royal coronation
วันที่ 17 สิงหาคม 2562
เศรษฐกิจ

อนาคตธุรกิจ"สปาไทย"ในเวทีโลก ติวเข้ม"4ไฮ"แก่ผู้ประกอบการใหม่

วันที่ 24 เมษายน 2562 - 04:09 น.
สปาไทย
Shares :
เปิดอ่าน 2,805 ครั้ง

อนาคตธุรกิจ"สปาไทย"ในเวทีโลก ติวเข้ม"4ไฮ"แก่ผู้ประกอบการใหม่

 

           จำนวนเม็ดเงินกว่า 3.5 หมื่นล้านบาทต่อปีที่กระจายอยู่ในธุรกิจสปาไทย กลายเป็นจุดสนใจที่ทำให้ภาครัฐต้องการยกระดับอุตสาหกรรมสปาไทยก้าวไปสู่มาตรฐานสากล หวังใช้จุดเด่นด้านทรัพยากรธรรมชาติที่มีความหลากหลายมาช่วยยกระดับรายได้ให้คนในชาติตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ผ่านธุรกิจงานบริการครบวงจรที่เรียกว่า “สปา” ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอีระดับเติบโต (SMEs Regular Level) ประจำปี 2562  โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ผนึกกำลังร่วมกันพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการให้ก้าวไปสู่เป้าหมายที่วางไว้

     

             “ธุรกิจสปาและนวดไทย ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ อีกทั้งยังสร้างอาชีพให้บุคคลทั่วไปมีรายได้ ในขณะเดียวกันยังก่อให้เกิดรายได้แก่อุตสาหกรรมอื่นที่เชื่อมโยงในกระบวนการสปาตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำในอุตสาหกรรมเกษตรและการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก”

           สุวรรณชัย โลหะวัฒนกูล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวตอนหนึ่งในระหว่างเป็นประธานแถลงข่าวการเตรียมพลิกโฉมสปาไทยครั้งยิ่งใหญ่ ด้วยการยกระดับและเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมสปาไทย ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอีระดับเติบโต (SMEs Regular Level) ประจำปี 2562 ณ ห้องออดิทอเรียม หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร โดย สสว.ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA และสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) เพื่อติดปีกผู้ประกอบการสปาไทยด้วยกระบวนการคิดสร้างสรรค์ สร้างจุดขายให้แบรนด์และเพิ่มมูลค่าธุรกิจด้วยกิจกรรมเสริมความแกร่งแก่ผู้ประกอบการสปาและนวดไทยแบบครบวงจร

              ผอ.สสว.กล่าวต่อว่า จากการรักสุขภาพของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศเป็นผลให้มีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพซึ่งประเทศไทยมีอัตราการเติบโตสูงกว่าอัตราเฉลี่ยทั่วโลกอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะธุรกิจสปาเพื่อสุขภาพและความงามที่ยังคงได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เนื่องจากจุดแข็งด้านการให้บริการและสมุนไพรซึ่งเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีอย่างหลากหลายในประเทศไทย 

            อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าแม้จำนวนธุรกิจสปาในประเทศไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่องแต่ภาพลักษณ์ธุรกิจสีเทาในบางสถานประกอบการยังเป็นอุปสรรคต่อการสร้างจุดขายให้แก่สปาแบรนด์ไทย ดังนั้นการจัดกิจกรรมยกระดับและเพิ่มมูลค่าอุตสาหกรรมสปาไทยภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจเอสเอ็มอีระดับเติบโตประจำปี 2562 จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยยกระดับและผลักดันศักยภาพของธุรกิจสปาและนวดไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับสากลผ่านการผสานความร่วมมือกับเครือข่ายพันธมิตรในการถ่ายทอดความรู้ในมิติต่างๆ ทั้งการพลิกแนวคิดธุรกิจสปาไทยให้เป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพของคนไทยและนักท่องเที่ยว รวมไปถึงก้าวพ้นจากภาพลักษณ์ธุรกิจสีเทา พร้อมสร้างจุดขายโดยการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการบนพื้นฐานความคิดสร้างสรรค์เพื่อผลักดันให้เอสเอ็มอีไทยเติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล

              อภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องการมหาชน) หรือ CEA กล่าวเสริมว่า สำหรับโครงการดังกล่าวได้ดำเนินการภายใต้เครื่องมือเสริมแกร่งให้ผู้ประกอบการสปาและนวดไทยแบบครบวงจรผ่าน 5 กิจกรรมหลัก ประกอบด้วย 1.การจัดอบรมสัมมนาเทรนด์ธุรกิจสปาเพื่อกระตุ้นแนวทางการสร้างจุดขายใหม่ของผลิตภัณฑ์หรือบริการสปาเวลเนสและนวดไทย แนวโน้มการตลาดสปา การออกแบบและการเพิ่มมูลค่า ตลอดจนการสร้างแบรนด์และการตลาด 2.การอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างจุดขายที่แตกต่างสำหรับกลุ่มธุรกิจบริการและกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างไอเดียและปรับกลยุทธ์ในการสร้างจุดขายที่แตกต่างผ่านการออกแบบการบริการและการพัฒนาผลิตภัณฑ์

              3.การให้คำปรึกษาเชิงลึกโดยผู้เชี่ยวชาญด้วยการลงพื้นที่เยี่ยมชมธุรกิจอย่างใกล้ชิดเพื่อแนะนำการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต พร้อมทั้งสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าและบริการ 4.การพัฒนาการออกแบบผลิตภัณฑ์และบริการให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสร้างมูลค่าเพิ่ม และ 5.การออกงานแสดงสินค้าในต่างประเทศด้วยการนำผลิตภัณฑ์หรือสินค้าของผู้ประกอบการมาต่อยอดทางธุรกิจด้วยช่องทางการขายและทดสอบในตลาดต่างประเทศ

             ดร.ธนันธน์ อภิวันธนาพร ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ISMED) มองว่า การพัฒนาอุตสาหกรรมสปาเพื่อให้ก้าวไปสู่เป้ามหายที่วางไว้จะต้องมุ่งเป้าไปที่ 4 ปัจจัยหลักที่มีผลกระทบต่อซัพพลายเชน โดยเริ่มจากจุดหมายปลายทาง หรือเดสติเนชั่น ซึ่งเริ่มจากนักท่องเที่ยวจะเลือกว่าไปที่ไหน จากนั้นมาต่อด้วยปัจจัยที่สองคือการบริการแล้วมาสู่เรื่องของแบรนดิ้งและมาร์เก็ตติ้งหรือการตลาดเป็นขั้นตอนสุดท้าย ซึ่งทั้ง 4 ปัจจัยคือจุดแข็งทั้งหมดในโครงการนี้ 

                “เราคงรู้จักกันดีว่าเกาะแห่งทวยเทพ หรือไอซ์แลนด์ออฟก๊อต ซึ่งคือเกาะบาหลี อินโดนีเซีย บาหลีเขาสามารถยกระดับเอ็กซ์ปอร์ตไปถึงยุโรป เขาไม่ได้เป็นแค่สปาหรือเป็นแค่น้ำมันหอมระเหย แต่เขาไปถึงฟิวเจอร์ นี่คืองานที่เราจะไปด้วย ถ้าดูวงจรอุตสาหกรรมสปาบ้านเรามันไม่ได้ขึ้นโด่งมาก จริงๆ มันควรจะขึ้นโด่งถ้าไปดูมาร์เก็ตไซส์ของตลาดโลก เรายังโตแค่ 5-7% ที่จริงควรจะไปได้มากกว่านี้ เราจึงต้องมาดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นในธุรกิจสปาของบ้านเรา ทั้งๆ เรามีทุกอย่างพร้อม”

              ผอ.สถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมยอมรับว่าหลังจากลงพื้นที่สแกนทั้งหมดตั้งแต่เหนือจรดใต้ก็พบว่ามีปัญหาอยู่หลายประการ โดยเฉพาะกลุ่มระดับกลางและล่าง รวมถึงซัพพลายเชนที่ป้อนวัตถุดิบต่างๆ ยังขยับตัวน้อยมากทั้งๆ ที่ศักยภาพมีมากพอสมควร ในขณะกลุ่มระดับบนที่เป็นลีดดิ้งนั้นไม่มีปัญหาเขาสามารถเดินหน้าต่อไปได้  

               “ผมเลยให้โจทย์โครงการที่เขาทำอยู่เรียกว่า 4 ไฮ หรือ 4 สูง  อยู่ในกระบวนการพัฒนาตัวแรก ไฮลี่อินโนเวทีฟ คือเราต้องพัฒนานวัตกรรมที่จับต้องได้ ตัวที่สองคือ ไฮทัช เรื่องการบริการที่เป็นเลิศ ตัวที่สาม ไฮสแตนดาร์ด เรื่องของมาตรฐาน เพราะปัจจุบันยังมีเกือบ 80% ของอุตสาหกรรมนี้ที่มาตรฐานยังไม่ได้ วันนี้ประเทศไทยไม่ได้อยู่แค่รีแลกซ์แต่ต้องขยับมาอยู่ที่เวลเนสสูงขึ้นมาอีกและตัวสุดท้าย ไฮลี่อินแบรนด์แอนด์มาร์เก็ตติ้ง เรื่องการสร้างอัตลักษณ์และการตลาด  ทั้งหลายทั้งปวงเราเรียกว่าเมจิกเวลเนส หรืออัศจรรย์ทางด้านสุขภาพ” ดร.ธนันธน์ กล่าวย้ำทิ้งท้าย

 

                                            

 ดึง“อัตลักษณ์พื้นถิ่น”เป็นจุดขายสปาไทย

               วัลวลี ตันติกาญจน์ ประธานสมาพันธ์สปาไทยและนายกสมาคมสปาสมุยกล่าวในเวทีเสวนา “พลิกโฉมธุรกิจสปาไทยสู่สากล” ตอนหนึ่งว่า วันนี้ธุรกิจสปาไทยไปแล้วทั่วโลก ขณะเดียวกันเราต้องย้อนกลับมาดูตัวเราเองด้วย  สิ่งที่มีความสำคัญในยุคนี้ก็คือการตั้งรับปรับตัวให้ได้ แต่ขณะเดียวกันเราก็ต้องรุกโลกดิจิทัลเป็นช่องทางการสื่อสารที่มีความสำคัญทั้งระหว่างภายในกันเอง ภายนออกสู่ภายในและภายในสู่ภายนอก ทำให้เกิดประโยชน์มากมายมหาศาล เราทำงานได้สะดวก รวดเร็ว ขณะเดียวกันโลกดิจิทัลก็เป็นดาบสองคมที่จะทำให้เราสามารถอยู่ในโลกปัจจุบันนี้ได้อย่างยั่งยืนแค่ไหน 

             “สมาพันธ์สปาไทยเรามีสมาชิกอยู่ทั่วประเทศ เราต้องหันกลับมามองว่าแต่ละภาคของเรา เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ต่างกันหรือไม่ แล้วเราต้องดึงศักยภาพมันออกมาใช้ได้อย่างไร อัตลักษณ์ความเป็นพื้นถิ่น วัฒนธรรม ประเพณีที่เป็นจุดแข็งดึงมาเป็นจุดขายของเรา ถึงแม้จะเป็นภาคใต้ด้วยกันอย่างเช่นสปาสมุยกับสปากระบี่ ภูเก็ต เอกลักษณ์ก็ไม่เหมือนกัน ท่านจะเห็นได้ว่าในภาคเดียวกันเราก็ยังมีจุดขายที่ต่างกัน”

             ส่วนการพัฒนาสปาไปสู่ความยั่งยืนในอนาคตนั้น ประธานสมาพันธ์สปาไทยยืนยันว่าเราจะต้องจับมือเดินไปด้วยกันต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง แล้วเอาความสวยงามทางธรรมชาติ เช่น หาดทราย สายลม แสงแดด ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ประเทศไทยเรามีมาเพิ่มมูลค่าทางธุรกิจสปา ซึ่งต่างจากประเทศในยุโรปเขาไม่มีสิ่งเหล่านี้หรือหาได้น้อยมาก แต่เขาก็พยายามสร้างขึ้นมาใหม่ให้คล้ายกับของจริงมากที่สุด อย่างเช่นสร้างหาดทรายจำลองให้ห้องสี่เหลี่ยม แล้วนำน้ำทะเลมาแล้วใช้ยูวีเพื่อให้บริการลูกค้ามาอาบแดด ขณะที่บ้านเราสิ่งเหล่านี้มีเต็มไปหมด 

                “สิ่งที่เขาถวิลหามากที่สุดในบ้านของเขาก็คือสิ่งที่เรามี หาดทราย สายลม แสงแดด เมื่อเราไปเปิดโลกดูเขาจะเห็นว่าสิ่งที่เรามีกลับมองไม่เห็นว่าเป็นสิ่งที่มีค่าเลย ที่โน่นเขาใช้ห้องจำลองเป็นห้องเล็กๆ เอาทรายไปใส่ไว้ในห้องเปิดแสงยูวีให้เกิดความร้อนแล้วก็ฝังตัว อยากเล่นน้ำทะเลก็เอาน้ำทะเลมาเทใส่อ่างแล้วลงไปเล่นน้ำทะเล สิ่งเหล่านี้เป็นวัตถุดิบที่เรามองข้ามไปหรือเปล่า” 

              รัตนดา ชูบาล นายกสมาคมสปาเพื่อสุขภาพภูเก็ต เผยว่า มีโอกาสนั่งในตำแหน่งนายกสมาคมมาสองสมัยมองเห็นการเติบโตของเกาะภูเก็ตมาโดยตลอด จากเมื่อ 20 ปีที่แล้วมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเกาะภูเก็ตอยู่ที่ 2 ล้านคนต่อปี  มาวันนี้แตะไปที่ 15-17 ล้านคนต่อปี  โดยนักท่องเที่ยวเข้ามาหลากหลายรูปแบบ หลากหลายสไตล์แล้วก็มีหลากหลายราคาที่นักท่องเที่ยวสามารถจับต้องได้

               “ในเกาะภูเก็ตเรามีเดย์สปาที่ 40-60 เตียงมากกว่า 30 แห่ง เฉพาะเส้นบายพาสไปถึงหาดราไวย์มีขนาด 60-200 เตียงประมาณ 30 สปา ฉะนั้นการเติบโตของสปาภูเก็ตมันเติบโตพร้อมๆ กับจำนวนนักท่องเที่ยวที่หลั่งไหลเข้ามา รายได้จากสปาทั้งประเทศ 35,000 ล้านต่อปี ดิฉันเชื่อว่าประมาาณ 30-40% มาจากภูเก็ตและฝั่งอันดามันสปา” นายกสมาคมสปาเพื่อสุขภาพภูเก็ตกล่าวทิ้งท้าย

Shares :
เปิดอ่าน 2,805 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่