เปิดผลสรุป"3ทางรอด"อุตสาหกรรมยาสูบไทย

 เปิดผลสรุป"3ทางรอด"อุตฯยาสูบไทย ชาวไร่หนุนพรรคชูนโยบายเลื่อนภาษีบุหรี่40% 

 

            จากผลการประชุมอุตสาหกรรมยาสูบแห่งประเทศไทยครั้งที่ 2 จัดโดย ภาคียาสูบแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมสรรพสามิต ณ โรงแรมเชียงใหม่แกรนด์วิว อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 28 มกราคม ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปใน 3 ประเด็น ได้แก่ การเรียกร้องให้รัฐเร่งจ่ายค่าชดเชยจำนวน 159.59 ล้านบาท แก่เกษตรกรชาวไร่ยาสูบที่ทางการยาสูบแห่งประเทศไทย(ยสท.) ลดโควตารับซื้อใบยาในปีนี้ลง 50% ส่งผลให้ชาวไร่ต้องลดพื้นที่ปลูกใบยาลง 50% ด้วย 

 เปิดผลสรุป"3ทางรอด"อุตสาหกรรมยาสูบไทย เปิดผลสรุป"3ทางรอด"อุตสาหกรรมยาสูบไทย

 

               ประเด็นต่อมาเรียกร้องให้รัฐบาลยืดเวลามาตรการขึ้นภาษีใหม่เป็น 40% ในเดือนตุลาคมปีนี้ ตามที่กระทรวงการคลังประกาศไว้ออกไปก่อน เพื่อไม่ให้ร้านค้าบุหรี่รายย่อยได้รับผลกระทบ และสุดท้ายอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือดูแลในเรื่องการหาพืชปลูกทดแทนใบยาสูบ พร้อมตลาดรองรับ 

                 “จากการขึ้นภาษีสรรพสามิตครั้งล่าสุดเมื่อปี 2560 ทำให้ชาวไร่ยาสูบได้รับผลกระทบอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เพราะทำให้รายได้รวมของชาวไร่ยาสูบทุกสายพันธุ์หายไปเกือบ 230 ล้านบาทในฤดูกาลปลูกปี 2561/2562 จากการถูกลดโควตาการรับซื้อใบยาลงเฉลี่ย 50% ส่งผลต่อเนื่องให้การจ้างงานในท้องถิ่นลดลงตามไปด้วยเป็นลูกโซ่ สะเทือนถึงเศรษฐกิจในท้องถิ่นที่ปลูกยาสูบ แม้รัฐบาลจะช่วยแก้ปัญหาระยะสั้นด้วยการมีมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติงบกลางวงเงิน 159.59 ล้านบาท เพื่อชดเชยการสูญเสียรายได้ของชาวไร่ยาสูบที่ถูกตัดโควตาดังกล่าว แต่ก็เป็นการช่วยเหลือสำหรับฤดูกาลปลูกเดียวเท่านั้น ตอนนี้เข้าสู่ช่วงกลางๆ ของฤดูกาลปลูกแล้ว แต่แนวทางการจ่ายเงินก็ยังไม่แน่นอน ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเรากังวลใจและอยากให้มีความชัดเจนเรื่องการจ่ายเงินให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการโดนลดโควตาภายในสิ้นเดือนนี้” 

               สุธี ชวชาติ นายกสมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูก และผู้ค้าใบยาสูบ จ.ลำปาง และตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบ เผยกับ “คม ชัด ลึก" ถึงปัญหาชาวไร่ยาสูบหลังมีตัวแทนจากชาวไร่ยาสูบจังหวัดต่างๆ มาเล่าถึงความทุกข์ยากเดือดร้อนจากการขึ้นภาษีบุหรี่ จนต้องถูกตัดโควตาและขาดรายได้ ซึ่งทุกคนต่างเห็นพ้องว่าหากขึ้นภาษีบุหรี่อีกครั้งเป็น 40% ในเดือนตุลาคมนี้ อาจทำให้ชาวไร่ยาสูบต้องสูญสิ้นอาชีพสุจริตนี้ไปในพริบตา

                   นอกจากผลกระทบต่อชาวไร่แล้ว ยสท.ก็ยังได้รับผลกระทบจากมาตรการขึ้นภาษีบุหรี่ด้วย โดยกำไรลดลงร่วม 90% จนเกือบขาดทุน ทั้งยังคาดการณ์ว่าถ้าขึ้นภาษีเป็น 40% ยอดขายของ ยสท. อาจลดลง 40-50% ในปีหน้า และอาจต้องงดรับซื้อใบยาเพราะสต็อกคงพอใช้ไปอีก 2-5 ปี คิดเป็นความสูญเสียกว่าแสนล้านในอุตสาหกรรม ในขณะที่กรมสรรพสามิตเองก็เก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย 2.90% ในเดือนธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา 

              “ในที่ประชุมมีมติเรียกร้องให้รัฐบาลเลื่อนการขึ้นภาษีบุหรี่ 40% ออกไปก่อน เพื่อให้อุตสาหกรรมยาสูบโดยเฉพาะชาวไร่ยาสูบได้มีเวลาปรับตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยตัวแทนชาวไร่ยาสูบเตรียมยื่นสรุปผลการประชุมให้แก่พรรคการเมืองต่างๆ ในช่วงก่อนการเลือกตั้ง เพื่อผลักดันนโยบายเลื่อนการขึ้นภาษีดังกล่าวและดูแลปากท้องชาวไร่ยาสูบอย่างจริงจัง” ตัวแทนภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบ กล่าวย้ำ

               ขณะที่ สงกรานต์ ภักดีจิตร นายกสมาคมชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ จ.เพชรบูรณ์ กล่าวเสริมว่า ในช่วงระยะ 3-4 ปีที่ผ่านมา ภาษีบุหรี่เพิ่มขึ้นทุกปี จนในที่สุดทำให้ชาวไร่ยาสูบต้องโดนตัดโควตากะทันหันแบบไม่ทันตั้งตัวในปีที่ผ่านมา จึงอยากวิงวอนให้รัฐบาล โดยเฉพาะรัฐบาลใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้งโดยประชาชน รับฟังความเดือดร้อนของพี่น้องชาวไร่ยาสูบกว่า 5 หมื่นครอบครัวด้วย เราพร้อมจะพูดคุยกับทุกพรรคการเมืองเพื่อขอคำมั่นสัญญาให้ช่วยเหลือพวกเราและเลื่อนการขึ้นภาษีบุหรี่ตุลาคมปีนี้ออกไป ไม่ว่าจะเป็นใครหรือมาจากพรรคการเมืองใด หากช่วยเหลือพวกเราได้ ชาวไร่และครอบครัวเกือบ 2 แสนคนทั่วภาคเหนือ-อีสานยินดีเทใจให้อย่างแน่นอน 

               ด้าน อลงกรณ์ เจริญภักดี รองผู้ว่าฯ ด้านใบยา ยสท. ระบุว่า ปัญหาหลักของ ยสท. ตอนนี้เกิดจากยอดขายของเราลดลง เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษี ทำให้ยอดขายลดลงจาก 2.8 หมื่นล้านมวน เหลือ 1.8 หมื่นล้านมวน ในปีที่ผ่านมา เมื่อเป็นแบบนี้ก็ทำให้เกิดผลกระทบต่อชาวไร่ เพราะสต็อกใบยาสูงขึ้นกว่า 40% เป็น 40-60 เดือนตามสายพันธุ์และเกรดใบยา จากเดิมที่มีสต็อก 18-24 เดือนตามมาตรฐานสากลของยาสูบ ทำให้ ยสท.เองก็จำเป็นต้องหาทางเพื่อให้ธุรกิจ พนักงาน และอุตสาหกรรมทั้งระบบอยู่ได้ 

               ส่วน วราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการบริหารสมาคมการค้ายาสูบไทย ยอมรับว่า ร้านค้าโชห่วยที่ขายบุหรี่ก็ได้รับผลกระทบหนักไม่ต่างไปจากชาวไร่ เนื่องจากการขึ้นภาษีแต่ละครั้ง ทำให้ราคาบุหรี่ขยับขึ้นแบบก้าวกระโดด ซึ่งผลสำรวจความคิดเห็นของร้านค้าที่จัดทำโดยนิด้าโพล ชี้ว่าการปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตส่งผลให้สถานการณ์ปัญหาบุหรี่เถื่อน และความนิยมในยาเส้นมีระดับความรุนแรงมากขึ้น เดือนตุลาคมนี้ที่จะเก็บภาษีบุหรี่อัตราเดียวที่ 40% จะทำให้ราคาบุหรี่ถูกกฎหมายเพิ่มขึ้นอย่างน้อยจากซองละ 60 เป็น 90 บาททันที หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 50% ยิ่งทำให้ช่องว่างราคาระหว่างบุหรี่ถูกกฎหมายกับบุหรี่เถื่อนห่างกันออกไปอีก 

              "ร้านค้าส่วนใหญ่ประมาณ 72.33% เห็นว่าจะต้องได้รับผลกระทบมากแน่นอนหากขึ้นภาษีบุหรี่ ส่วนผู้ที่ได้ประโยชน์ก็คือบุหรี่เถื่อนและพ่อค้ายาเส้นที่ขายดีขึ้น ซึ่งแนวทางที่ร้านค้ากว่า 70.5% เห็นว่าการชะลอการขึ้นภาษีในอัตรา 40% ออกไปก่อน จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้ จึงอยากเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ก่อนที่ตลาดจะเกิดความวุ่นวาย”

                อย่างไรก็ตาม ศิริสวัสดิ์ สิริเพ็ญ ตัวแทนจากกรมสรรพสามิต หลังได้รับฟังการแสดงความคิดเห็นจากผู้เข้าร่วมการประชุม ได้รับทราบถึงความเดือดร้อนในอุตสาหกรรมยาสูบ ตั้งแต่ต้นน้ำคือ ชาวไร่ กลางน้ำ โรงงานแปรรูป และปลายน้ำ ร้านค้าบุหรี่ ได้รับที่จะนำผลการประชุมในครั้งนี้เสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาหาแนวทางปฏิบัติในอนาคตต่อไป 

                                                      

 

 มองต่างมุม“ชาวไร่-ผู้ส่งออกใบยา”

             สันต์ หารสุโพธิ์ ตัวแทนเครือข่ายชาวไร่ยาสูบภาคอีสาน

“ดีใจที่เห็นหน่วยงานทุกภาคส่วนมาร่วมประชุม แสดงให้เห็นว่าชาวไร่ยาสูบก็ยังไม่ถูกทอดทิ้ง มีหน่วยงานและองค์กรที่พร้อมรับฟังและจะเข้ามาแก้ปัญหา พวกเราทำไร่ยาสูบมาประมาณ 40 กว่าปี เมื่อก่อนไม่เคยได้รับความเดือดร้อน แต่ตอนนี้ลำบาก เพราะปีนี้ชาวไร่ยาสูบพันธุ์เตอร์กิช (โอเรนทัล) โดนตัดโควตาไปประมาณ 57.95% จะให้ไปปลูกพืชทดแทนก็ยาก เพราะพื้นที่อีสานมีความแห้งแล้ง ประสบปัญหาภัยแล้งตลอดเวลา หากไปทำการเกษตรแบบอื่น ก็คงจะขาดทุน ได้ไม่คุ้มเสียแน่นอน แต่ยาสูบเป็นพืชใช้น้ำน้อยและมีการกำหนดราคา ทำให้มีรายได้ดีและมั่นคง”

 

            ณรงค์ศักด์ กิจพิทักษ์ ชมรมชาวไร่บ่มเอง จ.เชียงราย

“เมื่อปีที่ผ่านมา พวกเราชาวไร่ยาสูบได้เข้าพบหน่วยงานที่รับผิดชอบต่างๆ เช่น ยสท. กรมสรรพสามิต ศูนย์ดำรงธรรม สภานิติบัญญัติแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ฯลฯ เพื่อขอความช่วยเหลือ อยากจะขอฝากไปถึงพรรคการเมืองและผู้สมัคร ส.ส.ทุกท่านว่าอยากให้ออกนโยบายช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบอย่างชัดเจน เช่ย การเลื่อนภาษี 40% ออกไป เชื่อว่าชาวไร่ยาสูบทั้ง 3 สายพันธุ์ 50,000 ครัวเรือน จะเทใจให้อย่างแน่นอนเพราะถือว่าท่านได้ช่วยเหลือพวกเราและครอบครัวกว่า 250,000 คน

 

             อรุณ โพธิตา สมาคมพัฒนาชาวไร่บ่มเอง  จ.เชียงใหม่

“ปีนี้เป็นปีที่อุตสาหกรรมยาสูบวิกฤติที่สุดตั้งแต่ทำมา 46 ปี ครอบครัวผมทำยาสูบมาตั้งแต่ 2516 ตั้งแต่รุ่นพ่อที่ขายใบยาสดให้โรงงานยาสูบ อาศัยยาสูบเป็นรายได้หลัก ทำกันจนมีความชำนาญ รู้ดีว่าต้องทำอย่างไร และมีการปรับปรุงการผลิตตลอด พืชทดแทนอย่างอื่นพวกเราชาวไร่ก็เคยลองทำกันมาแล้ว ก็ขาดทุน ผลตอบแทนก็ไม่ได้เหมือนการทำยาสูบ เพราะไม่มีโควตา ราคาผันผวนมาก”

           เดวิด เฮิร์ด ผู้จัดการใหญ่ ประจำประเทศไทย บริษัท อัลไลแอนซ์ วัน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

  “บริษัทเราเป็นผู้ส่งออกใบยาสูบไทยไปทั่วโลก ที่ผ่านมาใบยาสูบจากประเทศไทยมีชื่อเสียงที่ดีมาก แต่ปัญหาความไม่ยั่งยืนของอุตสาหกรรมยาสูบ โดยเฉพาะความเดือดร้อนของชาวไร่ อาจสร้างความไม่มั่นใจให้แก่ลูกค้าของเรา อาจตัดสินใจไปซื้อใบยาสูบจากแหล่งอื่นได้ ในฐานะผู้ส่งออก เราพร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมยาสูบไทย และอยากให้ทุกภาคส่วนมาร่วมมือกันในการหาทางออกให้แก่อนาคตของการทำยาสูบไทย” 


เปิดอ่าน