'อู่ตะเภา'เตรียมความพร้อมสนามบินรองรับอีอีซี

เศรษฐกิจ > ข่าวเศรษฐกิจ  :  20 มี.ค. 2560

โดย - โต๊ะข่าวเศรษฐกิจ

  

 พล.ร.ต.วรพล ทองปรีชา ผู้อำนวยการการท่าอากาศยานอู่ตะเภา เปิดเผยว่าสนามบินอู่ตะเภามีความพร้อมที่จะรองรับโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยเตรียมที่จะเปิดให้บริการอาคารผู้โดยสาร (เทอร์มินอล) ใหม่ภายในเดือน ส.ค.นี้ี้  สามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 3 ล้านคนต่อปี โดยสนามบินเตรียมที่จะนำระบบเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มเติมเพื่อรองรับผู้โดยสาร เช่น ระบบเช็คอินด้วยตัวเอง ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์  เบื้องต้นรองรับผู้โดยสารได้ถึง 5 ล้านคนต่อปี อย่างไรก็ตาม มีแผนร่วมกับรัฐบาลที่จะขยายความสามารถในการรองรับผู้โดยสารให้รองรับผู้โดยสารของสนามบินอู่ตะเภาให้ได้ 15 ล้านคนต่อปี ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ในแผนการลงทุนต้องสร้างทางวิ่ง(รันเวย์)เพิ่มเติม พร้อมกับสร้างอาคารเทอร์มินอลใหม่  จากการประชุมร่วมกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เมื่อเร็วๆนี้ ได้ขอให้เร่งประมูลทั้งสองโครงการนี้โดยเร็ว คาดสามารถเปิดประมูลได้ในเดือนส.ค.นี้ี้ ขณะนี้โครงการลงทุนต่างๆรัฐบาลอยู่ระหว่างการออกแบบการให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนในรูปแบบให้การให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการของรัฐ (พีพีพี) ขณะเดียวกันในส่วนของสนามบินก็อยู่ระหว่างจ้างเอกชนทำแผนแม่บทการพัฒนาสนามบินในรูปแบบสมบูรณ์ซึ่งจะแล้วเสร็จในช่วงต้นปี 2561

 “ถือว่าโชคดีที่สนามบินอู่ตะเภาที่อยู่ในพื้นที่อีอีซี ต่อไปจะมีกฎหมายเฉพาะคือพ.ร.บ.เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก เข้ามาดูแลการลงทุนและการใช้พื้นที่ที่มีขั้นตอนรวดเร็วขึ้น ขณะที่การดำเนินโครงการขยายสนามบินและสร้างให้สนามบินอู่ตะเภากลายเป็นเมืองการบิน ที่มีศูนย์ซ่อมเครื่องบิน ศูนย์ขนส่งสินค้า หรือ คาร์โก้  รัฐบาลจะใช้วิธีการให้เอกชนร่วมลงทุนกับรัฐในรูปแบบพีพีพีซุปเปอร์ ฟาสร์แทร็ค ในพื้นที่อีอีซี”

พล.ร.ต.วรพล กล่าวว่าหลังจากที่รัฐบาลประกาศแผนการยกระดับเป็นสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติที่ให้บริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ เป็นอันดับที่ 3 ต่อจากสนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง และมีแผนจะสร้างรถไฟความเร็วสูงเชื่อมโยงสนามบินทั้งสามแห่ง ทำให้สนามบินแห่งนี้ได้รับความนิยมมาใช้บริการมากขึ้น โดยมีผู้โดยสารมาใช้บริการสนามบินอู่ตะเภาเพิ่มขึ้น 70% ในปี 2559 มีผู้โดยสารกว่า 700,000 คน มีเที่ยวบินกว่า 8,000 เที่ยว จากปี2557 ที่มีผู้ใช้บริการเพียง 150,000 คน และเพิ่มเป็น 170,000 คน ในปี2558  


เปิดอ่าน