วิเคราะห์"เศรษฐกิจ"หลังเลือกตั้ง จับตาธุรกิจ"อสังหาฯ"

 วิเคราะห์"เศรษฐกิจ"หลังเลือกตั้ง จับตาธุรกิจ"อสังหาฯ-วัสดุก่อสร้าง"  

 

พลันที่ผลการเลือกตั้งออกมา หลายคนโล่งใจไม่ว่าพรรคการเมืองใดจะได้จัดตั้งรัฐบาล ทว่าเริ่มเห็นแสงสว่างในปลายอุโมงค์ โดยเฉพาะธุรกิจอสังหาฯ ที่นักลงทุนต่างจับตาที่พร้อมจะกระโจนทันทีที่การเมืองไทยนิ่ง  

 วิเคราะห์"เศรษฐกิจ"หลังเลือกตั้ง จับตาธุรกิจ"อสังหาฯ"

 

“ไทยมีความพร้อมทุกอย่างทั้งทำเลที่ตั้ง ระบบโครงสร้างพื้นที่ที่ดี มีเครื่องไดเรกไฟท์มาลงมากที่สุด แต่งานจัดแสดงสินค้าระดับนานาชาติเรายังแพ้สิงคโปร์หรือเวียดนามที่กำลังเติบโตอย่างน่ากลัว”ภูษิต ศศิธรานนท์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เอ็กซ์โปลิงค์ โกลบอล เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ วิเคราะห์ภาพรวมเศรษฐกิจหลังการเลือกตั้ง โดยเฉพาะหลังจากที่มีรัฐบาลใหม่แล้วเศรษฐกิจของประเทศน่าจะดีขึ้นเพราะผู้บริโภคมีความมั่นใจในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น  

“การเมืองเป็นปัจจัยสำคัญทีี่สุดสำหรับนักลงทุน ปัจจัยอื่นๆ เป็นตัวเสริม ขอให้การเมืองนิ่งก็พอ” ภูษิตย้ำ 

ไม่เพียงแค่ธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าเท่านั้นที่เฝ้าดูปัจจัยทางการเมืองและศรษฐกิจไทยจากนี้ไป ทว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย หรือเพื่อการลงทุน ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อาทิ ธุรกิจวัสดุก่อสร้างก็ไม่ต่างกัน

เห็นได้จากมุมมอง “มิสเตอร์เดวิด เรย์” รองประธานฝ่ายพัฒนาโครงการวินสด์ดัม โฮเทลส์แอนด์รีสอร์ท กล่าวระหว่างแถลงข่าวเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมหรูร่วมทุนกับฮาบีแทท กรุ๊ป ภายใต้แบรนด์รามาด้า บายวินด์ดัม พัทยา ณ ห้องสโรชาโรงแรมสยามเคมปิ้นสกี้ เมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) โดยระบุว่าไม่ว่าการเมืองหรือภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจะไม่มีผลกระทบต่อการลงทุนในระยะยาวเพราะเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นในช่วงสั้นๆ เท่านั้น เนื่องจากไทยมีความพร้อมปัจจัยพื้นฐานในด้านต่างๆ ต่างจากประเทศอื่นในภูมิภาคอาเซียนด้วยกัน ปัจจุบันรามาด้าลงทุนธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทในประเทศไทยกว่า 20 โครงการ 

ขณะที่การก้าวสู่ปีที่ 23 ของบริษัท ดีคอนโปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ DCON ผู้ผลิตแผ่นพื้นสำเร็จรูปและเสาเข็มบ้านพักอาศัยที่มีกำลังผลิตสูงสุดในประเทศไทย ได้จัดงาน “Executive Dinner ก้าวสู่ปีที่ 23 DCON” พร้อมกันนี้มีเสวนาพิเศษในหัวข้อ “เคล็ดลับในการบริหารงานสู่ความสำเร็จและแผนการรับมือวิกฤติปี 2562” โดยมีเหล่า “ผู้บริหาร” จากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำและภาคการเงินร่วมแชร์กลยุทธ์ที่อาจเข้ามาส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในธุรกิจวัสดุก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ 

เปิดฉากด้วย  วิทวัส พรกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดีคอนโปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ DCON บริษัทผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ฉายภาพธุรกิจอสังหาฯ ปี 2562 โดยกล่าวเปรียบเทียบว่าการจะเป็นพ่อครัวที่เก่งได้ต้องเป็นนักชิมที่เก่ง บริษัทจึงมุ่งมั่นศึกษา พัฒนา เพื่อให้เกิดการขยายผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง วิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นดังกล่าวส่งผลให้บริษัทเข้าใจความต้องการของลูกค้านักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ทั้งด้านรูปลักษณ์ คุณภาพ และบริการ ถือเป็นจุดเด่นสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถนั่งในหัวใจของลูกค้า

“ในโอกาสการก้าวสู่ปีที่ 23 นี้ บริษัทได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ดีเอสซี โปรดักส์ จำกัด และเริ่มลงทุนก่อสร้างโรงงานพรีคาสท์ ที่ลำลูกกา คลอง 12 พร้อมทั้งนำเข้าเครื่องจักรรุ่นที่ทันสมัยรุ่นล่าสุดมาใช้เพื่อให้มีความแม่นยำในการตรวจสอบขนาดมิติต่างๆ สูง โดยคาดว่าโรงงานจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ในช่วงปลายไตรมาส 3 ของปีนี้” บอสใหญ่ดีคอนโปรดักส์เผยการเตรียมพร้อมในการรองรับการเติบโตของธุรกิจ

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) มองว่า ปี 2562 อาจยังไม่ถึงขั้นเป็นปีที่วิกฤติสำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่จะเป็นปีที่เติบโตน้อยลง เนื่องมาจากหลากหลายปัจจัย โดยปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เติบโตได้น้อยลง คือฝั่งดีมานด์หรือผู้บริโภคมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงได้เร็วจากปัจจัยต่างๆ ภายในเวลาไม่กี่เดือน ในขณะที่ฝั่งซัพพลายหรือผู้ประกอบการ กว่าจะเปลี่ยนแปลงได้ครั้งหนึ่งใช้เวลาเป็นปี

“ฝั่งผู้ประกอบการต้องทำให้คนรู้สึกว่าการเปลี่ยนอะไรบ่อยๆ ไม่ใช่เรื่องผิด เมื่อก่อนความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจากความไม่มั่นใจในตัวเองจึงเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา แต่ตอนนี้ตรงกันข้าม” ผศ.ดร.เกษรา อธิบาย

ผศ.ดร.เกษรา ยอมรับว่าสิ่งที่บริษัท “เลิกทำ” คือการตั้งเป้า 5 ปี เพราะบริบททุกอย่างในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงเร็วเกินกว่าจะยึดเป้า 5 ปีไว้ได้ สิ่งที่บริษัท “หันมาทำ” คือการตั้ง “Small Goal” หรือเป้าหมายย่อยราว 5-6 ข้อ ภายใต้เป้าหมายใหญ่ในการทำแต่ละเรื่อง ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญในเรื่องคุณภาพและบริการหลังการขายเพราะมองว่าต่อให้เทคโนโลยีหรือไลฟ์สไตล์ของคนจะเปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนแต่บริการที่เกี่ยวข้องกับคนก็ยังเป็นเรื่องสำคัญ

 ในขณะที่ ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เชื่อว่านับตั้งแต่ปีนี้ (2562) ไปจนถึงปีหน้า (2563) เป็นปีที่มี “ความไม่แน่นอน” เข้ามาเกี่ยวข้องหลายเรื่อง เช่น ผู้บริโภคจะกู้เงินซื้อบ้านยากขึ้น และต้องกู้แพงขึ้น จากมาตรการคุม LTV และจากแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เรื่องการเลือกตั้งที่ทำให้คนรอดูทิศทางของประเทศไปจนถึงเรื่องต่างประเทศอย่าง Trade War ระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนความเร็วของโลกที่เปลี่ยนแปลงกันรวดเร็วมากขึ้น

    "เพราะบริบทต่างๆ ไม่แน่นอนและเปลี่ยนแปลงเร็ว ปีนี้เราจึงพยายามทำ 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ปรับเป้าตลอดเวลา ปรับแผนและปรับเป้ากันเป็นรายไตรมาส ไม่ใช่รอกลางปีค่อยปรับ 2.มองโลกตามความเป็นจริง คอนโดมิเนียมไม่น่าจะสามารถขายได้ 80-90% ทันทีที่เปิดขายเหมือนในอดีต 3.สร้างวัฒนธรรมใหม่ๆ ในองค์กร นำเครื่องมือบริหารเป้าหมายแบบ OKR หรือ Objective & Key Result เข้ามาใช้ พยายามทำให้ทุกอย่างในองค์กรขับเคลื่อนเร็วขึ้น" ณัฐพงศ์ ระบุ

  นอกจากนี้ยังพยายามปรับองค์กรให้คนในองค์กร “กล้า” มากขึ้น ทั้งกล้าที่จะเรียนรู้ กล้าที่จะผิดพลาด แล้วเปลี่ยนจากการนับว่าผิดพลาดกี่เรื่อง เป็นได้เรียนรู้กี่เรื่อง โยนสิ่งใหม่ๆ ลงไปเพื่อให้คนกล้าลองเสี่ยง ขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับเรื่องคุณภาพ เพราะไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปอย่างไรแต่สิ่งหนึ่งที่คนยังต้องการเหมือนเดิมในอีก 10 ปีข้างหน้า ก็คือคุณภาพ

 

 ด้าน ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วัฒนธรรมอย่างหนึ่งของบริษัทคือ Dynamic และ Flexible เพื่อให้เกิดการปรับตัวสู่สิ่งที่ดีกว่า ขณะที่เคล็ดลับธุรกิจของศุภาลัยคือการขยายธุรกิจไปยังต่างจังหวัด ทั้งในหัวเมืองใหญ่และหัวเมืองรอง จนปัจจุบันพัฒนาโครงการมาแล้วเกือบ 20 จังหวัดทั่วประเทศ

    “สิ่งที่เปลี่ยนแปลงในปีนี้และปีหน้าโครงการต่างๆ ของศุภาลัยจะมุ่งเป้าไปที่ภูมิภาคเพื่อรองรับการเติบโตของเมือง ซึ่งปัจจุบันเมืองใหญ่ๆ ที่เป็นศุนย์กลางของภูมิภาคจะมีโครงการของศุภาลัยอยู่เกือบทั้งหมด” 

  ส่วน อิสระ วงศ์รุ่ง รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าบุคคล กล่าวว่า ภาคสถาบันการเงินไม่ได้มองว่าปี 2562 จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ แต่จะมองในเรื่องอัตราดอกเบี้ย สำหรับเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่จะกระทบต่อภาคอสังหาริมทรัพย์นั้น ประเมินว่าอาจมีการปรับขึ้นในช่วงปลายปี แต่ก็ปรับขึ้นในอัตราที่ต่ำมาก 

  ศ.เดวิด แลงก์ ประธานสถาบันคอนกรีตอเมริกัน (ACI) หน่วยงานด้านมาตรฐานคอนกรีตของสหรัฐอเมริกาที่ได้รับการยอมรับระดับโลกกล่าวถึง 3D Printing ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังเข้ามามีบทบาทในวงการก่อสร้าง เนื่องจากมีข้อดีที่แตกต่างจากเทคโนโลยีด้านการก่อสร้างและคอนกรีตประเภทอื่น เช่น ช่วยลดการใช้แรงงานคน เหมาะสำหรับการก่อสร้างในสถานที่ที่อันตราย 

“ปัจจุบันองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐอเมริกา ได้จัดแข่งขันเทคโนโลยี 3D Printing เป็นประจำ เพื่อไปใช้ก่อสร้างบ้านบนดาวอังคาร ขณะที่การใช้บนโลกนั้นเชื่อว่าจะเห็นความก้าวหน้าของ 3D Printing จนเริ่มเข้ามามีอิทธิพลในช่วง 5 ปีจากนี้ไป” ศ.เดวิด แลงก์ กล่าวทิ้งท้าย 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน