กคช.เปิดแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยปี 61

กคช.เปิดแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยปี 61 มุ่งยกระดับ3ปัจจัย"ซ่อม สร้าง เซลล์"

 

                 เปิดแผนการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ปี 2561 มุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยใน 3 ประเด็นหลัก “สร้าง ซ่อม เซลล์” หวังตอบโจทย์ผู้มีรายได้น้อยและประชากรสูงวัยตามยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัยชาติ 20 ปีของรัฐบาล หลังพบว่ามีประชากรผู้สูงวัยเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในปี 2564 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ หรือกว่า 20% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศกว่า 65 ล้านคนเป็นผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป

                      ดร.ธัชพล กาญจนกูล  ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวกับ “คม ชัด ลึก” ถึงแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัยในปี 2561 โดยระบุว่าจะมุ่งเป้าใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ การก่อสร้างโครงการใหม่ การซ่อมแซมและปรับปรุงโครงการเก่าและการขาย หรือเซลล์ ทั้งโครงการใหม่และเก่า

              “การสร้างใหม่ปีนี้เรามีเป้าหมายประมาณ 5 หมื่นกว่าหน่วย ซึ่งในส่วนนี้แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรก 2.9 หน่วยที่เตรียมนำเสนอเข้าครม.ในเร็วๆ นี้ ส่วนที่สองหน่วยที่ผ่านครม.แล้วเริ่มดำเนินการก่อสร้างใกล้เสร็จอีกประมาณ 2 หมื่นกว่าหน่วย”

             ผู้ว่าการ กคช.เผยต่อว่า ส่วนเรื่องที่สองเป็นการซ่อมแซมและปรับปรุงโครงการที่อยู่อาศัยเดิมที่มีอยู่แล้ว ซึ่งมีอยู่ประมาณ 640 ชุมชน รวม 180 โครงการทั่วประเทศ โดยปีนี้ตั้งเป้าจะเข้าไปซ่อมปรับปรุงประมาณ 100 ชุมชนหรือประมาณ 3 หมื่นหน่วยและสุดท้ายก็คือการขาย กคช.มีเป้าหมายโครงการที่ผลิตมาได้ตอนนี้และมีอยู่ในสต็อกประมาณ 2 หมื่นหน่วยทั่วประเทศ โดยปีนี้ตั้งเป้าขายไว้ที่ 1.3 หมื่นหน่วย คาดว่าสิ้นปีนี้จะขายได้ประมาณ 1 หมื่นหน่วย เนื่องจากปีที่แล้วตั้งเป้าไว้ที่ 1 หมื่นหน่วย แต่สามารถขายได้ถึง 1.6 หมื่นหน่วย

                “ปีนี้เราใช้แนวทางตลาดร่วมทุนทำให้กลุ่มเป้าหมายชัดเจนมากขึ้น บางโครงการอยู่ในทำเลที่ตั้งปริมณฑลก็จะเหมาะแก่กลุ่มแรงงาน เราโฟกัสไปที่กลุ่มนี้ทำให้การขายราบรื่นขึ้น  รวมทั้งการปรับภาพลักษณ์องค์กรให้มีความทันสมัยทำให้เป็นที่รู้จักของพี่น้องประชาชนมากขึ้น”

              ดร.ธัชพล ย้ำด้วยว่าส่วนรายละเอียดของแต่ละโครงการในการดำเนินการนั้นจะแบ่งออกเป็น 3 ขนาดคือ โครงการใหญ่ โครงการใหม่และโครงการเดิม สำหรับโครงการใหญ่ขณะนี้จะมีโครงการฟื้นฟูชุมชนดินแดง ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2559 เป็นอาคารสูง 28 ชั้น จำนวน 20,000 หน่วย ขณะนี้การก่อสร้างมีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 60%  คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนมิถุนายน  2561 จากนั้นจะปรับปรุงภายในอีก 2 เดือนคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์สามารถเข้าอยู่อาศัยได้ในเดือนกันยายนปีนี้ จากนั้นจะเริ่มก่อสร้างในเฟส 2 อีกประมาณ 1,200 หน่วย 

                 “โครงการนี้เราจะให้ผู้อยู่อาศัยเดิมมีสิทธิ์ก่อนในชั้น 18-20 ประมาณ 300 กว่าหน่วย  คาดว่าโครงการฟื้นฟูชุมชนดินแดงจะเป็นไปตามแผนทุกประการ ส่วนเฟส 3-4 รูปแบบจะไม่เหมือนเดิมแต่จะร่วมทุนกับภาคเอกชน ซึ่งเอกชนจะเข้ามาพัฒนาโครงการให้มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์มากขึ้น คิดว่าโครงการนี้จะเป็นโครงการต้นแบบให้แก่โครงการอื่นๆ ที่อยู่ใจกลางเมือง ไม่ว่าจะเป็นเคหะชุมชนบ่อนไก่ หรือเคหะชุมชนรามอินทรา ซึ่งอยู่ในแผนดำเนินการระยะต่อไปด้วย”

              ผู้ว่าการ กคช.เผยว่า ท่าตำหนักเป็นโครงการแรกที่สร้างเพื่อรองรับผู้สูงอายุ จากข้อมูลกระทรวงพัฒนาสังคมฯ ระบุชัดว่าประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบในปี 2564 โดยมีประชากรกว่า 20% เป็นผู้สูงอายุ มีอายุ 60 ปีขึ้นไป กคช.จึงมีความจำเป็นในการเร่งพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อรองรับคนกลุ่มนี้  ปัจจุบันมี 3 โครงการ ประกอบด้วยโครงการท่าตำแหนัก อ.สามพราน จ.นครปฐม ซึ่งเป็นโครงการแรก ลักษณะเป็นคอมเพล็กซ์ผู้สูงอายุครบวงจร โดยเป็นโครงการเก่ามาปรบัปรุงใหม่จนแล้วเสร็จจากนั้นจึงให้เอกชนประมูลเอาไปบริหารจัดการต่อไป       

                ดร.ธัชพล ระบุอีกว่า นอกจากนี้ยังมีอีก 2 โครงการที่รองรับกลุ่มผู้สูงอายุก็คืิอโครงการคลองหลวง (รังสิต คลอง 4) รูปแบบจะเป็นบ้านแฝดและอาคารชุดมุ่งเป้าไปที่กลุ่มข้าราชการเกษียณ ขณะนี้ผ่านการพิจารณาของบอร์ดกคช.แล้วจะเข้าครม.ไม่มีกี่เดือนข้างหน้า โดยโครงการนี้กคช.ดำเนินการเองทั้งหมดทั้งการก่อสร้างและบริหารจัดการ ส่วนอีกโครงการที่ลาดหลุมแก้วก็จะดำเนินการในลักษณะเดียวกับโครงการท่าตำหนักมีลักษณะเป็นคอมเพล็กซ์ครบวงจร และสุดท้ายเป็นโครงการบางละมุงของกระทรวงพัฒนาสังคมฯ บนเนื้อที่ 200 ไร่จากทั้งหมด 800 ไร่  ซึ่งโครงการนี้จะใช้วิธีร่วมทุนกับภาคเอกชนให้เอกชนเข้ามาประมูลโครงการเพื่อเอาไปดำเนินการได้ทันที ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณากระทรวงพัฒนาสังคมฯ เพื่อนำเสนอครม.ต่อไป

                “ท่าตำหนักเป็นโครงการเดิมของเรา ซึ่งตอนนี้สร้างเสร็จแล้วจากนี้ไปจะเปิดให้เอกชนมาประมูลไปบริหารต่อรูปแบบโครงการก็จะแบ่งเป็นโซนๆ ประกอบด้วย ที่อยู่อาศัย สิ่งอำนวยความสะดวกเช่น คลับเฮ้าส์ ฟิตเนสเซ็นเตอร์ มีเจ้าหน้าที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โครงการนี้มีทั้งหมด 360 หน่วย ราคาจะอยู่ที่ 4 แสนกว่าบาท พื้นที่ 30 ตารางเมตร ท่าตำหนักให้ผู้สูงอายุอยู่อย่างเดียว แบ่งเป็นห้องๆ ไป ส่วนที่คลองหลวงจะอยู่รวมกันเป็นครอบครัว คลองหลวงราคาจะอยู่ที่ 7-8 แสนขึ้นไป” ผู้ว่าการ กคช.กล่าวทิ้งท้าย 

 กคช.ผุด “ประชานิเวศน์ 3” รับรถไฟฟ้าสีชมพู

              ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวถึงโครงการที่อยู่อาศัยของกคช.ที่รองรับเส้นทางรถไฟฟ้าว่าขณะนี้มีอยู่โครงการเดียวคือโครงการประชานิเวศน์ 3 ตั้งอยู่ตรงข้ามถนนสามัคคีเชื่อมกับถนนติวานนท์ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการสร้างไปแล้วกว่า 550 หน่วยและเปิดขายไปแล้วกว่า 2 เดือน ขณะนี้มีลูกค้าจองเกือบหมดแล้วและจะดำเนินการเปิดเฟส 2 และ 3 ต่อไป ส่วนโครงการบางปู จ.สมุทรปราการ ก็มีทำเลใกล้รถไฟฟ้าเช่นกัน แต่ก็ต้องสำรวจความต้องการในย่านนั้นก่อน เนื่องจากอยู่ค่อนข้างชานเมือง ส่วนแนวคิดที่จะใช้พื้นที่ของรฟม.เพื่อสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมืองนั้น ขณะนี้ต้องรอการพิจารณาของบอร์ดรฟม. หลังจากส่งแผนดำเนินการไปให้พิจารณามาเกือบปีแต่ยังไม่มีการแจ้งกลับมาแต่อย่างใด

                “ที่ตั้งโครงการประชานิเวศน์ 3 อยู่ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู ใช้เวลาไปสถานีรถไฟฟ้าประมาณ 5 นาที ส่วนเฟสที่สองเราจะเปิดอีกที่ประชานิเวศน์ เพราะเป็นพื้นที่มีศักยภาพมาก มีหน่วยงานราชการอยู่เยอะ  ตอนนี้สร้างไปแล้ว 550 หน่วย เปิดขายไปเกือบ 2 เดือน ขายไปเกินครึ่งแล้ว ส่วนแผนจะใช้ที่รฟม.ปรากฏว่ารอเขามาเกือบปียังไม่สรุปมาให้เลย ผมจึงขอเปลี่ยนแผนใหม่โดยเอาที่ของประชานิเวศน์ที่เหลือมาทำต่อเป็นเฟส 2 และ 3 ส่วนราคาที่ประชานิเวศน์เมื่อเทียบกับโครงการของเอกชนที่อยู่ใกล้กันของเราถูกกว่ามากแค่ 3 หมื่นกว่าบาทต่อตารางเมตร ขณะที่ของเอกชนสี่หมื่นกว่า ส่วนบางโครงการที่ขายถูกกว่าเรา เมื่อลองเช็กดูปรากฏว่าโครงการปิดไปแล้วเหลืออยู่เป็นบางห้องเท่านั้น จึงขายได้ถูกกว่าเรา” ผู้ว่าการ กคช.กล่าว 

          สำหรับโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (ประชานิเวศน์ 3) วงเงินลงทุนรวมกว่า 464.402 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560 ซึ่งตั้งอยู่ภายในโครงการเคหะชุมชนประชานิเวศน์ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยห่างจากสถานีรถไฟฟ้าสามัคคี (สายสีชมพู) ประมาณ 2.5 กิโลเมตร ดำเนินการก่อสร้างในรูปแบบอาคารพักอาศัย สูง 8 ชั้น 4 อาคาร จำนวน 556 หน่วย ประกอบด้วย ห้องพักอาศัยแบบ 1 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ห้อง 25.5–30 ตารางเมตร โดยห้องชุด 25.5 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นที่ 799,000 บาท และห้องชุด 30 ตารางเมตร ราคาขายเริ่มต้นที่ 990,000 บาท สำหรับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน หรือกำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัวใหม่ และอยากมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองโดยที่สามารถรับภาระได้ตามนโยบายของรัฐบาล ทั้งยังใกล้ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (สายสีชมพู) ซึ่งถือเป็นทำเลที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยสูง สามารถตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองได้เป็นอย่างดี 


เปิดอ่าน