royal coronation
วันที่ 21 กรกฎาคม 2562
เศรษฐกิจ

 วช.ผนึกทบ.ทุ่มงานวิจัยสนองยุทธศาสตร์ชาติ20ปี

วันที่ 13 ธันวาคม 2561 - 11:58 น.
วช,ทบ
Shares :
เปิดอ่าน 52 ครั้ง

 วช.ผนึกทบ.สนองยุทธศาสตร์ชาติ20ปี เพิ่มพลังชุมชนด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม 

 

                รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วยฐานความรู้ด้านการวิจัยและนวัตกรรม ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่มุ่งหวังให้ “ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งได้ให้ความสำคัญกับการบูรณาการ การดำเนินงานทุกภาคส่วน เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อภาคประชาชนและความเข้มแข็งของชุมชน โดยมุ่งเน้นเสริมสร้างให้เกิดพลังชุมชน สู่การอยู่ดีกินดี มีอาชีพ มีรายได้และมีความพอเพียง 

           เป็นฐานพลังที่จะสร้างความยั่งยืนโดยการใช้องค์ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมเป็นต้นทุนทางเทคโนโลยีที่จะสร้างมูลค่าพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ประชาชนและชุมชนมีรายได้สูงขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างพอเพียงและพอดีกับความต้องการภาคประชาชนในแต่ละชุมชนอย่างเข้มแข็งได้ต่อไป

            ศ.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวภายหลังพิธีลงนามความร่วมมือระหว่างกองทัพบกกับสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ในการพัฒนาการใช้องค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การพัฒนาเชิงพื้นที่ในระดับชุมชนและพื้นที่ ณ ห้อง 221 ชั้น 2 อาคาร 2 กองบัญชาการกองทัพบก เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม ที่ผ่านมา โดยระบุว่า วช. ในฐานะหน่วยงานสนับสนุนการวิจัยและการบริหารจัดการผลงานวิจัย ได้รับมอบหมายให้บริหารจัดการในภาพรวมของการขับเคลื่อนผลักดันให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมในมิติการพัฒนาเชิงพื้นที่  จึงได้พิจารณาองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ วช.ให้การสนับสนุนและมีความพร้อมต่อการนำไปใช้ประโยชน์เพื่อการส่งเสริม การพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต และสิ่งแวดล้อม

            โดยการน้อมนำแนวทางพัฒนาตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และศาสตร์พระราชาตามนโยบายรัฐ เป็นแนวทางในการบูรณาการเชื่อมโยงการทำงานร่วมกับกองทัพบก ในฐานะหน่วยงานประสานงานศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีศูนย์การเรียนรู้ฯครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อส่งต่อความสุข โดยการมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่ประชาชนและชุมชนในพื้นที่โดยรอบศูนย์การเรียนรู้ฯ ที่มีอยู่ใน 4 ภูมิภาคเพื่อให้เกิดการขยายผลองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและชุมชนโดยรอบ ในความดูแลของศูนย์การเรียนรู้ฯ  

            “การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ ได้มีการนำผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนมาจัดแสดงนิทรรศการ อาทิ การจัดการองค์ความรู้งานวิจัยนมแพะครบวงจร เพื่อการใช้ประโยชน์ในชุมชนและสังคมตามแนวพระราชดำริของชุมชนอำเภอเลาขวัญ จ.กาญจนบุรี การยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของพริกแห้งของไทยและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากพริก และการจัดการความรู้การผลิตแป้งกล้วยและผลิตภัณฑ์จากกล้วยและแป้งกล้วย เป็นต้น”

             เลขาธิการ วช. เผยต่อว่า รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ได้สร้างความร่วมมือในเชิงบูรณาการกับทางกองทัพบก โดยขณะนี้ทาง วช.พร้อมนำเครือข่ายระบบวิจัยเข้ามาเติมเต็มให้แก่ ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงครอบคลุมทั้ง 4 ภาค อาทิ ในมิติของเทคโนโลยีภาคการเกษตร การพัฒนาพลังงาน รวมทั้งการจัดการสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งลงนามครั้งนี้จะเกิดความเชื่อมโยงและบูรณาการร่วมกันในการวางฐานรากของการพัฒนาประเทศไปสู่ความยั่งยืนผ่านการนำเอาผลงานวิจัยและนวัตกรรมมาปรับใช้จริงอย่างเป็นรูปธรรม

            วิภารัตน์ ดีอ่อง รองเลขาธิการ วช. กล่าวเสริมว่า ความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นร่วมกันที่จะส่งต่อความสุขให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นของขวัญปีใหม่ 2562 ตามนโยบายของรัฐบาล ในการมุ่งหวังให้ประเทศชาติมีความเข้มแข็งและมั่นคงด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชาร่วมกับผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การพัฒนาเชิงพื้นที่ เพื่อส่งเสริมอาชีพ รายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นภายใต้บริบทของความพอเพียงเพิ่มพลังชุมชน มั่นคงด้วยวิจัยและนวัตกรรม เพื่อร่วมกันพัฒนาและเพิ่มพลังชุมชนด้วยผลงานวิจัย ขยายผล ถ่ายทอดและใช้ประโยชน์ ที่สำคัญถือเป็นการสานต่อรวมทั้งเผยแพร่พระเกียรติคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 และตามรอยพระยุคลบาทสืบต่อไป

                พล.อ.ธีรวัฒน์ บุณยะวัฒน์ เสนาธิการทหารบก เผยว่า กองทัพบกได้จัดตั้งและขยายผล ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจำนวน 16 ศูนย์ โดยได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 มาเป็นแนวทางหลักในการปฏิบัติ โดยศูนย์ดังกล่าวถือเป็นศูนย์กลางในการสร้างความรัก ความสามัคคี จงรักภักดีและสร้างประโยชน์ให้เกิดกับประชาชนได้นำความรู้มาปรับใช้ รู้จักพอเพียง สอดรับตามพระราชปณิธานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในการสืบสาน รักษาและต่อยอดศาสต์ของพระราชา

              เสนาธิการทหารบก กล่าวต่ออีกว่าอย่างไรก็ดีความร่วมมือในครั้งนี้กับทาง วช. นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะนำองค์ความรู้จากผลงานวิจัยและนวัตกรรมเข้ามาถ่ายทอด สร้างความรู้และเพิ่มมูลค่าผลผลิต โดยขณะนี้ในทุกศูนย์ฯมีความสมบูรณ์ทั้งกำลังพลและพื้นที่พร้อมเป็นศูนย์กลางให้ประชาชนได้เข้ามาศึกษาและนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้ในชุมชน อันนำมาสู่การสร้างรายได้และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

 

 

                   ผ้าพื้นเมือง-แปรรูปพริกไทยงานวิจัยเพื่อชุมชน

             การลงนามในครั้งนี้มีการนำเอาผลงานวิจัยที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชนมาจัดแสดงหลากหลายชิ้นงาน หนึ่งในนั้นงานวิจัยอุปกรณ์สำหรับการม้วนเส้นผ้ายืน โดย ผศ.ดร.กิตติศักดิ์ อริยะเครือ คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล พระนคร  เจ้าของผลงาน โดยโครงการดังกล่าวจะเข้ามาช่วยพัฒนาคุณภาพผ้าไหมทอลายพื้นเมืองให้มีผลผลิตที่มีคุณภาพ สวยงามและดำเนินการได้รวดเร็ว ขณะนี้ได้นำไปถ่ายทอดให้แก่วิสาหกิจชุมชนผ้าไหมพื้นเมืองในหลากหลายกลุ่ม อาทิ กลุ่มทอผ้าไหมมัดหมี่ด้ายพุ่ง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ กลุ่มทอผ้าไหมขิด อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ซึ่งนอกจากเพิ่มมูลค่ายังตอบโจทย์การนำความรู้ด้านเทคโนโลยีมาปรับใช้ได้อย่างเห็นผล

             ส่วนงานวิจัย“การยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยของพริกแห้งของไทย” โดย ผศ.ดร.วราภา มหากาญจนกุล หัวหน้าโครงการด้วยการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมมาแปรรูปพริกไทยมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้หลากหลายและเก็บรักษาไว้ได้นานมากขึ้น แต่เดิมพริกไทยมักประสบปัญหาเรื่องของเชื้อรา แต่เมื่อเรานำพริก อาทิ พริกชี้ฟ้าเข้าสู่กระบวนการล้าง อบแห้ง สามารถคงสภาพพริกให้มีอายุการใช้งานได้มากขึ้น ที่สำคัญนำมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะ น้ำพริก ปัจจุบันความรู้ดังกล่าวถูกนำมาต่อยอดในหลากหลายชุมชนทั้งจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี ตลอดจนเตรียมพร้อมสู่การส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศได้อีกด้วย พริกถือเป็นหนึ่งเครื่องปรุงที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมอาหารได้อย่างกว้างขวาง

              โดยงานวิจัยนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ทางวช.ได้เข้ามาขับเคลื่อนและสนับสนุนทั้งในแง่ของงบประมาณ ความรู้ รวมทั้งการลงไปยังพื้นที่ประสบปัญหาเพื่อนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีอยู่เข้าไปพัฒนาหรือนำมาคิดค้นใหม่ ซึ่งทั้งหมดจะเข้าไปเติมเต็มศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในทุกภูมิภาคด้วยความครอบคลุม อันจะนำมาสู่การพัฒนาที่ฐานราก เสริมสร้างคุณภาพชีวิต และสามารถพึ่งพาตัวเองได้อย่างพอเพียง

Shares :
เปิดอ่าน 52 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ