royal coronation
วันที่ 26 มิถุนายน 2562
เศรษฐกิจ

 มอง"เยอรมัน"เป้าตลาดเที่ยวไทย

วันที่ 19 มีนาคม 2562 - 04:31 น.
โกจง
Shares :
เปิดอ่าน 172 ครั้ง

 มอง"เยอรมัน"เป้าตลาดเที่ยวไทย ผ่านประธานสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวภูมิภาคฯ

 

                  น่าสนใจข้อมูลที่ “วีระศักดิ์ โควสุรัตน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา สรุปให้ฟังในงาน International Tourismus Borse 2019 (ITB 2019) ครั้งที่ 53 ระหว่างวันที่ 6-10 มีนาคม ที่ผ่านมา ณ กรุงเบอร์ลิน สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวของชาวเยอรมัน พบว่าประเทศเยอรมนีมีประชากร 81 ล้านคน 90.7% ยังไม่เคยมาประเทศไทย โดยออกเดินทางต่างประเทศเพื่อท่องเที่ยวปีละเกือบ 6 ล้านคน

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา

 

              นักท่องเที่ยวเยอรมันมีฐานะดี มีนิสัยชอบออมเงิน รายได้เฉลี่ยปีละ 2 ล้านบาท หรือเดือนละ 1.7 แสนบาท  โดย 3 ปัจจัยหลักที่พวกเขาเหล่านี้ใช้ในการเลือกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนคือ 1.ความเป็นมิตรของคนท้องถิ่นนั้นๆ 2.วัฒนธรรมของท้องถิ่นนั้นน่าสนใจและ 3.สภาพอากาศ..เหมาะแก่การพักผ่อน จึงไม่แปลกที่ชาวเยอรมันพิถีพิถันกับการเลือกที่พักและยอมจ่ายค่าที่พักเป็นสัดส่วนถึง 40% ของค่าใช้จ่ายในแต่ละทริป 

             ขณะเดียวกันพวกเขาไม่ชอบการช็อปปิ้ง จึงใช้จ่ายเงินในหมวดนี้เพียงแค่ 16% เท่านั้น แต่จ่ายค่าอาหารเครื่องดื่ม 24% โดยส่วนใหญ่มีการวางแผนล่วงหน้าก่อนเดินทางประมาณ 2-3 เดือนก่อนออกเดินทางจริง และ 80% จะเดินทางมากกว่าหนึ่งครั้งต่อปี โดยประเทศที่คนเยอรมันนิยมไปท่องเที่ยวคือสหรัฐอเมริกาและอียิปต์ เฉลี่ย 2 ล้านคนต่อปี รองลงมาประเทศไทย 8 แสนคนต่อปี จีน 6 แสนคนต่อปี สิงคโปร์ 3 แสนคนต่อปี อินโดนีเซียและอินเดีย 2.6 แสนคนต่อปี และเวียดนาม 2 แสนคนต่อปี และมักพักอาศัยอยู่ราว 2 สัปดาห์ 

              สำหรับประเทศไทยแล้ว เยอรมนีเป็นตลาดนักท่องเที่ยวขนาดใหญ่อันดับ 3 ของภูมิภาคยุโรปทั้งด้านจำนวนและรายได้ โดยในปี 2559 มีนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันเดินทางเข้าไทย 825,496 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 จากปี 2558 สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทย 53,390 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ12 จึงกล่าวได้ว่าตลาดนักท่องเที่ยวเยอรมันเป็นตลาดที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย 

              กล่าวได้ว่าตลาดเยอรมันเป็น Mature Market หรือ ‘ตลาดเก่า’ ของประเทศไทย โดยนักท่องเที่ยวชาวเยอรมันเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง รู้จักประเทศไทยดี มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวเดินทางซ้ำประมาณ 2 ใน 3 ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวประเภท FIT ที่เดินทางมาประเทศไทยด้วยวัตถุประสงค์เพื่อการพักผ่อน

โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ชายฝั่งทะเลแถบอันดามัน กระบี่ พังงา ภูเก็ต ถือเป็นเป้าหมายลำดับต้นของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้

               “นักท่องเที่ยวเยอรมันจะต่างจากชาวยุโรปทั่วไป ถ้าเขาชอบ เขาติดใจ เขาก็จะกลับมาอีก แล้วก็จะมีการบอกต่อๆ กันไปด้วย”

                 ชำนาญ ศรีสวัสดิ์ หรือคนในแวดวงท่องเที่ยวรู้จักในนาม “โกจง” ประธานสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย กล่าวกับ “คม ชัด ลึก” ถึงบุคลิกเฉพาะของนักท่องเที่ยวเยอรมัน โดยระบุว่าในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมากลุ่มนักท่องเที่ยวจากเยอรมนี ยุโรปและกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด โดยวิเคราะห์จากข้อมูลตัวเลขในการใช้บริการของนักท่องเที่ยวในธุรกิจโรงแรม รีสอร์ทและเรือสปีดโบ๊ทใน จ.กระบี่ ซึ่งมองว่าอาจจะเป็นผลกระทบมาจากเศรษฐกิจที่มีปัญหาในยุโรปก็เป็นได้

               “เรามีชาร์เตอร์ไฟลท์จากยุโรป 80% บินตรงมาลงกระบี่ แต่ช่วงหลังแผ่วลงไปไม่ทราบว่าเพราะอะไร เพิ่งเป็นแบบนี้เมื่อปีที่แล้ว แต่ปีนี้มีมากขึ้น คือมาช้าหมดเร็ว ส่วนหนึ่งหนีหนาวแต่อาจจะเป็นเพราะเศรษฐกิจก็ไม่ทราบ แต่ตัวเลขลดลงแน่นอน ผมสังเกตจากรายรับที่ได้ในทุกวันนี้”

               โกจงยอมรับว่าแม้จำนวนนักท่องเที่ยวจากยุโรปจะลดลง แต่ก็มีที่อื่นมาทดแทน โดยเฉพาะจีนและอินเดียขณะนี้ให้ความสนใจเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทยเพิ่มขึ้น มีทั้งประเทศเอฟไอที(FIT)และแบบกรุ๊ปทัวร์ ส่วนใหญ่อ่านรีวิวจากออนไลน์หรือเคยมาแล้วติดใจกลับมาอีก ส่วนใหญ่จะเดินทางมาลงสนามบินกระบี่ ซึ่งมีทั้งบินตรงและต่อเครื่องจากสนามบินสุวรรณภูมิ แต่ก็มีบางส่วนประมาณ 20% ลงภูเก็ตแล้วเดินทางต่อมายังกระบี่หรือมาจากสมุยข้ามมากระบี่ต่อไปยังเกาะพีพีและภูเก็ต 

                   “ผมว่าวันนี้ถ้าเป็นเปอร์เซ็นต์ผมชี้วัดจากธุรกิจทรานสฟอร์เมชั่นของผมและธุรกิจนำเที่ยวทางทะเล เรามีฟีดอยู่วันหนึ่ง 700-800 ที่นั่ง น่าจะเป็นค่ากลางได้ประมาณหนึ่ง ผมว่าตอนนี้จีน50 % อินเดีย  20-30 %  ยุโรปไม่เกิน 15-20% ที่เหลือก็จะเป็นประเทศในละแวกอาเซียน มาเลย์ สิงคโปร์ อินโดนีเซียที่เข้ามาเที่ยว”  

                  ประธานสมาพันธ์ธุรกิจท่องเที่ยวฯ ยังกล่าวเรียกร้องให้รัฐบาลหันมาให้ความสำคัญเรื่องมาตรฐานการท่องเที่ยวทั้งบุคลากรผู้ให้บริการและสถานที่ท่องเที่ยว โดยเพิ่มคำว่า “เพื่อการท่องเที่ยว” เข้าไป ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือเพื่อการท่องเที่ยว หมู่บ้านเพื่อการท่องเที่ยวและอื่นๆ เนื่องจากหากมีคำว่าเพื่อการท่องเที่ยวแล้วทุกอย่างจะดูดีมีมาตรฐานและมีความสวยงามเพื่อสร้างแรงดูดูดใจให้แก่ผู้มาเยือน ซึ่งที่ผ่านมามีการขับเคลื่อนให้เห็นผลเป็นรูปธรรมยังน้อยและไม่ทั่วถึง

                   “ตอนนี้ทุกคนรู้หมดเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย เรื่องความสะอาด เรื่องน้ำเสีย เรื่องการไม่เอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว แต่สิ่งผมอยากเห็นคือเรื่องของการลงสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม ผมเลยเสนอทางเลือกว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าถ้ารัฐร่วมกับเอกชน สมาคม ชมรมต่างๆ ขับเคลื่อนจริงๆ ในพื้นที่น่าจะไปได้มากกว่า อย่างวันนี้เราพูดถึงเรือล่ม 47 ศพที่ภูเก็ต ถึงวันนี้ประเทศไทยได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปบ้างหรือยัง ท่าเรือก็ยังเหมือนเดิม  เรือนำเที่ยวก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย”

                  ชำนาญย้ำว่าสิ่งที่อยากเห็นการขับเคลื่อนเชิงนโยบายด้านการท่องเที่ยวในวันนี้ก็คือเรื่องการสร้างมาตรฐานในทุกสาขาอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในเชิงประจักษ์ อย่างเช่นมาตรฐานอู่ต่อเรือ มาตรฐานผู้ประกอบการธุรกิจให้บริการเรือ ไม่ใช่แค่การลงทุนซื้อเรือ แต่ต้องรู้ระบบของเรือด้วย ต้องใช้ไกด์มีมาตรฐานที่เข้าใจตัวทะเล เอเยนซี่การขายก็ต้องเข้าใจทางทะเล ถ้ามีพายุก็จะต้องบอกลูกทัวร์ว่าจะไม่ออกทะเล ไม่ใช่คิดแค่ว่าจะเอาเงินอย่างเดียว 

                  “สรุปต้องสร้างมาตรฐานทำไปเรื่อยๆ ทุกวันนี้ยังไม่ได้ เพราะความรับผิดชอบของคนไทยยังน้อย ยังเห็นแก่ตัวเงินมากกว่า นี่คือสิ่งที่ผมเรียกร้องอยากเห็นเลย มาตรฐานทุกสาขาอาชีพเพื่อการท่องเที่ยว โดยผ่านช่องทางภาคเอกชน ซึ่งมีสมาคมท่องเที่ยวทั่วประเทศเป็นแกนนำ เพียงแต่รัฐต้องช่วยสนับสนุนด้านงบประมาณบ้าง วันนี้ถ้ารัฐบาลเอาการท่องเที่ยวนำ ผมว่ารุ่งแน่ เพราะว่าเมื่อนักท่องเที่ยวเข้ามาเยอะๆ เศรษฐกิจก็หมุนเวียน คนมีงานทำ  บ้านจัดสรร คอนโด ขายได้หมด พืชผัก ผลไม้ ผลิตภัณฑ์ชุมชน ทุกอย่างขายได้หมด” ประธานสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวภูมิภาคฯ กล่าวทิ้งท้าย

                                                            

 

                                    ย้อนชีวิตเจ้าของฉายา“ทรานสปอร์ตแมน”

         

               ใครจะไปนึกว่าเด็กบ้านนอกมาจากครอบครัวยากจน แม่ขายขนมจีน พ่อรับจ้างกรีดยาง แต่วันนี้กลายเป็นนักธุรกิจร้อยล้าน สำหรับ “โกจง”หรือ ชำนาญ ศรีสวัสดิ์ นักธุรกิจชั้นแนวหน้าของกระบี่ ที่ปัจจุบันรั้งตำแหน่งประธานสมาพันธ์ธุรกิจการท่องเที่ยวส่วนภูมิภาคแห่งประเทศไทย ชีวิตเขาเริ่มต้นจากศูนย์ และวันนี้เป็นเจ้าของบริษัท เกาะพีพีทัวร์ และ หจก.ศรีสวัสดิ์ ทราเวล แอนด์ทัวร์ ที่ได้รับการยอมรับถึง “มาตรฐาน” ของวงการท่องเที่ยวในกระบี่ 

“โกจง”หรือ ชำนาญ ศรีสวัสดิ์

               “คนท่องเที่ยวนี่คือคนรวยนะครับ เขาเก็บเงินเป็นปีมาใช้ 3 วัน เราต้องทำให้ดีที่สุด ผมทำทัวร์ก็คือทำธุรกิจกับคนรวย” โกจงเคยให้สัมภาษณ์สื่อถึงเหตุผลการทำธุรกิจท่องเที่ยว โดยมุ่งมาที่ธุรกิจการให้บริการรถและเรือเพื่อการท่องเที่ยวที่ได้มาตรฐาน หลังได้รับคำบ่นจากลูกค้าว่ายังไม่ดีพร้อม เพราะนั้นแสดงว่ายังมีดีมานด์เพียงแต่สินค้าที่ให้บริการตามที่ลูกค้าต้องการยังไม่มี

                “ผมเพิ่งรู้ตอนหลัง เราต้องทำตามลูกค้า สิิ่งที่เขาเรียกร้องหาแสดงว่าเป็นสิ่งที่ยังไม่พร้อม เราเลยไปทำตรงนั้นให้พร้อม สร้างโปรดักท์ที่ถูกใจลูกค้า ลูกค้าชอบใช้เราแล้วบอกต่อ ผมบุกเบิกหลายเรื่องมาก วันเดย์ทัวร์สปีดโบ๊ทที่กระบี่ผมบุกเบิกนะ เกาะพีพีผมก็บุกเบิก ผมชอบคิดไม่เหมืนอคนอื่น” โกจงเผยกับ “คม ชัด ลึก” ในงาน ITB 2019 ณ กรุงเบอร์ลิน  สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

                เกือบ 30 ปีที่เขาคลุกคลีอยู่กับธุรกิจท่องเที่ยวและ “ทำทุกอย่าง” เพื่อยังชีพด้วยเหตุผลสั้นๆ ว่า “ผมมันจน ผมก็ต้องทำงาน” และเมื่อทำงานก็จะยึดหลักทำทุกอย่างด้วยความตั้งใจ จากเริ่มต้นที่เป็นทั้งเด็กเสิร์ฟ เด็กล้างรถ บาร์เทนเดอร์ จนถึงรูมบอย จนกระทั่งเป็นผู้จัดการโรงแรม ก่อนก้าวมาสู่เจ้าของธุรกิจในวันนี้ ปัจจุบันโกจงมีเรือสปีดโบ๊ทให้บริการ 40 ลำ  ถือว่า “มากที่สุดในทะเลกระบี่” มีเรือยอชต์ เรือครูซ และมีรถตู้ รถทัวร์อีก 60-70 คันที่ให้บริการทั้งปี รับจากทุกที่จากทุกโรงแรม รวมถึง พลาซา โรงแรมอีก 2-3 แห่ง 

               “ผมอยากเป็นทรานสปอร์ตแมน ผมฟังจากลูกค้าเขาบ่นเรื่องอะไรก็อยากทำเรื่องนั้น คุณบ่นใช่ไหม เดี๋ยวผมจะทำให้ดูให้ดี เมื่อเขาบ่นแสดงว่ามันมีดีมานด์เรื่องนั้น ที่เขาบ่นเพราะยังไม่มีใครบริการดีพร้อม  ในฐานะทรานสปอร์ตแมนไม่ว่ารถหรือเรือ ผมจะทำให้คุณเข้าถึงแหล่งท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น ถ้าคุณนึกใครไม่ออกบอกไอ้จงไง ผมคิดว่าอยากทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทุกอย่างมันจะมาเอง” ทรานสปอร์ตแมนกล่าวย้ำ 

Shares :
เปิดอ่าน 172 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ