"นครพนม"โชว์โมเดลพัฒนาเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษ

โดย -โต๊ะข่าวเศรษฐกิจ

     นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า  สำหรับการเตรียมพร้อมในการต้อนรับพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะ ในการเดินทางมาตรวจเยี่ยมติดตามการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล  จังหวัดนครพนมมีความพร้อมทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชน ซึ่งมีกำหนดการเดินทางมาในระหว่างวันที่ 26 -27 มีนาคม 2560 ถือเป็นโอกาสที่ได้นำเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษตามนโยบายของรัฐบาลหลัง จ.นครพนม ได้รับการประกันให้เป็นเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน ระยะที่ 2  ตั้งแต่ปลายปี 2558

     ผู้ว่าฯนครพนมกล่าวว่า โดยจุดสำคัญที่จะมีการนำนายกรัฐมนตรีและคณะเยี่ยมชม คือ ในเรื่องของโครงการเศรษฐกิจพอเพียง  ซึ่งจะนำลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมติดตามความสำเร็จของชาวบ้านเนินน้ำคำ ต.โคกหินแฮ่ อ.เรณูนคร จ.นครพนม ซึ่งเป็นหมู่บ้านพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  หมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง อยู่เย็น เป็นสุข  ปี 2556 เพื่อติดตามความก้าวหน้าของการส่งเสริมโครงการเศรษฐกิจพอเพียงของ จ.นครพนม  อีกทั้งยังเป็นชนเผ่าผู้ไท ที่มีเอกลักษณ์วัฒนธรรมประเพณีที่โดดเด่น  ในโอกาสนี้ จะได้มีการปราศรัยพบปะกับชาวบ้านในพื้นที่ด้วย ก่อนเดินทางไปนมัสการองค์พระธาตุพนม ที่ อ.ธาตุพนม  และร่วมประชุมรับฟังการสรุปเรื่องการพัฒนาจังหวัด

    “ที่สำคัญในการเดินทางมาของ นายกรัฐมนตรี สิ่งที่ จ.นครพนม คาดหวังให้รัฐบาลมีการสนับสนุนเรื่องเศรษฐกิจ คู่กับการท่องเที่ยว เตรียมพร้อมข้อมูลในการชูเป็นโมเดล ในเรื่องของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ  หลังรัฐบาลมีการประกาศให้เป็นพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษมาตั้งแต่ ปี 2558  ในพื้นที่ 2 อำเภอ 13 ตำบล แยกเป็นอำเภอเมือง 10 ตำบล และอำเภอท่าอุเทน รวม 3 ตำบล  อยู่ระหว่างการขับเคลื่อน  ซึ่งล่าสุดทางรัฐบาลได้มีคำสั่ง มาตรา 44  กันเขตพื้นที่เขตเศรษฐกิจ บริเวณโคกภูกระแต ติดต่อกับพื้นที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่ 3 นครพนม – คำม่วน  เป็นเนื้อที่ 1,400  ไร่  จากพื้นที่ทั้งหมด 2,938  ไร่  เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการเชิญชวนผู้ประกอบการมาลงทุน  โดยได้มีการดำเนินการแก้ไขออกโฉลดให้เป็นที่ราชพัสดุ  ใช้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษเป็นที่เรียบร้อย  จากนี้จะได้มีการนำเสนอต่อคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจ ประกาศเชิญชวนให้นักลงทุนเข้ามาดำเนินการให้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งในครั้งนี้จะได้มีการนำข้อมูลเสนอต่อนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ช่วยพิจารณาดำเนินการ ในเรื่องของการประกาศ ค่าธรรมเนียม ค่าเช่า ในการเข้ามาดำเนินการลงทุน เนื่องจากที่ผ่านมา ยังไม่มีนักลงทุนมาติดต่อดำเนินการ” นายสมชาย กล่าว

     นายสมชาย กล่าวอีกว่า อีกสาระสำคัญจะได้มีการนำนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จริงเพื่อติดตามความก้าวหน้า พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อรับทราบข้อมูลความก้าวหน้า  และทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษของ จ.นครพนม  ด้วยตัวท่านเอง   ที่จะเกิดผลดีต่อจังหวัดนครพนม  ในอนาคต ในการแก้ไขปัญหารวมถึงสนับสนุนในการพัฒนา  ซึ่งจังหวัดนครพนม ถือว่ามีจุดแข็งในเรื่องเส้นทางขนส่งชายแดน จากสะพานมิตรภาพ 3 เชื่อมไปยัง ลาว เวียดนาม และจีน ในระยะทางสั้นที่สุด ทำให้ในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา มีตัวเลขมูลค่าการค้าชายแดน เพิ่มขึ้น จาก 5,000  ล้านบาท เพิ่มเป็น กว่าแสนล้านบาท  ถึง 2 ปีซ้อน  ถือเป็นตัวชี้วัดว่า จ.นครพนม  มีจุดแข็งในเรื่องของเศรษฐกิจการค้า ชายแดน หากได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลเต็มรูปแบบ เชื่อว่าจะส่งผลให้มีความเจริญด้านเศรษฐกิจมากกว่าหลายจังหวัดในพื้นที่ชายแดน ในอนาคจต

     “ครั้งนี้จังหวัดนครพนมจะเน้นนำเสนอในเรื่อง การพัฒนาด้านอุตสาหกรรมการเกษตร ที่เป็นการยกระดับ ส่งเสริมจากพื้นฐานเกษตรกร  ให้มีผลผลิตการเกษตรที่มีคุณภาพ  และเพิ่มมูลค่าการผลิตเพื่อส่งออก เพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนให้เพิ่มมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่  ควบคู่กับการเสนอของบประมาณในการพัฒนา การท่องเที่ยว เชื่อมโยงสามที่สุด  ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนา ในเส้นทาง 3 ที่สุด  ประกอบด้วย สวยที่สุด คือ สะพานมิตรภาพไทยลาวแห่งที่สาม นครพนม –คำม่วน ที่มีการก่อสร้างแบบศิลปะล้านช้าง  ไปจนถึง สวยงามที่สุด คือ บรรยากาศริมฝั่งโขงตัวเมืองนครพนม ที่มีความสวยงามลงตัวสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์สวยงาม ท่ามกลางธรรมชาติสองฝั่งโขง  อีกทั้งยังมีการก่อสร้าง พญาศรีสัตตนาคราช หรือแลนด์มาร์กพญานาค ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้เป็นที่สนใจ ประชาชน นักท่องเที่ยว มาท่องเที่ยวมากขึ้น  พร้อมมีการก่อสร้างเส้นทางจักรยานเลียบแม่น้ำโขงยาวที่สุดระยะทางเกือบ 70 กิโลเมตร เชื่อมไปยังจุดสำคัญต่างๆ   สุดท้าย คือ ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด คือ องค์พระธาตุพนม ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม” นายสมชาย กล่าวอีก

    สำหรับในปี 2560 นายสมชายกล่าวว่า จังหวัดนครพนม โชคดีได้รับงบประมาณพัฒนากลุ่มจังหวัด เพิ่มขึ้น จากประมาณปีละ 600 -700  ล้านบาท เพิ่มเป็น 1,300  ล้านบาท  แต่หลังจาก คณะนายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมติดตามด้วยตัวเอง เชื่อมั่นว่าเป็นโอกาสทอง ที่จะได้มีการนำเสนอแนวทางการพัฒนาตามเป้าหมายหลัก 3 ด้าน คือ การพัฒนาโลจิสติกส์  2. การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมการเกษตร และ 3. การพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณี ซึ่งจังหวัดนครพนม ถือว่ามีความได้เปรียบทุกด้าน  และภายในปี 2560 เชื่อมั่นว่า จ.นครพนม จะเป็นเมืองเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ชายแดน ที่มีความเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นรวมถึงจะเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดน สำคัญที่สุดของภาคอีสาน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน