อสังหาฯจัดทัพรับกระแสเทคโนโลยี

ตามกระแสเทคโนโลยีดิจิทัลที่มาแรง เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคและสังคม ทำให้ธุรกิจต่างๆ ต้องปรับรับกับเทรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้น

 

         ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่ยุค 4.0 ตามกระแสเทคโนโลยีดิจิทัลที่มาแรง และเปลี่ยนแปลงทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคและสังคม ทำให้ธุรกิจต่างๆ ต้องปรับรับกับเทรนด์ใหม่ที่เกิดขึ้น โดยในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็จะเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นเช่นกัน อาทิ การลงทุนเปิดตัว “สิริ เวนเจอร์” บริษัทร่วมทุนในรูปแบบ คอร์ปอเรท เวนเจอร์ แคปิตอล ทำการวิจัยและลงทุน เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ (R&D) ด้าน พรอพเพอร์ตี้ เทคโนโลยี  อย่างเต็มรูปแบบเป็นรายแรกในไทยของบริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ ซึ่งจะเน้นเปิดโอกาสให้กลุ่มสตาร์ทอัพพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมเกี่ยวกับใช้ไลฟ์สไตล์ในที่อยู่อาศัยจนสำเร็จใช้งานจริงและสนับสนุนให้เข้าถึงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรง

         “แสนสิริได้ศึกษาและตัดสินใจจัดตั้ง คอร์ปอเรท เวนเจอร์ แคปิตอล หรือธุรกิจร่วมลงทุนขึ้น เพื่อมองหาโอกาสในการลงทุนธุรกิจประเภทพรอพเพอร์ตี้ เทคโนโลยี ที่มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทแสนสิริ และจะมีส่วนช่วยผลักดันธุรกิจหลักของแสนสิริให้มีประสิทธิภาพและมีความคล่องตัวยิ่งขึ้น รวมถึงมองหาโอกาสและนวัตกรรมทางธุรกิจและกระบวนการธุรกิจใหม่ๆ เพื่อเสริมความแข็งแกร่ง” นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ระบุ

         ทั้งนี้ แสนสิริจะมีหน่วยงานเฉพาะที่รับผิดชอบเรื่องของการสรรหาและลงทุนในนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางด้านพรอพเพอร์ตี้ เทคโนโลยี เหล่านี้เข้ามาใช้เป็นรายแรก ทั้งเพื่อการดำเนินธุรกิจการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ สำหรับลูกค้า หรือสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ จากนวัตกรรมบริการที่สามารถนำไปขายให้กับผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายอื่น หรือแม้แต่กับธุรกิจอื่นๆ เกิดเป็นช่องทางรายได้ใหม่ที่จะผลักดันวงจรการเติบโตแบบก้าวกระโดดครั้งใหม่ ซึ่งจะส่งผลประโยชน์สูงสุดคืนให้แก่ลูกค้าจากการที่แสนสิริจะมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้

         อย่างไรก็ตาม แสนสิริได้พัฒนาในด้านเทคโนโลยีมานานหลายปีแล้ว โดยเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการทำมาร์เก็ตติ้งตั้งแต่ปี 2552 ด้วยการทำ Digital Sales Kit บนหน้าจอ Multitouch เป็นรายแรกของไทย ช่วยให้การขายโครงการสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาโฮมเซอร์วิส โมบายแอพพลิเคชั่นสำหรับให้บริการลูกบ้านแสนสิริ ตั้งแต่ปี 2555

         “อาทิตย์ นันทวิทยา” กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ มองว่าเป็นโอกาสที่ธนาคารจะได้ขยายขีดความสามารถในการเข้าถึงสตาร์ทอัพและเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อทำงานร่วมกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามุมมองทางด้านเทคโนโลยีของไทยพาณิชย์นั้นไม่หยุดอยู่แค่การพัฒนาผลิตภัณฑ์การเงินเท่านั้น แต่ต้องการสร้างสรรค์เทคโนโลยีทางการเงินที่เข้าถึงหรือผสานอยู่ใน Ecosystem ต่างๆ ในชีวิตประจำวันของลูกค้าได้อย่างกลมกลืนและสมบูรณ์แบบ ทำให้ธนาคารสามารถนำ FinTech เข้ามาทำงานร่วมกันกับพรอพเพอร์ตี้ เทคโนโลยี เกิดเป็น Living Ecosystem ที่สมบูรณ์ และนำมาซึ่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการร่วมกันได้อย่างครบวงจร อาทิ การซื้อของ และการปล่อยสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมีเป้าหมายในการร่วมสร้างประสบการณ์ทางการเงินและการอยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า

         นอกจากนี้การจัดงานมหกรรมบ้านและคอนโดก็มีรูปแบบใหม่เพิ่มขึ้น นั่นคือ การเปิดมหกรรมผ่านออนไลน์เป็นครั้งแรก จัดโดยบริษัท เกรทเตอร์แอสเส็ท ผู้บริหารเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น ซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ 9ASSET 

         “คริส จื้อ” กรรมการ บริษัท เกรทเตอร์ แอสเส็ท จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยมียอดขายปีละไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้านบาท หากประเมินว่าทุกบริษัทใช้งบประมาณด้านการตลาด 3% ของยอดขาย เท่ากับมีงบการตลาดสะพัดแต่ละปีถึง 1.2 หมื่นล้านบาท บริษัทจึงตัดสินใจเปิดตัวเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นซื้อ-ขายอสังหาริมทรัพย์ 9ASSET เพื่อร่วมชิงส่วนแบ่งในตลาดมูลค่ามหาศาลดังกล่าว

         “ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายเลือกใช้งบการตลาดกับการโฆษณาผ่านป้ายบิลบอร์ด สื่อนอกบ้านต่างๆ ซึ่งไม่สามารถตอบโจทย์ผู้ซื้อได้ 100% พฤติกรรมการหาข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ของผู้บริโภคเองก็เปลี่ยนไป ผู้ซื้อเริ่มหันมาหาข้อมูลบนช่องทางออนไลน์มากขึ้น ขณะที่ตลาดยังขาดเว็บไซต์ที่สามารถหาข้อมูลโครงการและอสังหาฯ ได้อย่างละเอียดครบถ้วน เราจึงเห็นโอกาสและเข้ามารุกในตลาดนี้” นายคริส กล่าว

         สำหรับเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น 9ASSET มีกลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่มได้แก่ 1.ผู้พัฒนาโครงการ 2.เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ 3.ตัวแทนขาย และ 4.ผู้ซื้อ มีจุดแข็งคือ มีข้อมูลโครงการในมือถึง 4 กลุ่ม ได้แก่ 1.โครงการที่กำลังจะเกิดขึ้น (โครงการที่มีการซื้อที่ดินไปแล้ว) 2.โครงการที่เปิดขายก่อนการก่อสร้าง (Pre-sale) 3.โครงการพร้อมอยู่ สร้างเสร็จไม่เกิน 6 เดือน และ 4.โครงการพร้อมอยู่ที่มียูนิตพร้อมขายทั้งมือหนึ่งและมือสอง อีกทั้งยังมีรายการสินค้าหลากหลายระดับราคาตั้งแต่หลักพันบาทไปจนถึงหลักร้อยล้านบาท มีสินค้าหลากหลายประเภทตั้งแต่ที่อยู่อาศัย พื้นที่เช่า ไปจนถึงที่ดินเปล่า มั่นใจว่าจะตอบโจทย์ทั้งผู้ซื้อเพื่ออยู่อาศัยเองและเพื่อการลงทุน

         ขณะที่ในวันที่ 1-10 มิถุนายน บริษัทมีแผนจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการจัดงาน “มหกรรมบ้านและคอนโดออนไลน์” ครั้งแรกของไทยบนเว็บไซต์ 9ASSET ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเปิดให้ผู้พัฒนาโครงการแสดงความจำนง นำโครงการของตัวเองมาร่วมจัดแคมเปญสุดพิเศษในช่วง 10 วันดังกล่าว คาดว่าจะมีผู้นำโครงการเข้าร่วมในงานดังกล่าวไม่น้อยกว่า 1,000 โครงการ และมีผู้เข้าชมเว็บไซต์ในช่วงงานมหกรรม 5 แสน–1 ล้านคน

 


เปิดอ่าน