คมนาคมเล็งกู้เงินเอดีบี“3หมื่นล้าน”พัฒนาสนามบินแทนงบรัฐ

คมนาคมเล็งกู้เงินเอดีบี“3หมื่นล้าน”พัฒนาสนามบินแทนงบรัฐ

             นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมเพิ่มศักยภาพโครงข่ายท่าอากาศยานของประเทศไทย วานนี้ (29 พ.ย.) ว่า ทย. อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการกู้จากเงินธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) เพื่อเร่งรัดการพัฒนาท่าอากาศยาน (ทย.) ในสังกัดจำนวน 29 แห่งให้รวดเร็วขึ้น เพราะในงบประมาณปี 2561 ทย.มีแผนพัฒนาท่าอากาศยานกระบี่, ท่าอากาศยานขอนแก่น และท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช แต่ก็ยังเหลือท่าอากาศยานในสังกัดที่ต้องปรับปรุงจำนวนมาก และต้องรอการจัดสรรงบประมาณจากภาครัฐซึ่งใช้ระยะเวลาค่อนข้างนาน

            ปัจจุบันแผนพัฒนาท่าอากาศยานในสังกัด ทย. ทั้ง 29 แห่ง มีระยะเวลา 10 ปีและใช้งบประมาณทั้งสิ้น 3 หมื่นล้านบาท แต่กระทรวงคมนาคมต้องการลดระยะเวลาให้เหลือ 5 ปี ซึ่งตอนนี้เอดีบีกำลังประเมินข้อมูล และ ทย. ต้องหารือกับกระทรวงการคลังถึงความจำเป็นในการพัฒนาท่าอากาศยานแต่ละแห่ง โดยสุดท้ายอาจกู้เงินจากเอดีบีบางส่วน หรือกู้ทั้งหมด

             นายอาคม กล่าวต่อว่า ที่ประชุมฯ ได้สั่งการให้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) รวบรวมผลการศึกษาเรื่องรูปแบบการบริหารท่าอากาศยานของ 3 หน่วยงาน ได้แก่ ทย. , ทอท. และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ก่อนสรุปผลและเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาภายใน 1 เดือน

              โดยขณะนี้ยังไม่ได้สรุปเรื่องการโอนท่าอากาศยานสังกัดทย. ให้กับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เนื่องจากมีหลายปัจจัยมาเกี่ยวข้องและต้องการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียอีกครั้ง เช่น เรื่องขีดความสามารถ จุดประสงค์ของแต่ละท่าอากาศยานที่มีทั้งด้านความมั่นคงและด้านสังคม เป็นต้น

              แต่เบื้องต้นก็เห็นว่า ทอท. เป็นหน่วยงานที่มีศักยภาพและบริหารงานได้ในระดับสากล รวมถึงเห็นด้วยกับการกระจายความแออัดจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและเพิ่มเส้นทางเชื่อมโยงภาคตะวันตก-ตะวันออก ซึ่งยัง ทอท. ไม่มี แต่ ทอท. ก็มีภาระต้องลงทุนพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานในสังกัดอีก 5 แห่งเป็นเม็ดเงินจำนวนมาก ด้าน ทย. ก็มีบริหารงานท่าอากาศยานภูมิภาคมีกำไร 400 ล้านบาทต่อปี ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ดี

              เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมจึงพิจารณาการโอนท่าอากาศยานสังกัด ทย. ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันตกให้ ทอท. จำนวน 2 แห่ง โดยอาจเป็นการให้สิทธิ์ ทอท. บริหาร แต่หากหน่วยงานทั้ง 2 แห่งสามารถร่วมมือกันในแง่อื่น ก็อาจไม่จำเป็นต้องโอนท่าอากาศยานก็ได้

             นอกจากนี้ยังพิจารณาการบริหารท่าอากาศยานด้วยรูปแบบให้เอกชนร่วมลงทุน (PPP) บางส่วนหรือทั้งหมด เช่น ภาครัฐอาจลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และให้เอกชนบริหารงานและบำรุงรักษา เหมือนโครงการรถไฟฟ้าหรือทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) ซึ่งเอกชนรายดังกล่าวก็อาจจะเป็น ทอท. ก็ได้

              “ขอสรุปอีกครั้งโดยข้อเปรียบเทียบเรื่องประสิทธิภาพ ภาระการลงทุน แต่ถ้าคิดว่า ทย. และ ทอท. สามารถทำงานเป็นพันธมิตรร่วมกันได้ แบ่งปันเรื่องการสร้างตลาด ทย. อาจไม่จำเป็นต้องยกสนามบินให้ ทอท. แต่เป็นความร่วมมือแบบอื่นแทน หรืออาจจะจำเป็นต้องโอนสนามบินก็ได้ ขอดูอีกทีหนึ่ง” นายอาคมกล่าว

             นายดรุณ แสงฉาย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน เปิดเผยว่า ทย. และเอดีบีได้หารือกัน 2-3 ครั้ง โดยได้ตั้งคณะทำงานพิจารณาเรื่องเงินกู้ร่วมกันแล้ว หลังจากนี้เอดีบีจะจ้างที่ปรึกษาทำงานร่วมกันและคาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องรูปแบบและวงเงินกู้ภายใน 3 เดือน

             ถ้าหากได้รับเงินกู้ก็จะไปเร่งรัดการพัฒนาท่าอากาศยานที่มีศักยภาพ เช่น ท่าอากาศยานตรัง ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานีที่ต้องสร้างอาคารผู้โดยสารใหม่ และการปรับปรุงท่าอากาศยานบางแห่งเป็นท่าอากาศยานท่องเที่ยว


เปิดอ่าน