
วงการสื่อสารแนะ กสทช.เอาตัวเองให้รอดก่อน
วงการสื่อสารแนะ กสทช.เอาตัวเองให้รอดก่อน หลังโชว์กึ๋นเสนอแนะกระทรวงดีอีผ่าทางตันปัญหาดาวเทียม
|
วงการสื่อสารแนะ กสทช.เอาตัวเองให้รอดก่อน หลังโชว์กึ๋นเสนอแนะกระทรวงดีอีผ่าทางตันปัญหาดาวเทียมให้ รมต.กระทรวงดิจิอของตัวเอง 3 ปียังปิดบัญชีไม่ลง แถมโยนเผือกร้อนให้ สตง.รับหน้าเสื่อให้แทน แหล่งข่าวจากวงการโทรคมนาคม เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ได้เสนอแนวการบริหารจัดการดาวเทียมสื่อสารของชาติที่คาราคาซังมานาน โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) ออกคำสั่งทางปกครองเรียกเก็บค่าวงจรดาวเทียมเพิ่มเติมจากดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 ที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งหากบริษัทไทยคม จำกัด(มหาชน) ไม่เห็นด้วยก็สามารถร้องต่อศาลปกครองให้มีคำสั่งระงับได้ ซึ่งไม่ว่าศาลปกครองจะมีคำพิพากษาใดๆออกมาจะทำให้เกิดความชัดเจน แหล่งข่าวกล่าวว่า ประเด็นเรื่องการกำกับดูแลกิจการดาวเทียมนั้น ก่อนหน้านั้นทั้งกระทรวงดีอี และกสทช.ได้เคยหารือจนมีข้อยุติไปแล้ว โดย กสทช.ได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการดาวเทียมให้แก่บริษัทไทยคม ในการจัดสร้างและยิงดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ไปแล้วก่อนหน้า โดยไทยคม 7 ให้บริการมาตั้งแต่ 2557 ขณะไทยคม 8 ให้บริการไปเมื่อกลางปี 2559 แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะกระทรวงดีอีเองที่ไปปลุกผีจะไล่เก็บค่าสัมปทานจากเอกชนขึ้นมา ทั้งที่ไม่มีอำนาจตามกฎหมายรองรับ เพราะการกำกับดูแลและให้ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมมือถือ หรือกิจการดาวเทียมได้เปลี่ยนผ่านไปอยู่ในกำกับของ กสทช. ตาม พ.ร.บ.องค์กรบริหารคลื่นความถี่ฯ ปี 2553 (พ.ร.บ.กสทช.) กระทรวงดีอีไม่มีอำนาจจะให้สัมปทานหรือออกใบอนุญาตประกอบการสื่อสารใดๆ แล้ว เมื่อจู่ ๆ กระทรวงดิอีจะลุกขึ้นมาจัดเก็บค่าต๋งสัมปทานดาวเทียมขึ้นมาจึงทำให้เกิดปัญหาขึ้น ในส่วน กสทช.ก็เช่นกัน แหล่งข่าวกล่าวต่อว่าก่อนจะไปเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหาให้หน่วยงานอื่นก็น่าจะได้หันมาปัดกวาดบ้านตัวเองก่อน เพราะในส่วนของการประกอบกิจการทีวีดิจิทัลที่อยู่ในกำกับของกสทช.เองก็ยังหืดจับหายใจไม่ทั่วท้อง แต่ละรายยังต้องร้องขอให้ กสทช.ผ่อนปรนกฎระเบียบต่างๆให้ ขณะที่เรื่องของเงินรายได้จากการใช้งานคลื่นความถี่ 1800 เมกกะเฮิร์ตซ์ (MHz) และ 900 MHz ตามประกาศกสทช.เมื่อปี 2556 และ 2558 ที่มีวงเงินรายได้รวมกว่า 20,000 ล้านบาทนั้น จนป่านนี้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ใน กสทช.เองก็ยังปิดบัญชีไม่ลง แม้ก่อนหน้านี้ สำนักงานกสทช.จะนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหานี้ โดยดึงสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้ามารับหน้าเสื่อแก้ปัญหาให้ แต่ก็เชื่อว่ายากที่จะได้ข้อสรุป เพราะ กสทช.นั้นเสนอให้ สตง.จัดตั้งคณะทำงานเพื่อเคาะตัวเลขเงินรายได้นำส่งรัฐเฉพาะกรณีเงินรายได่จากการเยียวยาคลื่น 1800 MHz เท่านั้น ไมได้พิจารณากรณีเงินเยียวยา 900 MHz ด้วย และยังเป็นที่รับรู้กันดีว่า มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือบริษัทเอกชนรายหนึ่งไม่ต้องจ่ายเงินรายได้เข้ารัฐจากที่คณะทำงาน กสทช.ประเมินไว้สูงถึง 13,939 ล้านบาทให้เหลือเพียง 1,500 ล้านบาท จึงทำให้เกิดคำถามขึ้นว่าเม็ดเงินรายได้ที่หายไปนับ 10,000 ล้านบาทนั้น ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ สตง.จะแบกรับความเสียหายที่ว่านี้ไว้เองหรือไม่ “กรณีดาวเทียมนั้น กสทช.เสนอให้ รมต.ดีอีออกคำสั่งทางปกครองเรียกเก็บค่าสัมปทานไปเลย หากเอกชนไม่เห็นด้วยก็ให้ไปยุติที่ศาล แต่เหตุใดกรณีเงินรายได้จากมาตรการเยียวยามือถือ กสทช.กลับไม่ดำเนินการตามวิธีนี้ เพราะหากเอกชนไม่พอใจย่อมสามารถใช้สิทธิ์อุทธรณ์และร้องต่อศาลปกครองให้ชี้ขาดได้อยู่แล้วเช่นกัน”แหล่งข่าวคนเดิมกล่าว |



