"สโคป"ทุ่มหมื่นล.ฉีกแนววงการอสังหาฯ

 "สโคป"ทุ่มหมื่นล.ฉีกแนววงการอสังหาฯ ดันคอนโดฯโปรเจกต์แรกย่านหลังสวน

 

          สโคป เตรียมฉีกวงการที่อยู่อาศัยรูปแบบใหม่ระดับอินเตอร์เนชั่นแนลพรีเมี่ยม  หวังจับลูกค้ากลุ่มใหม่ที่ต้องการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยคุณภาพสูงสุดในทุกมิติของการออกแบบ ไม่ใช่เพียงแค่ใช้วัสดุตกแต่งที่ดูหรูหรา อลังการ สำหรับ"ยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์" ผู้คร่ำหวอดในวงการธุรกิจอสังหาฯมาอย่างยาวนานประกาศตั้ง “สโคป” บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัย โดยฉีกแบบแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบเดิมที่เคยมีมา

              ด้วยการมุ่งเน้นเรื่องการออกแบบและก่อสร้างที่อยู่อาศัยคุณภาพระดับพรีเมี่ยมมาตรฐานระดับโลกโดยเฉพาะ เตรียมดันโปรเจกต์แรกคอนโดมีเนียนสุดหรูย่านหลังสวน ซึ่งจะเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายน 2562 และอีกสองโครงการในอีก 12 เดือนถัดไป  รวมมูลค่าโครงการทั้งสิ้น 11,200 ล้านบาท

 

       “การก่อตั้งบริษัทสโคปเป็นการบุกเบิกกลุ่มลูกค้าใหม่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยของประเทศไทยที่มีการแข่งขันกันอย่างสูง โดยสโคปจะเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์รูปแบบใหม่ ที่มีการจัดโครงสร้างองค์กรแบบพิเศษซึ่งแตกต่างไปจากบริษัทอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป ทั้งนี้เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มใหม่ที่มีความต้องการต่างไปจากเดิม”

         ยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สโคป จำกัด กล่าวระหว่างเป็นประธานแถลงข่าวแผนพัฒนาโครงการอสังหาฯของบริษัทในปี 2562  โดยสโคปเป็น บริษัทที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะเจาะจงในเรื่องการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยให้กับกลุ่มลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนที่เติบโตในยุคอินเตอร์เน็ต ยุคที่เราสามารถเห็นและเข้าใจสิ่งต่าง ๆ ที่เป็นสุดยอดบนโลกใบนี้ได้อย่างง่ายดายผ่านทางเว็บไซต์ โดยมุ่งเป้าเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการแต่สิ่งที่ดีที่สุด มีรสนิยมดีระดับมาตรฐานสากล และเป็นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่มีดีไซน์และคุณภาพการก่อสร้างในมาตรฐานระดับเดียวกันกับที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพดีที่สุดในนิวยอร์คหรือลอนดอน 

       "มาตรฐานและความคาดหวังของผู้ซื้อที่อยู่อาศัยในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการเปิดโอกาสทางการตลาดให้กับ Disruptor ที่เป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเฉพาะทาง ไม่ว่าจะสร้างบ้าน รถยนต์ หรือทำกระเป๋าถือก็ตาม หากเป็นกลุ่มคุณภาพระดับสูงสุด จะต้องมีรูปแบบองค์กรและรูปแบบทางธุรกิจแตกต่างไปจากองค์กรแบบเดิมทั่วไปที่ทำงานตอบสนองหลายกลุ่มหลายระดับ จึงจะสามารถส่งมอบมาตรฐานระดับสูงสุดได้”

          บอสใหญ่สโคประบุอีกว่าการจะได้ที่พักอาศัยที่แตกต่างไปรูปแบบเดิม ๆ นั้นจะต้องมีวิธีการคิดคำนวณต้นทุนต้องแตกต่าง แนวคิดของแผนกจัดซื้อก็ต้องแตกต่าง เช่นเดียวกับระยะเวลาในการออกแบบและแนวคิดในการพัฒนาโครงการ เครือข่ายซัพพลายเออร์และคุณสมบัติของผู้รับเหมา รวมทั้งการฝึกอบรมพนักงานให้ใช้เวลาและใส่ใจกับทุกรายละเอียด และไม่ยอมรับกับความไม่สมบูรณ์แบบใดๆ ก็ตาม เนื่องจากสโคปกำลังบุกเบิกเปิดตลาดใหม่สำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่มีความเฉพาะทาง เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงสุดระดับสากล โดยอาศัยรูปแบบการทำธุรกิจ ที่ไม่เหมือนใคร มีโครงสร้างองค์กรที่แตกต่างไปจากแบบแผนเดิมในบริษัททั่วไป ทั้งนี้ก็เพื่อให้สามารถยกระดับมาตรฐานของการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศไทยให้สูงยิ่งขึ้น และมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น 

      “ทุกวันนี้ ผู้บริโภคเปลี่ยนไป ลูกค้ากลุ่มใหม่นี้ไม่ได้มองความหรูหราว่าเป็นเรื่องของการใช้วัสดุแพง ๆ เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ลูกค้ากลุ่มนี้จะมองว่าความหรูหราเป็นเรื่อง ‘คุณภาพของกระบวนการความคิด’ ที่ใส่เข้าไปในขั้นตอนการออกแบบที่ยอดเยี่ยม และการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมี่ยมอย่างเหมาะสม สำหรับผู้บริโภคกลุ่มนี้ ความหรูหราจึงไม่ได้หมายถึงก๊อกน้ำทองคำ หรือที่จับประตูทองคำ แต่สิ่งที่พวกเขามองหาคือสุดยอดดีไซน์ ความเรียบง่ายที่โอ่โถงสะอาดตา ประโยชน์ใช้สอย รสนิยมที่ดี และการใส่ใจในทุกรายละเอียดอย่างสูงสุด  เพื่อมุ่งให้เป็นบ้านที่ทำให้ทุกวันของผู้อยู่อาศัยมีความสุขมากขึ้นและมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ราคาจึงไม่ใช่สิ่งสำคัญเป็นอันดับแรกของลูกค้ากลุ่มนี้ ซึ่งนั่นคือเหตุผลที่สโคปทุ่มงบประมาณไปที่เรื่องการออกแบบจนมากกว่าเป็นเท่าตัว หากเปรียบเทียบกับสัดส่วนงบประมาณสำหรับงานออกแบบที่บริษัทพัฒนาอสังหาฯ ทั่วไปในวงการ จัดสรรไว้สำหรับแต่ละโครงการ”

        จึงไม่แปลกที่สโคปได้จับมือกับที่ปรึกษาที่ดีที่สุดจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งมาจากทั้งโคเปนเฮเกน นิวยอร์ค ลอนดอน และมิลาน เป็นต้น มีแนวทางในการออกแบบอาคารที่ไม่ยึดติดบรรทัดฐานเดิม ๆ โดยทีมงานจะทำงานออกมาทีละโครงการเท่านั้น เพื่อให้สามารถทุ่มเทเวลาและความใส่ใจทั้งหมดให้กับทุกรายละเอียดของโครงการนั้นได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ สโคปยังทำหน้าที่บริหารอาคารที่บริษัทสร้างขึ้นมาเองให้ยาวนานเป็น 10 ปี โดยไม่ใช่บริการจากบริษัทภายนอกเพื่อความใกล้ชิดและสร้างความมั่นใจกับลุกค้าผู้อยู่อาศัย

       “เราจะให้บริการเรื่องบริหารอาคาร โดยจัดสรรหน่วยงานภายในของบริษัทสโคปเองเป็นผู้ทำหน้าที่ดังกล่าว แทนที่จะใช้วิธีการตั้งบริษัทแยกออกมาใหม่ที่มุ่งหวังผลกำไรให้เป็นผู้ทำหน้าที่นั้น เหมือนอย่างในรูปแบบธุรกิจปกติทั่วไป เพราะเราเชื่อว่าการตั้งโครงสร้างแบบที่เรากำลังทำอยู่นี้ ทำให้เราสามารถส่งมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตระดับอินเตอร์เนชั่นแนล พรีเมี่ยม ได้ดีกว่า” 

   อย่างไรก็ตามโครงการแรกของสโคปจะสร้างขึ้นบนที่ดินทำเลทองใจกลางเมืองขนาด 2 ไร่บนถนนหลังสวน ซึ่งมูลค่าที่ดินในปัจจุบันสูงกว่า 3 ล้านบาทต่อตารางวา โดยมีมูลค่ารวมของโครงการอยู่ที่ 7,800 ล้านบาท และก่อนสิ้นปี 2563 สโคปมีแผนจะเปิดตัวอีก 2 โครงการที่ย่านทองหล่อและถนนสุขุมวิท

      นอกจากนี้เขายังได้ประเมินกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีความต้องการคอนโดมิเนียมมาตรฐาน ‘อินเตอร์เนชั่นแนล พรีเมี่ยม’นั้นมีประมาณ 6,500 ยูนิตต่อปี ในทุกระดับราคา ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 90,000 ล้านบาท ทั้งนี้สำหรับบริษัทสโคป คาดการณ์ว่าลูกค้าของสโคปจะเป็นคนไทยรุ่นใหม่ผู้มีฐานะและรสนิยมที่เป็นอินเตอร์เนชั่นแนล ประมาณ 80% และอีก 20% เป็นชาวต่างชาติผู้มองหาที่พักอาศัยคุณภาพระดับอินเตอร์เนชั่นแนลที่ดีที่สุดในกรุงเทพฯ 

      "จากที่ศูนย์พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้คาดการณ์ว่า ตลาดคอนโดมิเนียมคุณภาพระดับสูงสุดในประเทศไทย จะมีมูลค่าถึงประมาณ 78,500 ล้านบาท ในปี 2562 และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ราคาคอนโดมิเนียมระดับคุณภาพสูงสุดในทำเลที่ดีที่สุดในเขตกรุงเทพฯ น่าจะสูงถึง 800,000 บาทต่อตารางเมตร”ยงยุทธกล่าวทิ้งท้าย 

           นับเป็นอีกก้าวของบริษัทพัฒนาอสงัหาริมทรัยพ์น้องใหม่อย่างสโคป แม้จะเพิ่งเริ่มต้นลงสังเวียนในตลาดอสังหาฯ แต่มากประสบการณ์ด้วยบุคคลากรมืออาชีพ โดยเฉพาะผู้นำองค์กรอย่างยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธ์" กูรูอสังหาฯระดับอ๋อง จึงเป็นอีกบริษัทที่คนในแวดวงอสังหาฯต่างเฝ้าจับตาอย่างใกล้ชิด

   

                                                

                      เส้นทางสู่มืออาชีพ“ยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์” 

             อาจกล่าวได้ว่า“ยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์” คือหนึ่งในบุคคลที่มีประสบการณ์และได้รับการยอมรับสูงสุดในวงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย ผู้มีแนวคิดที่มีอิทธิพลต่อบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทยมากมาย เป็นผู้บริหารโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลากหลายระดับและหลายหลายประเภทกว่า 90 โครงการ และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ในกรุงเทพอีกจำนวนมาก รวมทั้งเคยเป็นหุ้นส่วนและที่ปรึกษาบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์แถวหน้าของเมืองไทย อาทิ แมกโนเลีย, เอสซี แอสเสท, อนันดา, และ พฤกษา

            ประสบการณ์การทำงานเริ่มขึ้นอย่างจริงเมื่อปี 2543 ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Plus Property เป็นบริษัทในเครือ Sansiri PCL ปี2548 ลงทุนเปิด Aquarius Estate บริษัทที่มีเป้าหมายหลักสองข้อคือพัฒนาโครงการของตนเองรวมถึงให้บริการให้คำปรึกษา และบริการบริหารโครงการต่าง ๆ ต่อมาปี2005 บริหารโครงการและทำคอนเซ็ปต์โครงการให้กับคอนโดมิเนียมแรกของพฤกษา ภายใต้แบรนด์ ‘IVY’2549 The Clover ทองหล่อ เป็นโครงการแรกของไทยที่มีห้องนอนเดี่ยวในขนาด 34 ตารางเมตร ด้วยการออกแบบพื้นที่อย่างสร้างสรรค์เชิงนวัตกรรม

          ในปี 2549 พัฒนาโครงการ Casa Vela คอนโดมิเนียมแห่งแรกบนเกาะสมุย เจ้าของรางวัล Thailand Property Award ประจำปี 2008-2550 สร้างนวัตกรรมเลย์เอาต์แบบ ‘Semi-Outdoor Space’ สำหรับโครงการ IdEO ซึ่งยังคงเป็นคอนเซปต์หลักของซีรีส์ IdEO จนทุกวันนี้

          ปี 2552 เปิด Aequa Residence สุขุมวิท 49 โครงการที่อยู่อาศัยแรกในไทยที่มีออนเซ็นญี่ปุ่น และนอกจากจะเป็นหนึ่งในโครงการที่เป็นที่ต้องการมากที่สุด ยังมีราคาเช่าต่อตารางเมตรสูงที่สุดบนถนนสุขุมวิท และราคา resale เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากราคาตั้งต้น 2554 พัฒนาคอนเซปต์ และรับผิดชอบการบริหารโครงการนวธานี โครงการที่อยู่อาศัยที่เหนือระดับที่สุด มูลค่าโครงการรวม 5 พันล้านบาท 

          และปี 2557 เปิด 15 GATES โครงการบ้านเดี่ยวโครงการแรก ที่ออกแบบโดยดีไซน์เนอร์ชั้นนำ เป็นโครงการที่มีราคาต่อตารางเมตรเริ่มต้นสูงที่สุดในตลาดบ้านเดี่ยวขนาดกลาง ก่อนจะมาก่อตัง้บริษัท สโคป จำกัด เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาแนวใหม่ในระดับอินเตอร์เนชั่นแนลพรีเมี่ยมในวันนี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน
tags :