"สนธิรัตน์" ปลื้ม! ผลงาน 6 เดือน ช่วยเศรษฐกิจฟื้น!

"สนธิรัตน์" ปลื้ม ผลงาน 6 เดือน ช่วยเศรษฐกิจฟื้น ตั้งแต่รากหญ้ายันส่งออกที่ขยายตัวสูงสุดรอบ7ปี ฟุ้งเกษตรกรพอใจราคาสินค้าพุ่ง พร้อมสั่งคน.วางแผนการผลิตทั้งระบบ

 

        เมื่อวันที่  14 มิถุนายน  2561 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์(รมว.พณ.) กล่าวว่า 6 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์มีส่วนช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของ

        ประเทศไทยให้ฟื้นตัวขึ้น   ทั้งเรื่องการส่งออกที่ขยายตัวสูงกว่า 11.5 % ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสูงสุดในรอบ 7 ปี รวมทั้งดูแลเศรษฐกิจฐานราก ราคาสินค้าเกษตร และค่าครองชีพประชาชน

 

        "โดยราคาสินค้าเกษตรหลายตัวราคาปรับขึ้นมาสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ เช่น ราคาข้าวหอมมะลิ ที่ราคาพุ่งขึ้นมาอยู่ที่ตันละกว่า 18,000 บาท ข้าวขาว เฉลี่ยอยู่ที่ 8,000 บาทต่อตัน ทำให้เกษตรกรพอใจ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ยังคงให้ความสำคัญในการดูแลราคาสินค้าเกษตรอย่างต่อเนื่อง"นายสนธิรัตน์ กล่าว 

 

        โดยได้สั่งการให้กรมการค้าภายในหารือกับสำนักเศรษฐกิจการเกษตร(สสก.)ในการวางแผนการผลิตสินค้าเกษตรทุกตัวรวมถึงโดยอยู่ระหว่างการจัดทำมาตรการดูแลข้าวทั้งระบบซึ่งจะเสนอต่อ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในสิ้นเดือนนี้ เพื่อให้ราคาข้าวของไทย ไม่ต่ำกว่าในปัจจุบัน

 

       ขณะเดียวกัน จะเร่งผลักดันให้ไทยเป็นประเทศ มหานครมหาอำนาจผลไม้ของโลก คือ มีผลไม้ที่รสชาติดี มีคุณภาพ เป็นแหล่งค้าขาย มีแบรนด์ ราคาสูง และครองส่วนแบ่งตลาดในโลกมากที่สุด ซึ่งจะยกระดับภาพลักษณ์ผลไม้ไทย และทำให้เกษตรกรมีรายได้ดีขึ้น ส่วนกฎการค้าใดๆที่ไม่เป็นธรรม จะต่อสู้เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้

 

       โดยหลังจากนี้ ยังคงเน้นการพัฒนา เศรษฐกิจท้องถิ่นในประเทศเพื่อให้เข้มแข็งจากภายใน ทั้งเรื่องการพัฒนาร้านโชห่วยให้สามารถทำธุรกิจอยู่ได้ ตลอดจนดูแลผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้สามารถใช้จ่ายลดภาระค่าครองชีพได้ซึ่งในกลางเดือนกรกฎาคมคาดว่าจะสามารถให้บริการผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถซื้อสินค้าตามท้องตลาดทั่วไป ผ่านแอปพลิเคชัน บนโทรศัพท์มือถือได้ ทำให้เกิดการใช้จ่ายที่สูงขึ้น และจะตอบรับกับการใช้ชีวิตในยุค 4.0 โดยการพัฒนาเศรษฐกิจภายในจะพัฒนาควบคู่ไปกับการปรับตัวการค้า และภาคธุรกิจรับกับ เศรษฐกิจยุคใหม่ เพื่อให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลก พัฒนาการค้า การลงทุนไปต่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลก

---***----