สั่งเบรก"ล้งผลไม้"จันทบุรี  กดราคาขัดพรบ.การแข่งขัน

สั่งเบรก"ล้งผลไม้"จันทบุรี  กดราคาขัดพรบ.การแข่งขัน

 

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดภายหลังการประชุมคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ออกหนังสือคำสั่งทางปกครองตามมาตรา 60 ตาม พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 สั่งให้ผู้ทำธุรกิจรับซื้อผลไม้ของโรงคัดแยกและบรรจุผลไม้ หรือล้ง 1 ราย ใน จ.จันทบุรี หยุดพฤติกรรมที่อาจขัดต่อกฎหมายแข่งขันฯ เนื่องจากล้งดังกล่าวมีพฤติกรรมความผิดตามมาตรา 57 (2) ใช้อำนาจต่อรองเหนือกว่าอย่างไม่เป็นธรรม

 ทั้งนี้ หากล้งไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จะมีโทษความผิดปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท กรณีไม่หยุดพฤติกรรมปรับอีกวันละ 3 แสนบาท และให้มารายงานตัวต่อสำนักงานแข่งขันฯ ภายใน 5 วันนับจากวันได้รับหนังสือคำสั่งทางปกครองที่จะออกได้ภายในสัปดาห์นี้ 

“เบื้องต้นการรับซื้อมังคุดที่ จ.นครศรีธรรมราช พบว่ามีผู้ประกอบการกดราคารับซื้อกับเกษตรกรอย่างไม่เป็นธรรม จึงขอเตือนผู้ประกอบการให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าวเพราะเป็นความผิดทั้ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 มาตรา 29 ที่จงใจในราคาต่ำเกินความเหมาะสมของราคาตลาด และทำให้ตลาดเกิดความปั่นป่วน มีโทษจำคุก 7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”

นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติโอนคดีที่มีความผิดตามกฎหมายแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 มาพิจารณาภายใต้กฎหมายแข่งขันทางการค้าฉบับใหม่ โดยขณะนี้ยังไม่มีคดีใดที่จะหมดอายุความ

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า ผลสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจ ภาพรวมทั้งประเทศ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่า ทุเรียนมีผลผลิตรวม 726,809 ตัน เพิ่มขึ้น 14.45% เงาะมีผลผลิตรวม 275,366 ตัน เพิ่มขึ้น 10.54% มังคุดมีผลผลิตรวม 167,156 ตัน ลดลง 20.36% และลองกองมีผลผลิตรวม 103,145 ตันเพิ่มขึ้น 114.62%

ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายเดือน มิ.ย.2561 พบว่า ทุเรียนออกสู่ตลาดแล้ว 435,368 ตัน หรือ 60% เงาะออกสู่ตลาดแล้ว 159,715 ตัน หรือ 58 % มังคุดออกสู่ตลาดแล้ว 55,800 ตัน หรือ 33% และลองกองออกสู่ตลาดแล้ว 4,424 ตัน หรือ 4% โดยมีแหล่งผลิตจากภาคตะวันออก ขณะที่ผลไม้ภาคใต้กำลังเริ่มทยอยให้ผลผลิต

สำหรับสถานการณ์การผลผลิตผลไม้ 4 ชนิดในช่วงครึ่งปีหลัง (ก.ค.-ธ.ค.) ส่วนใหญ่เป็นผลผลิตที่ออกสู่ตลาดจากภาคใต้ พบว่า ทุเรียนจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีก 40% รวมประมาณ 291,441 ตัน ซึ่งจะออกสู่ตลาดมากช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. แต่จะออกมากสุดในช่วงเดือน ส.ค. เงาะจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีก 42% รวมประมาณ 115,651 ตัน จะออกสู่ตลาดมากในช่วง ส.ค.-ก.ย. มังคุดจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีก 64% รวมประมาณ 111,356 ตัน จะออกสู่ตลาดมากในช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. แต่จะออกมากสุดในช่วงเดือน ส.ค. และลองกองจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดอีก 96% รวมประมาณ 98,721 ตัน ซึ่งจะออกสู่ตลาดในช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค. แต่ออกมากสุดในเดือน ก.ย.

“ผู้บริโภคสามารถรอผลผลิตจากภาคใต้ที่ออกมาตั้งแต่เดือน ก.ค.ได้ ส่วนลองกองตันหยงมัส ผลผลิตจะออกสู่ตลาดในเดือน ส.ค.เป็นต้นไป จึงขอเชิญชวนผู้บริโภคที่ชื่นชอบรับประทานช่วยกันสนับสนุนผลผลิตจากเกษตรกรในช่วงเวลาดังกล่าว และหากท่านที่ต้องการอุดหนุนหรือสั่งจองในปริมาณมาก สามารถติดต่อโดยตรงไปยังเกษตรจังหวัด เกษตรและสหกรณ์จังหวัด หรือสหกรณ์จังหวัดในพื้นที่”

ทั้งนี้ปี 2561 กระทรวงเกษตรฯ ได้ร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานต่างๆ เช่น กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง เน้นหลักการบริหารจัดการผลไม้ให้มีข้อมูลการผลิตที่ชัดเจน เพื่อเชื่อมโยงกับตลาดผู้ซื้อได้อย่างเหมาะสม โดยให้จังหวัดมีการบริหารจัดการผลไม้แบบเบ็ดเสร็จด้วยตัวเอง จัดทำแผนบริหารจัดการผลไม้ในพื้นที่ ซึ่งมีคณะกรรมการเพื่อแก้ไขปัญหาเกษตรกรอันเนื่องมาจากผลิตผลการเกษตรระดับจังหวัด (คพจ.) เป็นแกนหลัก เชื่อมโยงกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในจังหวัด

 โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้เน้นบริหารจัดการเชิงปริมาณจัดสมดุลอุปสงค์อุปทาน ด้วยการส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยให้รวมกลุ่มเพื่อผลิตไม้ผลคุณภาพตามระบบส่งเสริมการเกษตรแปลงใหญ่ การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถผลิตไม้ผลคุณภาพนอกฤดู พร้อมเชื่อมโยงและหาตลาดรองรับผลผลิตอย่างต่อเนื่อง

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ


เปิดอ่าน