ฝรั่งเศสสนใจเข้ามาลงทุนในโครงการก่อสร้างพื้นฐานในไทย

ฝรั่งเศสสนใจเข้ามาลงทุนในโครงการก่อสร้างพื้นฐานในไทย

                  วันที่ 12 ก.พ. 2561 เวลา 13.00 น. นายฌอง-บาติสต์ เลอมวน (Jean-Baptiste Lemoyne) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส เข้าเยี่ยมคารวะนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล สรุปสาระสำคัญดังนี้ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศสต่างแสดงความยินดีที่ความสัมพันธ์ทวิภาคีในภาพรวมระหว่างทั้งสองประเทศมีพัฒนาการในเชิงบวก และยินดีที่ภาคเอกชนไทย-ฝรั่งเศส ได้ลงนาม MoU เมื่อเดือนกรกฎาคม 2560 เพื่อกระชับความร่วมมือ ใน 4 สาขาหลัก

               ได้แก่ เกษตรและอาหาร โครงสร้างพื้นฐานคมนาคม เมืองอัจฉริยะ และพลังงานทดแทน ทั้งสองฝ่ายหวังว่า ไทยและฝรั่งเศส จะมีความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้นในอนาคต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณที่ฝรั่งเศสเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้สหภาพยุโรปมีการปรับเปลี่ยนข้อมติต่อไทยและกลับมาแสวงหาความร่วมมือกับไทยอีกครั้ง

              นายฌอง-บาติสต์กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ นโยบายประเทศไทย 4.0 โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) และการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมที่เชื่อมต่อภายในประเทศ และกับประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งโครงการเหล่านี้สอดคล้องกับความเชี่ยวชาญของฝรั่งเศสที่เป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย จึงขอเชิญชวนฝรั่งเศสเข้ามาลงทุนในโครงการเหล่านี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการยุโรปและการต่างประเทศสาธารณรัฐฝรั่งเศส กล่าวว่า สหภาพยุโรปและฝรั่งเศสสนใจที่จะสานต่อการทำความตกลงการค้าเสรีกับไทยอีกครั้ง และฝรั่งเศสสนใจเข้ามาลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งฝรั่งเศสเชื่อมั่นว่าจะเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาเป็นศูนย์กลางการค้าและการลงทุนในภูมิภาคโดยเชื่อมโยงกับอาเซียน

            นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังสนใจในการเข้ามาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ โครงการสร้างเส้นทางรถไฟความเร็วสูง การพัฒนาท่าเรือน้ำลึก Smart City และศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน รวมถึงรวมทั้งโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ฝรั่งเศสจึงประสงค์ให้ไทยเปิดโอกาสให้กับบริษัทฝรั่งเศส เพราะบริษัทของฝรั่งเศสไม่เพียงมีนำเงินและเทคโนโลยีเข้ามาในไทยเพียงเท่านั้น แต่ยังนำองค์ความรู้มาพัฒนาบุคลากรและแรงงานของไทยอีกด้วย ซึ่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรียินดีอย่างยิ่งที่ฝรั่งเศสสนใจเข้ามาลงทุนในไทย และพร้อมหารืออย่างใกล้ชิดถึงรายละเอียดกับฝรั่งเศสในโอกาสต่อไป


เปิดอ่าน