“เอสซีจี”รุกนวัตกรรม ตั้งAddVentures  ร่วมทุนสตาร์ทอัพโลก 

เอสซีจี, เอสซีจีรุกนวัตกรรม, ตั้งAddVentures , ร่วมทุนสตาร์ทอัพโลก , AddVentures, Internet of things, ไทยแลนด์ 40, You Innovate We Scale, ซินเนอยี

“เอสซีจี”รุกนวัตกรรม ตั้งAddVentures  ร่วมทุนสตาร์ทอัพโลก 

 

การพัฒนานวัตกรรม ถือเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์สำคัญของเอสซีจี กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ในไทย ที่มีธุรกิจหลากหลาย ภายใต้เป้าหมายการเป็น“ผู้นำอาเซียนอย่างยั่งยืน” ล่าสุดองค์กรแห่งนี้ขยับไปอีกขั้นในการแสวงหานวัตกรรม จากภายในองค์กร สู่การแสวงหานวัตกรรมจากภายนอก เพื่อติดสปีดธุรกิจรับการแข่งขันดุเดือด  

นายยุทธนา เจียมตระการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-การบริหารกลาง เอสซีจี กล่าวว่า ที่ผ่านมา เอสซีจีจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เสมอมา 

แต่ด้วยบริบทของความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เอสซีจี จึงตั้งบริษัทในรูปแบบ Corporate Venture Capital หรือ CVC ภายใต้ชื่อ “AddVentures” ขึ้น เพื่อเสริมศักยภาพและลงทุนในสตาร์ทอัพไทยและทั่วโลกให้เอสซีจีสามารถเชื่อมโยงนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน รวมทั้งยังทำให้ลูกค้าได้ใช้สินค้าและบริการที่ดีขึ้น

“ที่เอสซีจี เรามีวาระอยู่ 2 เรื่องหลักๆ ได้แก่ การพัฒนานวัตกรรม และการศึกษาเทรนด์ของการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ อาทิ IOT (Internet of things) เพื่อตอบโจทย์ให้กับลูกค้าขณะเดียวกันก็พยายามหาวิธีผนึกการทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพที่มีจุดเด่นในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ” 

เนื่องจากเล็งเห็นแล้วว่า เมื่อโลกก้าวเข้าสู่ยุค Digital Transformation ที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทอย่างมากในการทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลง ผู้คนมีความต้องการหลากหลายและเป็นปัจเจกมากขึ้นถือเป็นความท้าทายและพลิกโฉมธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ สร้างทั้งโอกาสและความท้าทายแก่ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ทั่วโลก

สำหรับการจัดตั้ง AddVentures ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่เอสซีจีจะได้ร่วมสร้างสรรค์เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มีศักยภาพสูง กับกลุ่มสตาร์ทอัพที่มีจุดเด่นในเรื่องจิตวิญญาณของการเป็นผู้ประกอบการ และการสร้างนวัตกรรม โดยถือเป็น Outside-in innovation จากการมองในมุมของผู้บริโภคอย่างแท้จริง 

“เราเชื่อมั่นว่าการทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพที่มีความเชี่ยวชาญในการคิดหนทางแก้ปัญหาจะทำให้เอสซีจีสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว จากความโดดเด่นเฉพาะตัวของสตาร์ทอัพแต่ละราย โดยมองว่า เอสซีจี สามารถสนับสนุนให้สตาร์ทอัพสามารถ Scale up หรือขยายให้ธุรกิจเติบโตต่อไปได้” นายยุทธนา กล่าว

ทั้งนี้ การจัดตั้ง AddVentures มีจุดมุ่งหมายหลักๆ ที่ต้องการสนับสนุน Startup Ecosystem ของไทยและอาเซียนให้แข็งแกร่ง โดยนำศักยภาพและจุดแข็งต่างๆ ของเอสซีจีเข้าไปช่วยต่อยอด และก่อให้เกิดประโยชน์จากการสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนาแวดวงธุรกิจในองค์รวมให้ดียิ่งขึ้น

อีกทั้งยังเป็นการสอดรับกับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” ที่ต้องการต่อยอดอุตสาหกรรมเดิม และยกระดับให้เกิด New S-Curve อุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีและรังสรรค์นวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในเวทีโลกได้ 

นายยุทธยา ยังกล่าวว่า ในระยะ 3-5 ปีจะใช้งบลงทุนรวม2,000-3,000 ล้านบาท เฉพาะปีนี้คาดว่าจะลงทุน 300-500 ล้านบาท และเพื่อให้การดำเนินงานของ AddVentures เป็นไปได้ตามเป้าหมาย เอสซีจีจึงได้แต่งตั้งผู้บริหารใหม่ คือ นายจาชชัว แพส ซึ่งมีประสบการณ์คร่ำหวอดในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมมานับ 10 ปี และชำนาญในหลากหลายแวดวงธุรกิจ ขึ้นดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ AddVentures ดูแลทิศทางภาพรวมของบริษัท

นายจาชชัว แพส กรรมการผู้จัดการ AddVentures กล่าวว่า การจัดตั้ง AddVentures มาพร้อมด้วยวิสัยทัศน์ “You Innovate, We Scale” สื่อถึงความเป็นองค์กรที่เปิดกว้างสำหรับความร่วมมือกับสตาร์ทอัพที่ต้องการส่งต่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ดีกว่า เร็วกว่า และคุ้มค่ากว่าให้แก่คู่ค้าหรือผู้บริโภค 

โดย AddVentures ไม่ได้สนับสนุนเพียงด้านการเงินให้แก่สตาร์ทอัพ แต่จะสนับสนุนทั้งองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในแวดวงต่างๆ เครือข่ายลูกค้าของเอสซีจีที่มีอยู่ทั่วอาเซียน ตลอดจนทรัพยากรอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยให้สตาร์ทอัพเหล่านั้นเติบโตได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืน ผ่านการทำงานร่วมกันกับสตาร์ทอัพอย่างใกล้ชิด 

สำหรับการลงทุนในช่วง 3-5 ปีแรก วางงบประมาณในการลงทุนเฉลี่ยครั้งละ 1-5 ล้านดอลลาร์ แบ่งการลงทุนออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.การลงทุนใน Digital Technology ในกลุ่มที่เป็น Global Technology Hub เช่น Silicon Valley ในสหรัฐอเมริกา, Tel Aviv ในอิสราเอล และ Shenzhen ในจีน เป็นต้น

โดยจะร่วมมือกับ Venture Capital ชั้นนำในประเทศดังกล่าวเพื่อนำเทคโนโลยีมาใช้ขยายผลกับเอสซีจี หรือทำการเปิดตลาดในไทยและอาเซียน 2.การลงทุนใน Digital Business Model ในไทยและอาเซียนซึ่งเป็นประเทศที่เอสซีจีมีฐานธุรกิจ โดยจะลงทุนผ่านกองทุน Venture Capital และการลงทุนโดยตรงในสตาร์ทอัพที่พัฒนานวัตกรรมซึ่งสอดคล้องกับทิศทางเทคโนโลยีเป้าหมายของ AddVentures 

มองการลงทุนไว้ใน 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1.Enterprise 2.Industrial และ 3.B2B โดยภายใต้แต่ละกลุ่มหลัก ยังมีกลุ่มย่อยๆ เช่น Logistics & Supply Chain Tech, Smart Packaging Tech, Chemicals Tech, ConstructionTech, Industrial & Manufacturing Tech, Industrial & Construction Product Marketplace เป็นต้น ซึ่งทั้งหมดจะเป็นเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจหลัก 3 กลุ่มของเอสซีจี ได้แก่ 1.ธุรกิจซิเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง 2.ธุรกิจเคมิคอลส์ และ 3.ธุรกิจแพคเกจจิ้ง 

ขณะที่รูปแบบการลงทุนเปิดกว้างทั้งความร่วมมือเชิงพาณิชย์ทั่วไป การอนุญาตให้ใช้สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา การร่วมทุน ไปจนถึงการเข้าซื้อกิจการในสตาร์ทอัพนั้นๆ

“ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยกับ 2-3 รายที่เป็นสตาร์ทอัพ ซึ่งคาดว่าจะได้เห็นความร่วมมือกันภายในปีนี้”

โดยแนวทางการทำงานร่วมกัน กรรมการผู้จัดการ AddVentures มองไว้ใน 4 ขั้นตอนหลัก ได้แก่ 1. ผนึกความร่วมมือ (ซินเนอยี) จะมองว่ากลยุทธ์ทางธุรกิจนั้นสอดรับกันมากน้อยแค่ไหน 2.Commercial Deal 3. การลงทุน และ 4. การขยายธุรกิจ

ทั้งนี้ AddVentures เปิดกว้างสำหรับสตาร์ทอัพให้เข้ามาร่วมงานกับ AddVentures โดยไม่จำเป็นต้องเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ขอเพียงมีจุดมุ่งหมายในการส่งมอบนวัตกรรมที่ดีกว่า เร็วกว่า และคุ้มค่ากว่าให้แก่สังคม รวมทั้งมีไอเดีย และความมุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดขึ้นจริง 


เปิดอ่าน