญี่ปุ่น มีผู้คนเข้ามาฝึกฝนกีฬามวยไทยมากขึ้น นักมวยไทยชื่อดังที่เลิกราไปจากวงการแล้ว ก็สามารถหารายได้จากการไปเป็นครูฝึกตามยิมในประเทศต่างๆ ได้ โดยมีผลตอบแทนเป็นรายได้ที่งดงามไม่ต่างไปจากกีฬาที่ได้รับความนิยมสูงชนิดอื่นๆ

 ในประเทศไทยเองก็มีคนเปิดค่ายเพื่อฝึกสอนชาวต่างชาติ ให้รู้จักมวยไทยและลงฝึกซ้อมมวยไทยมากขึ้น จนถึงขนาดที่มีนักมวยไทยที่เป็นชาวต่างชาติ   ขึ้นชกแข่งขันกับบรรดานักมวยไทยสัญชาติไทยแท้ๆ มากขึ้น ในเกือบทุกเวทีที่มีการจัดการแข่งขันมวยไทย และหลายคนที่สามารถใช้ศิลปะแม่ไม้มวยไทย   สามารถเอาชนะนักชกชาวไทยแท้ๆ ไปได้

 แต่เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ที่ในขณะซึ่งกีฬามวยไทยได้รับความนิยมสูงอย่างยิ่งในรูปแบบต่างๆ แต่คนไทยที่เข้าไปชมการแข่งขันมวยไทยในเวที กลับมีจำนวนคนเข้าชมลดน้อยลงไปจากอดีตมาก จนถึงขั้นที่ต้องหันไปพึ่งพารายได้จากการขายบัตร ให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นหลัก

 และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กลับไม่สามารถสร้างรายได้จากกีฬามวยไทยในแง่มุมต่างๆ ให้แก่ประเทศชาติได้  มีเพียงแค่ปล่อยให้คนไทยด้วยกันเองคิดไปว่า มวยไทยและสนามมวยในประเทศไทย เป็นได้เพียงแค่แหล่งมั่วสุมของนักพนัน มากกว่าที่จะสร้างให้เป็นสนามกีฬา ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศที่สามารถสร้างให้เป็นธุรกิจหลักอันหนึ่ง ซึ่งทำรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมหาศาล ทั้งในแง่การท่องเที่ยวและกีฬา ปัญหาหญ้าปากคอกอย่างนี้   หากเฮียเบี้ยว ชุมพล ศิลปอาชา ท่านคิดไม่ถึง ก็ถือว่าเป็นเวรกรรมของประเทศไทยแล้วครับ

พัฒนเดช  อาสาสรรพกิจ


เปิดอ่าน