ข่าว

เผยเบื้องหลังกสทช.ชงครม.ใช้ม.44 ช่วย"ค่ายมือถือ-ทีวีดิจิตอล"

เผยเบื้องหลังกสทช.ชงครม.ใช้ม.44 ช่วย"ค่ายมือถือ-ทีวีดิจิตอล"

28 มี.ค. 2561

เผยเบื้องหลังกสทช.ชงครม.ใช้ม.44 ช่วย"ค่ายมือถือ-ทีวีดิจิตอล"

 
                  รายงานข่าวเบื้องหลังที่นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ร่วมกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีชี้แจงด้วยวาจาให้ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.เป็นประธาน รับทราบถึงเหตุผลการขอออกมาตรา 44 เพื่อพักชำระหนี้ให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลเป็นเวลา 3 ปี และยืดการชำระค่างวดใบอนุญาตให้กับผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่ประมูลคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ทั้งบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัทลูกของเอไอเอส  และบริษัท ทรูมูฟเอช ยูนิเวอร์แซล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด บริษัทในเครือทรู แบ่งจ่ายเป็นเวลา 5 ปี  ซึ่งที่ประชุมคสช.ให้กลับไปทำรายละเอียดเป็นเอกสารอย่างเป็นทางการมาชี้แจงอีกครั้งเป็นเวลา 1 สัปดาห์ โดยต้องตอบคำถามให้ได้ว่าไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้เอกชน และทางรัฐและประชาชนได้ประโยชน์
                 ทั้งนี้คสช.ระบุว่ามีหลายฝ่ายออกมาแย้งในเรื่องดังกล่าวโดยเฉพาะสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) ที่มองว่าเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน นายฐากรและนายวิษณุได้ชี้แจงและพยายามให้เหตุผลอย่างเต็มที่แล้ว อย่างไรก็ตามนายวิษณุจะเรียกประชุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอีกครั้งเพื่อหาทางออกร่วมกัน
                แหล่งข่าวทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า เหตุผลที่ กสทช.และคณะทำงานร่วมได้เสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลและธุรกิมือถือทั้งสองค่ายไปในคราวเดียวกันน้ัน ไม่ได้เป็นการอุ้มธุรกิจเอกชนทั้งในส่วนของทีวีดิจิทัลและผู้ประกอบการมือถือทั้งสองค่าย แต่เป็นการมองผลประโยชน์ในภาพรวมที่จะเกิดแก่ประเทศในระยะยาว นอกจากนี้แล้ว กสทช จะใช้เงื่อนไขในการยืดชำระหนี้บรรจุลงในเงื่อนไขการประมูลครั้งต่อไปจะไม่ทำเกิดการได้เปรียบเสียเปรียบ
               ทั้งนี้ในส่วนของผู้ประกอบการมือถือน้ัน กสทช.ยืนยันว่ามาตรการที่นำเสนอน้ันไม่ได้เปิดทางให้เอื้อประโยชน์ เพราะทั้งสองบริษัทไม่ได้เบี้ยวหนี้หรือระงับการจ่ายค่าธรรมเนียมประมูล 900 MHz หากแต่เอกชนขอยืดเวลาชำระค่าธรรมเนียมออกไปเท่านั้นโดยยินดีจ่ายดอกเบี้ยให้รัฐตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กำหนดรายละกว่า 1,700 ล้านบาท
               ทั้งนี้ด้วยสถานะของเอกชนทั้งสองรายน้ันหากจะบังคับให้ต้องชำระค่าธรรมเนียมทั้งหมดในทันที รายละเกือบ 60,000 ล้านบาทนั้น เชื่อแน่ว่าด้วยสถานะขเองเอกชนทั้งสองรายที่มีอยู่คงสามารถจ่ายได้แน่ แต่ผลที่จะตามมาหลังจากน้ันหาได้เป็นประโยชน์ต่อรัฐและอุตสาหกรรมโทรคมนาคมในภาพรวม เพราะผู้ได้ประโยชน์ที่แท้จริงหากบริษัทสื่อสารต้องระดมเม็ดเงินมาจ่ายค่าใบอนุญาตน้ันก็คือสถาบันการเงิน ขณะที่บริษัทเอกชนน้ันเมื่อใช้เงินไปเต็มหน้าตักแล้วจะเป็นอุปสรรคในการกู้ลงทุนเพิ่มแบงก์อาจจะไม่อนุมัให้กู้อีก
                 “การประมูลคลื่นความถี่รอบใหม่ในย่านความถี่ 800 และ 900 เมกะเฮิร์ตซ์(MHz) ที่จะมีขึ้นจะไม่มีเอกชนรายใดเข้าประมูลอีกนอกจากดีแทค เพราะสองค่ายที่ใช้เงินไปหมดหน้าตักคงไม่สามารถระดมทุนเข้ามาประมูลใหม่ได้อีก จะส่งผลต่อการประมูลคลื่นใหม่ในทันที รัฐบาลและกสทช.มองเห็นประเดนนี้จึงได้เสนอมาตรการดังกล่าวขึ้นไปโดยมั่นใจว่าไม่ได้เป็นการอุ้มชูเอกชน  แต่ต้องการเปิดทางให้เอกชนท้ังสองรายมีช่องหายใจ เพื่อที่จะได้เข้าร่วมประมูลคลื่นใหม่ได้ โดยที่รัฐยังคงได้ประโยชน์เต็มที่ จึงอยากให้ทุกฝ่ายมองผลประโยชน์ในภาพรวมมากกว่า  
              ส่วนมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลนั้น ทุกฝ่ายต่างก็ยอมรับว่ามาตการที่รัฐให้ไปน้ันเป็นเพียงการยืดชำระหนี้ออกไปเท่านั้น และผู้ประกอบการเองต่างก็อยู่ในภาวะหืดจับ หากรัฐไม่ช่วยเหลือก็เชื่อแน่ว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่คงไปไม่รอด
            “เมื่อพินิจพิเคราะห์แนวทางการช่วยเหลือแล้ว รัฐไม่ได้เสียหายก็ควรช่วยเหลือ เพราะเอกชนคือกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ มีอะไรที่ช่วยเหลือได้ ก็ควรช่วยเหลือและสนับสนุน เพื่อให้เศรษฐกิจในประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน”แหล่งข่าวระบุ