ไปรษณีย์ไทยลงทุน 4,400 ล้านบาทรองรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซขยายตัว

ไปรษณีย์ไทยลงทุน 4,400 ล้านบาทรองรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซขยายตัว

 

ไปรษณีย์ไทยลงทุน 4,400 ล้านบาท วางระบบคัดแยกไปรษณีย์ นำร่อง 2 แห่ง อู่ตะเภา-วังน้อย รองรับธุรกิจอีคอมเมิร์ซขยายตัว พร้อมดันศูนย์คัดแยกศรีราชาเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของอีอีซี ยืนยันไม่ห่วง “อาลีบาบา” เข้ามาลงทุนในไทย ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 3.8 หมื่นล้าน

การฝากส่งพัสดุทางไปรษณีย์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจและตลาดอีคอมเมิร์ซที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเพื่อรับมือกับปริมาณงานที่มากขึ้นและการแข่งขันของธุรกิจรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ที่มีเพิ่มมากขึ้น

นางสมร เทิดธรรมพิบูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) เปิดเผยว่า การฝากส่งพัสดุทางไปรษณีย์ทั่วประเทศมีมากถึง 8 ล้านชิ้นต่อวัน ประกอบกับตลาดอีคอมเมิร์ซเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเพื่อรับมือกับปริมาณงานที่มากขึ้น ไปรษณีย์ไทยจึงพัฒนาศักยภาพระบบปฏิบัติการไปรษณีย์ครั้งสำคัญ โดยกำหนดแผนการดำเนินงานไปรษณีย์ไทย 4.0 ในโครงการติดตั้งเครื่องคัดแยกพัสดุและเครื่องคัดแยกจดหมายประสิทธิภาพสูงภายในศูนย์ไปรษณีย์ โดยเริ่มนำร่อง 2 แห่ง ที่ศูนย์ไปรษณีย์ศรีราชา และศูนย์ไปรษณีย์นครราชสีมา

สำหรับการติดตั้งเครื่องคัดแยกพัสดุแบบ Cross Belt Sorter ที่มีสมรรถนะคัดแยกพัสดุประเภทกล่อง 9,000 ชิ้น ต่อชั่วโมง มีช่องคัดแยกได้ถึง 77 ปลายทาง จำนวน 1 เครื่อง ที่ศูนย์ไปรษณีย์ศรีราชา และติดตั้งเครื่องคัดแยกจดหมายแบบ Mixed Mail Sorter ที่มีคุณสมบัติคัดแยกซองขนาดใหญ่ได้ประมาณ 8,000 ชิ้นต่อชั่วโมง มีช่องคัดแยกเครื่องละ 90 ปลายทาง จำนวน 2 เครื่อง ที่ศูนย์ไปรษณีย์ศรีราชาและศูนย์ไปรษณีย์นครราชสีมา 

ลงทุน5ปีติดตั้งระบบ4.4พันล้าน

ทั้งนี้ ปณท คาดว่าจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วและคุณภาพในกระบวนการคัดแยก และลดปัญหากล่องหรือซองชำรุดเสียหาย สูญหาย หรือส่งผิดปลายทาง โดยระบบสแกนบาร์โค้ด และการอ่านรหัสไปรษณีย์บนตัวกล่องหรือซอง รวมทั้งการลำเลียงโดยสายพานอัตโนมัติเพื่อลงสู่ช่องคัดแยกปลายทางก่อนบรรจุลงในอุปกรณ์สำหรับส่งต่อไปยังที่ทำการปลายทางต่อไป ทั้งนี้จะมีขยายโครงการไปยังศูนย์ไปรษณีย์ทั่วประเทศให้ครบ 19 แห่งในเวลา 5 ปี วงเงิน 4,400 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป

สำหรับศูนย์ไปรษณีย์ศรีราชาอยู่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งมีปริมาณงานผ่านศูนย์ประมาณ 700,000 ชิ้น ซึ่งมีปริมาณงานมากที่สุดในศูนย์ไปรษณีย์ภูมิภาค ดังนั้นบริษัทไปรษณีย์ไทยจึงวางแผนยกระดับคุณภาพการให้บริการในทุกด้าน โดยใช้นวัตกรรมในกระบวนการทำงานที่ทันสมัยเพื่อก้าวสู่การเป็นโลจิสติกส์ฮับของอีอีซีเต็มรูปแบบ โดยมีแผนที่จัดสร้างศูนย์ไปรษณีย์ ฟลู ออโตเมขั่น รองรับงานในอีอีซี 2 แห่ง คือ อู่ตะเภา และ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจะใช้งบประมาณแห่งละประมาณ3,500ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2562และเปิดให้บริการได้ในปี 2563-2564 นี้

ปี 61 ตั้งเป้ารายได้ 3.8 หมื่นล้าน

 นางสมร กล่าวว่า นอกจากนี้ ไปรษณีย์ไทยยังเสริมความแข็งแกร่งของการเป็นผู้นำด้านการขนส่ง ด้วยการเพิ่มรถนำจ่าย 800 คันภายในปีนี้ พร้อมอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซด้วยบริการที่หลากหลาย เช่น บริการรับพัสดุถึงที่ (Pick up service) ในจังหวัดต่างๆ บริการกล่องพร้อมส่ง และแอพพลิเคชั่น PromptPost ตอบโจทย์ผู้ค้าออนไลน์รายย่อยด้วยแอพพลิเคชั่นที่อำนวยความสะดวกในการเตรียมการจัดส่งสิ่งของ บริการ D-Packet สำหรับธุรกิจ B2C กล่องและซอง “4Commerce” ที่ผลิตมาเพื่อรองรับผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซโดยเฉพาะ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดตั้งศูนย์อีคอมเมิร์ซ ที่สำนักงานใหญ่ไปรษณีย์หลักสี่ เพื่อแยกงานให้ชัดเจนและสะดวกยิ่งขึ้น คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.ย.นี้

อย่างไรก็ตามในปี 2560 ไปรษณีย์มีรายได้ 27,870 ล้านบาทเพิ่มจากปี 2559 ที่มีรายได้ 25,609 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8% และปี 2560 มีกำไร 4,220 ล้านบาท เพิ่มจากปี 2559 ซึ่งอยู่ที่ 3,570 ล้านบาท จำนวน 650 ล้านบาท ส่วนปี 2561 ตั้งเป้ารายได้ที่ 38,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% และกำไรประมาณ 4,400 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 18% ขณะที่การแข่งขันฟุตบอลโลกในปี 2561 นี้จะส่งผลให้ไปรษณีย์มีรายได้จากจำหน่ายไปรษณียบัตรทายผลบอลโลกกว่า220ล้านฉบับ เป็นเงินประมาณ440ล้านบาท

ไม่ห่วงอาลีบาบาลงทุนโลจิสติกส์

นางสมร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่อาลีบาบาเข้ามาเปิดตลาดค้าขายในไทยนั้นมองว่าอาจจะส่งผลดีให้การขนส่งสินค้าผ่านไปรษณีย์เติบโตเร็วขึ้น ซึ่งธุรกิจของอาลีบาบาเน้นการค้าขาย ถ้าเราร่วมมือกับอาลีบาบาก็เป็นเรื่องดีที่จะรับออเดอร์ขนส่ง แต่ถ้าเค้าจะทำโลจิสติกส์ เราก็มองว่าอาจจะกระทบบ้าง แต่เรามีความได้เปรียบเนื่องจากเราเป็นเจ้าบ้าน มีเครือข่าย เชื่อมโยงทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมองว่าทางอาลีบาบามุ่งเน้นเรื่องการค้าขายมากกว่า

สำหรับความคืบหน้าที่บริษัทไปรษณีย์ไทยจะเข้าตลาดหลักทรัพย์นั้น. การเข้าตลาดหลักทรัพย์จะเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และมีปัจจัยอื่นๆมาประกอบทั้งต้องทำความเข้าใจกับพนักงาน และพนักงานยอมรับหรือไม่ ความพร้อมขององค์กร ดังนั้นเรื่องนี้จึงอยู่ในระหว่างการศึกษา


เปิดอ่าน