กสอ.เร่งพัฒนาต่อยอดธุรกิจ"เอสเอ็มอี"

กสอ.เดินหน้า"DIP SME Academy" เร่งพัฒนาต่อยอดธุรกิจ"เอสเอ็มอี"

 

              กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม เดินหน้า พัฒนาปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เน้นต่อยอดกิจกรรม DIP SME Academy และการเรียนรู้ผ่านอิเล็กทรอนิกส์อย่างต่อเนื่อง มีเนื้อหาครอบคลุมองค์ความรู้ เพื่อกระตุ้นให้เกิด การจัดตั้งหรือขยายธุรกิจ โดยมุ่งส่งเสริมความรู้และทักษะให้ผู้ประกอบการในรูปแบบ “ออนไลน์” และ “ออฟไลน์” หลังประสบความสำเร็จจาก 2 หลักสูตรในปี พ.ศ. 2560 – 2561 ที่ผ่านมา พร้อมมั่นใจปีนี้สามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่า 1,000 ล้านบาท

 

            กอบชัย สังสิทธิสวัสดิ์ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกล่าวระเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ DIP SME Academy ปีที่3 ณ โรงแรมเดอะสุโกศล  พญาไท โดยระบุว่ากรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้เล็งเห็นความสำคัญถึงวิธีการพัฒนาปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ จึงได้จัดกิจกรรม DIP SME Academy และการเรียนรู้ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ขึ้น ภายใต้โครงการพัฒนาปัจจัยแวดล้อมที่เอื้อ ต่อการประกอบธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ให้รองรับต่อการเปลี่ยนแปลง ของสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้                              นอกจากนี้ยังเป็นการช่วย เพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการในการต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการด้วยกิจกรรมจับคู่ผลงานวิจัย และกิจกรรมการจัดทำแผนธุรกิจและนำเสนอแผนธุรกิจ ซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมของผู้เรียนมากขึ้น โดยจะดำเนินการควบคู่กับการให้คำปรึกษาแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันทั้งสองฝ่าย การวิเคราะห์ผลและปัญหา ที่เกิดขึ้นจริงให้สามารถแก้ไขได้อย่างทันเหตุการณ์ การพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนในระบบ

            โดยคำนึงถึงประโยชน์ และความคุ้มค่าของผู้เรียนเป็นสำคัญ รวมถึงมีการสัมมนาเสริมจากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในการให้แนวคิด และแนวทางในการพัฒนาผู้เรียน ซึ่งเหมาะกับผู้ที่ต้องการเสริมความรู้ด้านความเป็นผู้ประกอบการจากสื่อการเรียนรู้ ในรูปแบบที่ทันสมัยในลักษณะการเรียนรู้เชิงโต้ตอบ (Interactive) ผ่านช่องทางออนไลน์ที่ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ เข้าถึงง่ายเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา

             สำหรับโครงการ DIP SME Academy และการเรียนรู้ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ เป็นกิจกรรมที่ต่อยอดมาจากกิจกรรม NEC Learning และโครงการ SME Academy ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 ต่อเนื่องมาจนปี 2561 โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้ดำเนินการผ่านมาและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เป็นการสร้างระบบการเรียนรู้ให้กับผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจสามารถเรียนได้ตลอดเวลา เป็นการเพิ่มศักยภาพและเสริมสร้างความรู้ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการและเกิดธุรกิจใหม่ได้จำนวนมาก สำหรับผลการดำเนินงานใน 2 ปีที่ผ่านมามีจำนวนผู้เรียนจำนวน 17,600 ราย และจบหลักสูตรจำนวนกว่า 1,500 ราย 

               “ซึ่งแน่นอนว่าสำหรับในปีงบประมาณนี้ ทางกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ก็ยังคงเดินหน้าพัฒนาความรู้ ถ่ายทอดวิชาความรู้ที่เป็นแนวคิดใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับนโยบายทันกับสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยไปสู่ Industry 4.0 ให้ก้าวทันกับเทคโนโลยีและวิทยาการใหม่ๆ ของโลก เพื่อตอบรับกับนโยบาย Thailand 4.0”อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมกล่าวย้ำ

              วิจักขณ์ รัตนสุวรรณ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมผู้ประกอบการและธุรกิจใหม่ กล่าวสำหรับหลักสูตรการเรียนรู้นั้นจะเน้นการเรียนที่ควบคู่กันไปทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยหลักสูตรออนไลน์นั้นจะมีเนื้อหาในเรื่องของ Digital Transformation ประกอบด้วย 1. การปรับตัวขององค์กรเข้าสู่ เศรษฐกิจดิจิทัล 2. Crowd Funding 3. Crowd Sourcing 4. ฟินเทค 5. เทคโนโลยี AI และ 6. การจัดการ Big Data โดยทั้ง 6 บทเรียนนั้น เกิดจากการสำรวจความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง ส่วนหลักสูตร Offline เป็นการจัดสัมมนาจับคู่ผลงานวิจัย (Matching) และการสัมมนาจัดทำแผนธุรกิจและนำเสนอแผนธุรกิจ Pitching นอกจากนี้ ยังมีการคัดเลือกผู้เรียนที่มีแนวคิดทางธุรกิจโดดเด่นและผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ และ ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ มาเป็นตัวอย่าง Success Case ให้แก่ผู้ประกอบการและผู้สนใจทั่วไปให้รับรู้ ถึงวิธีการพัฒนาธุรกิจและปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ

       นอกจากนี้ยังมีบทเรียนเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีบนอินเตอร์เน็ต ได้แก่ การปรับตัวขององค์กร สู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล การระดมความคิดเห็นเพื่อต่อยอดธุรกิจและพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ่านชุมชนออนไลน์ การตลาดออนไลน์ การจับคู่ทางธุรกิจ การใช้ปัญญาประดิษฐ์ การระดมทุนสาธารณะ (Crowd Funding) และกิจกรรมที่สนับสนุนการนำงานวิจัยมาพัฒนาต่อยอดนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการจัดตั้งธุรกิจใหม่ เกิดการผลิตภัณฑ์อย่างมีนวัตกรรม ซึ่งจะทำให้ผู้เรียนสามารถจัดตั้งธุรกิจ ขยายธุรกิจ รวมถึงเกิดการจ้างงานเพิ่มขึ้นได้ โดยคาดว่า จะสามารถสนับสนุนการจัดตั้งและขยายธุรกิจ จำนวนกว่า 200 ราย มีการต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยกิจกรรมจับคู่ผลงานวิจัย (Matching) จำนวน 20 ราย ก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจกว่า 1,000 ล้านบาท 

       ทั้งนี้ กิจกรรม DIP SME Academy ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 และจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เป็นการสร้างระบบการเรียนรู้ให้กับผู้ประกอบการและผู้ที่สนใจ สามารถเรียนได้ตลอดเวลา และยังเป็นการเพิ่มศักยภาพและเสริมสร้างความรู้ให้กับกลุ่มผู้ประกอบการ และเกิดธุรกิจใหม่ได้จำนวนมาก โดย 2 ปีที่ผ่านมา มีผู้สนใจเข้าร่วมเรียนจำนวน 17,600 ราย และจบหลักสูตร จำนวนกว่า 1,500 ราย ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 600 ล้านบาท  

 

                                                                              

                          เปิดสอน“ออนไลน์-ออฟไลน์”เพื่อผู้ประกอบการ

        กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้เล็งเห็นความสำคัญถึงวิธีการพัฒนาปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ โดยความร่วมมือกับคณะครุศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้พัฒนาหลักสูตรสำหรับการเรียนรู้ในหลักสูตรเป็นแบบออนไลน์ และออฟไลน์ ซึ่งประกอบด้วย

      1. หลักสูตรออนไลน์ คือ การมีระบบ การเรียนรู้ที่พัฒนาแล้วผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-learning) ที่สามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่ทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึง ซึ่งได้เริ่มดำเนินโครงการมาแล้วตั้งแต่ปี 2560 เนื่องมาจนถึงปัจจุบันเป็นระยะเวลา 2 ปี โดยมีเนื้อหาในหลักสูตร ดังนี้

     ปี 2560 หลักสูตรการเสริมสร้างผู้ประกอบการใหม่ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ Business Idea, Digital Marketing, การออกแบบและพัฒนาร้านค้าออนไลน์, การประเมินเงินลงทุนธุรกิจและการวางแผนบริหารทางการเงิน และการจัดทำแผนธุรกิจ จำนวน 6 บทเรียน ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ 59.29 ล้านบาท

     ปี 2561 หลักสูตรการพัฒนา 5 กลุ่มอุตสาหกรรมเดิมที่มีศักยภาพ (First S-curve) และ 5 กลุ่มอุตสาหกรรมอนาคต (New S-curve) จำนวน 6 บทเรียน ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ จำนวน 617 ล้านบาท

    และปัจจุบันปี 2562 หลักสูตร Digital Transformation : การปรับตัวขององค์กรเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล, Crowd funding, Crowd sourcing, FinTech, เทคโนโลยี AI และการจัดการ Big data โดยทั้ง 6 บทเรียน นั้นเกิดจากการสำรวจความต้องการของผู้เรียนอย่างแท้จริง

     2. หลักสูตรออฟไลน์ ซึ่งเป็นกิจกรรมต่อยอดให้กับผู้เรียน อาทิ กิจกรรมการจับคู่ผลงานวิจัย (Matching) และการสัมมนาจัดทำแผนธุรกิจและนำเสนอแผนธุรกิจ (Pitching) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้แสดงศักยภาพและความสามารถในการเป็นผู้ประกอบการของตน

      นอกจากนี้ ยังมีการคัดเลือกผู้เรียนที่มีแนวคิดทางธุรกิจโดดเด่น และผู้ประกอบการที่ ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ มาเป็นตัวอย่าง Success Case ให้แก่ผู้ประกอบการและผู้สนใจทั่วไปให้รับรู้ถึงวิธีการพัฒนาธุรกิจและปัจจัยที่ทำให้ประสบความสำเร็จ คาดว่าโครงการนี้จะช่วยเพิ่มพูนองค์ความรู้แก่SMEs และช่วย Transform SMEs ทั้งประเทศในทุกระดับอย่างทั่วถึง ส่งผลให้ SMEs มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น เป็นกำลังสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป และทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1,000 ล้านบาท 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน
tags :