เตรียมปัดหมุด"รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล"

 เตรียมปัดหมุด"รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล"       หลังสนข.เปิดประชาพิจารณ์ครั้งสุดท้าย 

 

                 รัฐเตรียมเดินหน้าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย–ลำสาลี (บึงกุ่ม) หลังสนข.เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งสุดท้าย(ครั้งที่ 3) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ ห้องคอนเวนชั่น โรงแรมรามาการ์เด้นส์ โดยมีผู้แทนจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้นำชุมชน ประชาชนผู้สนใจ เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้กว่า 500 คน ก่อนสรุปผลเลือกรูปแบบการพัฒนาด้วยระบบรถไฟฟ้าและทางด่วนบนสายทางเดียวกัน

 

 เตรียมปัดหมุด"รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล"

                 โดยรถไฟฟ้าสายนี้จะเชื่อมต่อรถไฟฟ้าอีก 7 สาย สอดรับกับนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งทางราง ขณะที่ทางด่วนจะใช้ตอม่อเดิมบนถนนประเสริฐมนูกิจมาต่อยอดเส้นทางเชื่อมโยงโครงข่ายการจราจรแนวตะวันออก-ตะวันตกเป็นเส้นแรก หวังช่วยระบายการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วนให้มีประสิทธิภาพ โดยรถไฟฟ้าให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยเป็นผู้ดำเนินงาน ขณะที่ทางด่วนให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทยเป็นผู้รับผิดชอบ และให้มีการประมูลโครงการแยกขาดจากกัน ส่วนจะเริ่มต้นโครงการได้เมื่อไหร่นั้นจะต้องรอความชัดเจนของผลการศึกษาและการพิจารณาตัดสินใจของ คจร. โดยคาดว่าระบบทางด่วนจะเปิดใช้บริการได้ในปี 2567 ส่วนรถไฟฟ้าจะเปิดใช้บริการในปีถัดมา 

                “เรามีความจำเป็นที่ต้องมีทางด่วนในแนวตะวันออก-ตะวันตก เพื่อทำให้การจราจร การเดินทางเข้าเมืองคล่องตัวมากขึ้น ครั้งนี้ก็เป็นการนำเสนอภาพรวมครั้งสุดท้ายที่เราได้ดำเนินการมา”

              ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(ผอ.สนข.) และว่าที่ปลัดกระทรวงคมนาคมคนใหม่ กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 3 (การสรุปผลการศึกษาโครงการ) การศึกษาความเหมาะสมโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย–ลำสาลี (บึงกุ่ม) โดยระบุว่าตามที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและระบบคมนาคมในระยะยาวเพื่อศึกษารูปแบบการดำเนินงานโครงการคมนาคมขนส่งที่เหมาะสมและใช้ประโยชน์จากเสาตอม่อของโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ที่มีการก่อสร้างเสาตอม่อเตรียมไว้แล้วบนแนวกึ่งกลางถนนประเสริฐมนูกิจ (ถนนเกษตร–นวมินทร์) ซึ่งทางกระทรวงคมนาคมมีแนวคิดที่จะก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล โดยใช้เสาตอม่อดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ และมอบหมายให้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยศึกษาความเหมาะสมทั้งในด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมครอบคลุมครบทุกมิติ ซึ่งได้ข้อสรุปว่ามีความเหมาะสมที่จะพัฒนาทั้งระบบขนส่งมวลชน (รถไฟฟ้า) และทางพิเศษ (ทางด่วน) บนแนวสายทางเดียวกัน

              จากผลการศึกษาพบว่ารูปแบบการพัฒนาด้วยระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลและระบบทางด่วนบนสายทางเดียวกันมีความเหมาะสมที่จะสามารถรองรับการเดินทางได้ดีที่สุดและให้ผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจในอัตราที่สูงมาก โดยรถไฟฟ้าจะให้ผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ ร้อยละ 22.3 และสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการส่งเสริมการเดินทางด้วยระบบขนส่งมวลชนทางราง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความสะดวก ปลอดภัย และประหยัดเวลาการเดินทางของประชาชน ในขณะที่ทางด่วนให้ผลตอบแทนร้อยละ 38.9 และจะเชื่อมโยงโครงข่ายการจราจรระหว่างพื้นที่ด้านตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดปัญหาการจราจรบริเวณถนนงามวงศ์วานและถนนประเสริฐมนูกิจ รวมทั้งเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเศรษฐกิจ สังคม และประเทศชาติ โดยจะดำเนินการก่อสร้างระบบทางด่วนควบคู่ไปกับการจัดทำฐานรากของระบบรถไฟฟ้า เพื่อลดปัญหาการจัดการพื้นที่ก่อสร้างซึ่งจะเป็นการบรรเทาปัญหาการจราจรในระหว่างการก่อสร้าง โดยคาดว่าระบบทางด่วนจะเปิดใช้บริการได้ในปี 2567 ส่วนรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลจะเปิดใช้บริการได้ในปี 2568

              ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก ครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบรูปแบบการพัฒนาทั้งระบบรถไฟฟ้าและทางด่วนตามที่ สนข.เสนอ ซึ่งประกอบด้วยระบบรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาลช่วงแคราย–ลำสาลี (บึงกุ่ม) และทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 ส่วนเชื่อมต่อถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก และส่วนทดแทน N1 เนื่องจากแนวถนนรัตนาธิเบศร์ ถนนงามวงศ์วาน และถนนประเสริฐมนูกิจ เป็นแนวเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างพื้นที่ฝั่งตะวันตกกับพื้นที่ฝั่งตะวันออกของถนนวงแหวนรอบนอก การพัฒนาเฉพาะระบบรถไฟฟ้าจึงไม่เพียงพอสำหรับรองรับการเดินทางอื่นๆ ที่ต้องผ่านแนวเส้นทางดังกล่าว ซึ่งมีทั้งการเดินทางด้วยยานพาหนะส่วนบุคคลและการขนส่งสินค้า นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นเส้นทางทดแทนในกรณีที่โครงข่ายถนนระดับพื้นดินไม่สามารถใช้งานได้ เช่น เกิดอุทกภัย เป็นต้น

              ผอ.สนข. เผยต่อว่า สำหรับแนวเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย–ลำสาลี (บึงกุ่ม) เริ่มต้นจากแยกแคราย มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกตามแนวถนนงามวงศ์วาน ผ่านจุดตัดทางพิเศษศรีรัช แยกพงษ์เพชร แยกบางเขน แยกเกษตร ต่อเนื่องไปตามแนวถนนประเสริฐมนูกิจ ผ่านจุดตัดถนนลาดปลาเค้า แยกเสนา จุดตัดถนนสุคนธสวัสดิ์ จุดตัดทางพิเศษฉลองรัช(รามอินทรา–อาจณรงค์) จุดตัดทางหลวง 350 จุดตัดถนนนวมินทร์ แล้วเลี้ยวขวาลงไปทางทิศใต้ตามแนวถนนนวมินทร์ผ่านแยกโพธิ์แก้ว แยกศรีบูรพา แยกแฮปปี้แลนด์ แยกบางกะปิ ไปสิ้นสุดที่จุดตัดถนนพ่วงศิริและถนนรามคำแหง รวมระยะทางประมาณ 22.3 กิโลเมตร จำนวน 20 สถานี วงเงินก่อสร้างเบื้องต้น 112,505 ล้านบาท  โดยรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล จะทำหน้าที่เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้า 7 สาย ประกอบด้วยสถานีศูนย์ราชการนนทบุรีเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีชมพู สถานีบางเขนเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีแยกเกษตรเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีฉลองรัชเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเทา และสถานีลำสาลีเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีเหลือง และสีส้ม โดยจะมีการก่อสร้างอาคารจอดแล้วจรที่แยกบางกะปิ เพื่อส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งมวลชน

                ส่วนระบบทางด่วน จะเป็นการต่อขยายแนวทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือ ตอน N2 และส่วนต่อขยายไปยังถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก เชื่อมต่อทางยกระดับอุตราภิมุข–ทางพิเศษศรีรัช–ถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันตก ที่ต่างระดับรัชวิภา เพื่อเป็นการเชื่อมโยงโครงข่ายระบบทางพิเศษระหว่างพื้นที่ด้านตะวันออกและตะวันตกของกรุงเทพมหานคร โดยแนวโครงการจะมีเริ่มต้นจากถนนวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออกมาตามแนวถนนประเสริฐมนูกิจ ผ่านแนวคลองบางบัว คลองบางเขน แล้วเลียบขนานไปตามแนวถนนวิภาวดีรังสิต จนถึงทางแยกต่างระดับรัชวิภา รวมระยะทางประมาณ 17.2 กิโลเมตร    

 ปรับแผนจราจรรับมือการก่อสร้าง 

             ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(ผอ.สนข.) กล่าวถึงแผนการจัดการจราจรในช่วงการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล ช่วงแคราย–ลำสาลี (บึงกุ่ม) ว่าขณะนี้ได้เตรียมการไว้หมดแล้ว โดยจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจะต้องรีบคืนพื้นที่ให้เร็วที่สุด การจัดการจราจรนั้นอาจจะเหลือช่องทางการจราจรแค่ 2 ช่อง หรือช่องครึ่ง ซึ่งได้ประสานกับตำรวจจราจรจะมาช่วยดูแลในส่วนนี้ ขณะเดียวกันมีการปรับเพิ่มรถเมล์หลายสายที่ผ่านพื้นที่ก่อสร้าง ยกตัวอย่าง ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนลาดพร้าว ถนนรามคำแหง ซึ่งเป็นเส้นทางก่อสร้างทั้งหมด ก็จะมีการปรับเพื่อให้รถเมล์บนถนนเหล่านี้ขึ้นทางด่วนที่ใกล้ที่สุด ทำให้ผู้โดยสารที่นั่งจากต้นทางถึงที่หมายโดยสะดวกและรวดเร็วขึ้น

 เตรียมปัดหมุด"รถไฟฟ้าสายสีน้ำตาล"

             “อีกส่วนหนึ่งที่กำลังทำคือชัตเติลบัส ตอนนี้กำลังหารือทางกทม. ขสมก. และกรมการขนส่งทางบก จัดชัตเติลบัสให้บริการประชาชนในพื้นที่ก่อสร้าง เพื่อให้มาใช้รถไฟฟ้าที่อยู่ใกล้ที่สุด เช่นที่รามคำแหงบริเวณนั้นมีห้างสรรพสินค้าเอกชนจะพูดคุยขอใช้เป็นที่จอดรถ รถจอดที่นั่นแล้วนั่งชัตเติลบัสไปใช้แอร์พอร์ตลิิ้งค์ก็จะสะดวกขึ้น อีกเรื่องหนึ่งคือการใช้เรือด่วนพิเศษ ซึ่งมีบริการอยู่แล้วที่คลองแสนแสบ แต่ว่าเรือนี้ก็จะจอดทุกท่า 28 ท่า ใช้เวลาค่อนข้างนาน เราก็จัดเรือด่วนพิเศษจอดเฉพาะบางท่า เน้นท่าเรือที่ีจะมาเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าเป็นหลัก ดังนั้นจะทำให้ประชาชนที่ใช้บริการก็จะได้รับความสะดวกมากขึ้น นี่คือแผนงานจราจรของโครงการ” ผอ.สนข.กล่าวและย้ำว่า ขณะนี้ สนข.ได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ซึ่งทุกอย่างค่อนข้างลงตัว มีเพียงชัตเติลบัสเท่านั้นที่กำลังจัดหา เนื่องจากเป็นระบบบริการใหม่ กำลังหารือกับกทม.ว่าเราจะเอาชัตเติลบัสที่ไหนมาวิ่ง ส่วนเรือทำแล้ว ตอนนี้เหลืออย่างเดียวคือชัตเติลบัส  


เปิดอ่าน