"สิงห์"บุกหนักน้ำดื่ม-โซดา ปั๊มยอดนอนแอลกอฮอล์โต

"สิงห์"บุกหนักน้ำดื่ม-โซดา ปั๊มยอดนอนแอลกอฮอล์โต

 

สิงห์ เร่งเครื่องทำตลาดกลุ่มนอนแอลกอฮอล์ หลังยอดขายครึ่งปีแรกโตดี น้ำดื่มโตแรง 20% แซงตลาดรวม 4.3 หมื่นล้านโตเพียง 8% โซดาเดินเกมรักษาบัลลังก์แชมป์ สร้างโอกาสดื่มใหม่ๆกระตุ้นการเติบโต 

นายธิติพร ธรรมาภิมุขกุล ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาด ธุรกิจน็อนแอลกอฮอล์ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจนอนแอลกอฮอล์ของบริษัทครึ่งปีแรก ยังขยายตัวในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะน้ำดื่ม โซดาสิงห์ เติบโตมาก ขณะที่สาหร่ายมาชิตะ เริ่มเปลี่ยนการทำตลาดด้วยการนำนวัตกรรมมาเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตและขยายฐานลูกค้า แทนการแข่งขันด้านราคาเป็นหลัก

ทั้งนี้ เมื่อลงลึกถึงการทำตลาดของสินค้าน้ำดื่ม ปีนี้บริษัททำกิจกรรมเชิงรุกตั้งแต่ต้นปี ด้วยการจับมือกับสถานีบริการน้ำมัน(ปั๊ม) ปตท. เพื่อทำโปรโมชั่นร่วมกันจับกลุ่มลูกค้าเดินทางและใช้บริการที่ปั๊ม ซึ่งช่วง 5 เดือน(ม.ค.-พ.ค.)ที่ผ่านมาพบว่า ผลตอบรับของกิจกรรมถือว่าดีมาก ยอดขายเชิงปริมาณลิตรปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก

ขณะเดียวกัน ยังมีแคมเปญสิงห์ รีวอร์ดส์ (SINGHA REWARDS) ซึ่งเป็นการทำลอยัลตี้โปรแกรม ให้ผู้บริโภคสะสมคะแนนจากฝาน้ำดื่มสิงห์ผ่านไลน์(LINE)เพื่อแลกรางวัลทุกเดือน แม้ว่าในเชิงยอดขายอาจยังเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะ โดยเฉพาะส่วนแบ่งทางการตลาดที่เพิ่มขึ้น แต่กิจกรรมดังกล่าวส่งผลให้พฤติกรรมการดื่มน้ำเปลี่ยนไป

“ตอนนี้แคมเปญสิงห์ รีวอร์ด มีผู้บริโภคที่เป็นสมัครเป็นสมาชิกในไลน์จำนวนมาก ที่แอ๊คทีพทำการสะสมคะแนต่อเนื่องมีมากกว่า 1 ล้านคน ถือว่าทะลุเป้าหมายที่วางไว้ ส่วนยอดขายอาจไม่ถึงกับโตมากจนวัดมาร์เก็ตแชร์ได้ แต่สิ่งที่เราเห็นชัดคือพฤติกรรมผู้บริโภคที่นำรหัสใต้ฝามากรอกคะแนนมีปริมาณมากกว่าลูกค้าทั่วไปที่ดื่มน้ำสิงห์ โดยการกรอกคะแนนเฉลี่ย 30-40 ฝาต่อคน สะท้อนให้เห็นว่าอย่างน้อยคนดื่มน้ำสิงห์ทุกวันๆละ 1 ขวด ซึ่งข้อดีของการทำตลาดออนไลน์ทำให้เราสามารถติดตามสถานการณ์และฟีดแบ็กจากผู้บริโภคได้ตลอดเวลาและทันที”

นอกจากนี้ บริษัทยังขยายช่องทางจำหน่ายน้ำดื่มสิงห์ เจาะโรงเรียนมากขึ้น และมีการร่วมทำแบรนด์(Co-Branding)ร่วมกับร้านค้า หรือสหกรณ์ภายในโรงเรียน ซึ่งล่าสุดบุกตลาดได้เพิ่มหลักหลายร้อยโรงเรียน และในอนาคตบริษัทจะมีการจับมือกับแบรนด์ดังระดับโลกในการทำตลาดน้ำดื่มด้วย

“ช่วงครึ่งปีแรกกลุ่มนอนแอลกอฮอล์ของเราเติบโตในทิศทางที่ดี โดยเฉพาะน้ำดื่มยอดขายในเชิงปริมาณและมูลค่าโตราว 20% สูงกว่าตลาดรวม ซึ่งข้อมูลของนีลเส็นระบุว่าตลาดเติบโตประมาณ 8%”

ด้านการทำตลาดน้ำดื่มขนาด 18.9 ลิตร หลังจากคู่แข่งแบรนด์ใหญ่อย่าง เนสท์เล่ เพียวไลฟ์ เลิกทำตลาด ช่วยเพิ่มโอกาสให้น้ำดื่มสิงห์บุกช่องทางบ้านและสำนักงานมากขึ้น เพราะมีคู่แข่งน้อยลงเหลือเพียง สปริงเคิล เจ้าตลาดที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 60% สิงห์ประมาณ 20% และช้างเล็กน้อย จากมูลค่าตลาดน้ำในหมวดดังกล่าวอยู่ที่ 1,000 ล้านบาท ซึ่งค่อนข้างเล็ก เมื่อเทียบกับตลาดน้ำดื่มโดยรวมมูลค่ากว่า 4.3 หมื่นล้านบาท

ส่วนการทำตลาดโซดาสิงห์ บริษัทพยายามสร้างโอกาสในการบริโภคใหม่ๆมากขึ้น เช่น ดื่มทดแทนน้ำเปล่า หรือสปาร์กกลิ้งประเภทอื่นที่มีราคาแพง เพราะโซดามีจุดแข็งด้านราคาที่ 9 บาท และมีความแมสกว่าสปาร์กกลิ้ง จากเดิมโซดาเน้นดื่มคู่หรอผสมกับเครื่องดื่มประเภทอื่น

ขณะที่ภาพรวมตลาดโซดาที่ผ่านมาหดตัวลงประมาณ 3% เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ และกำลังซื้อผู้บริโภคชะลอตัว จนกระเทือนตลาดเหล้าสีลดลง 8-9% อย่างไรก็ตาม แม้บริษัททำตลาดโซดาอย่างต่อเนื่อง แต่ยอมรับว่าส่วนแบ่งทางการตลาดลดลงจาก 92% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 91% ในปีนี้ เพราะเป็นผลกระทบจากการแข่งขันของคู่แข่งที่มีการทำตลาดและใช้กลยุทธ์โปรโมชั่นขายคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ผ่านช่องทางจำหน่ายที่เป็นร้านค้าทั่วไป (เทรดดิชันนอล เทรด) ทำให้บริษัทแข่งขันค่อนข้างลำบาก และไม่สามารถใช้กลยุทธ์การตลาดโต้ตอบกลับได้มากนัก

ต้นปีที่ผ่านมา สิงห์ ตั้งเป้ายอดขายในปี 2561 อยู่ที่ 1.2 แสนล้านบาท โดยมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 80% และนอนแอลกอฮอล์ 20% ซึ่งคาดว่าปีนี้กลุ่มนอนแอลกอฮอล์จะมีการเติบโตตามเป้าหมาย


เปิดอ่าน