ชาวไร่ยาสูบยกพลบุกกรุง เสนอพรรคการเมืองทบทวนภาษีบุหรี่

เศรษฐกิจ  :  11 ก.พ. 2562

ชาวไร่ยาสูบยกพลบุกกรุง เสนอพรรคการเมืองทบทวนภาษีบุหรี่

 

             ภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบเหนือ-อีสาน เดินหน้าสู้เพื่ออาชีพ รวมพลชาวไร่ยาสูบกว่า 50 คน ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี และพรรคพลังประชารัฐ ขอให้ทบทวนการขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ 40% บรรเทาความเดือดร้อนชาวไร่ยาสูบที่สูญเสียรายได้กว่า 2 พันล้านบาทจากนโยบายขึ้นภาษีบุหรี่ 1 ตุลาคม วอนรัฐบาลเลื่อนภาษีก่อนเลือกตั้ง
 

              สุธี ชวชาติ นายกสมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูกและผู้ค้าใบยาสูบ จ. ลำปาง และตัวแทนภาคียาสูบแห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยสมาคมชาวไร่ยาสูบ 6 จังหวัดภาคเหนือ (เชียงราย เชียงใหม่ แพร่ น่าน พะเยา และลำปาง) สมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ จ. สุโขทัย - เพชรบูรณ์ และเครือข่ายชาวไร่ยาสูบ 5 จังหวัดภาคอีสาน (ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม หนองคาย นครพนม) กล่าวว่า “การขึ้นภาษีในเดือนตุลาคมนี้จะทำให้ชาวไร่ยาสูบได้ความเดือดร้อนตามไปด้วย หากการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.)  เลิกรับซื้อในปีนี้อีก ภาคียาสูบฯ ประเมินว่าจะทำให้สูญเสียเม็ดเงินในอุตสาหกรรมต้นน้ำราว 2 พันล้านบาท ซึ่งรวมถึงรายได้ของชาวไร่ยาสูบและผู้ที่เกี่ยวข้อง ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมารัฐบาลขึ้นภาษีบุหรี่ติดต่อกันมาโดยตลอด ซึ่งสร้างความสูญเสียให้แก่ชาวไร่ยาสูบและอุตสาหกรรมยาสูบแล้วหลายพันล้านบาท ซึ่งรวมถึงรายได้ของชาวไร่ยาสูบและผู้ที่เกี่ยวข้องในต้นน้ำซึ่งสูญเสียไปจากการโดน ยสท. ตัดโควตาปี 2561/2562 ลงร้อยละ 50 รวมเป็นเงิน ราว 1 พันล้านบาท และผลกำไรที่ลดลงของ ยสท. ราว 8 พันล้านบาท แต่รัฐบาลจ่ายค่าชดเชยเพียงแค่ 159 ล้าน และยังมีกำหนดจะขึ้นภาษีบุหรี่อีกในวันที่ 1 ตุลาคมนี้อีก ซึ่งจะกระทบรายได้ ปากท้องของพวกเราและแรงงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่นหลายแสนคน” 
             การเดินทางเข้ายื่นมายื่นหนังสือครั้งนี้ เป็นผลจาก ยสท. เปิดเผยว่าไม่สามารถรับซื้อใบยาสูบในฤดูกาลที่จะมาถึงคือ 2562/2563 เนื่องจากมีใบยาล้นสต๊อก อันเนื่องมาจากต้องปรับขึ้นราคาบุหรี่อย่างน้อยซองละ 33 บาท จากบุหรี่ที่ราคา 60 บาท เป็นราคาซองละ 93 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับอัตราภาษีสรรพสามิตบุหรี่ใหม่จะปรับขึ้นจาก 20% เป็น 40% ในวันที่ 1 ต.ค.2562 นี้ซึ่งจะทำให้ผลประกอบการลดลงกว่า 20 เท่าตัว
               นายสงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เล่ย์ จ. เพชรบูรณ์ กล่าวว่ายาสูบเป็นแหล่งรายได้หลักของเกษตรกร 5 หมื่นครัวเรือน 22 จังหวัดภาคเหนือและภาคอีสาน ในปี 2561 ที่ผ่านมา พี่น้องชาวไร่ยาสูบหลายรายที่ต้องกู้หนี้ยืมสินมากขึ้นเพราะขาดแหล่งรายได้ไปแบบไม่ทันตั้งตัวจากการโดนลดโควตาปีที่ผ่านมา หลายรายต้องกู้ยืมนอกระบบ ดังนั้น หาก ยสท. เลิกรับซื้อใบยาเพราะปัญหาภาระภาษีที่จะเพิ่มขึ้นอีกในไม่กี่เดือนข้างหน้า ย่อมส่งผลกระทบต่อรายได้และหนี้สินของชาวไร่ในท้องถิ่นที่ปลูกยาสูบเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งสวนทางกับนโยบายรัฐบาลที่เน้นย้ำการแก้ปัญหาความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ และดูแลเกษตรกร 
                “พวกเราเดินทางมายื่นหนังสือถึงท่านนายกและพรรคพลังประชารัฐ ให้ช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับชาวไร่ โดยอยากให้ท่านายกรัฐมนตรีทบทวนนโยบายการขึ้นภาษีสรรพสามิตบุหรี่ให้เสร็จก่อนจะมีการเลือกตั้ง รัฐบาลชุดนี้ขึ้นภาษีบุหรี่ติดต่อกันทุกปี ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งที่จะได้แสดงให้ชาวไร่ยาสูบแบบพวกเราเกือบ 2 แสนคนได้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับนโยบายลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องรายได้อย่างจริงใจ และในช่วงบ่ายวันนี้พวกเราจะไปยื่นหนังสือกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อขอให้กำหนดนโยบายพรรคในการดูแลเกษตรกรชาวไร่ยาสูบและผลักดันให้เลื่อนการขึ้นภาษีบุหรี่ในเดือนตุลาคมนี้ออกไปก่อนเพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวไร่ยาสูบที่มีรายได้น้อยต่อไป” นายสุธีกล่าว
    
 

           ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจในการรณรงค์การหาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเป็นตัวแทนลงมารับหนังสือจากชาวไร่กล่าวว่าพรรคฯ ยินดีรับเรื่องไว้พิจารณา เพราะเห็นว่าปัญหาปากท้องของชาวไร่เป็นเรื่องสำคัญและเป็นหัวใจของระบบเศรษฐกิจของประเทศ
 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน