ภัยแล้งดัน“ผัก-ผลไม้”แพงชั่วคราว

ผัก-ผลไม้, ภัยแล้ง, ดัน, ผัก, ผลไม้, แพง, ชั่วคราว

ภัยแล้งฉุดผลผลิตผัก-ผลไม้ลดลง บางชนิดขาดตลาดดันราคาสูงขึ้น พาณิชย์ไม่ห่วงเข้าหน้าฝนผลผลิตเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ พาณิชย์มั่นใจครึ่งปีหลังไม่มีสินค้าขอปรับราคา

               น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากปัญหาภัยแล้งในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผักและผลไม้บางชนิดขาดตลาดไปบ้าง และราคาปรับสูงขึ้นมาก เช่น กล้วยน้ำว้า ที่ปกติราคาหวีละ 35-40 บาท เพิ่มสูงขึ้นไปถึงหวีละ 50-70 บาท ซึ่งปัญหานี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทย แต่ในประเทศเพื่อนบ้าน ทั้ง สปป.ลาว เวียดนาม ต่างก็เจอปัญหาเช่นเดียวกัน ทำให้ผลผลิตในภูมิภาคนี้ลดลง แต่ขณะนี้ราคาเริ่มลดลงมาสู่ระดับปกติแล้ว เนื่องจากเริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้น หลังจากที่ฝนตกลงมา อย่างไรก็ดี เห็นว่า ในช่วงที่กล้วยน้ำว้ามีราคาแพง ก็ยังมีกล้วยชนิดอื่น ที่สามารถรับประทานทดแทนได้ อาทิ กล้วยหอม ที่ยังมีผลผลิตออกสู่ตลาดอย่างสม่ำเสมอ

               “ปีนี้ต้องใช้เวลาปรับตัวบ้าง สำหรับพืชยืนต้น เพราะปีก่อนหน้านี้ ผลไม้ล้นตลาด ราคาตกต่ำ แต่ปัจจุบันปัจจุบันราคาค่อนข้างดี ทำให้เกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น เพื่อชดเชยกับผลผลิตที่น้อยลง และยังมีเพียงพอบริโภค รวมทั้งผัก เช่น ผักชี ที่ยืนยันว่า ไม่ขาดตลาดแต่อย่างใด และยิ่งฝนตกชุก ยิ่งจะมีผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ ยืนยันว่า มีพอบริโภคทั้งปี เช่น น้ำตาล ปีที่แล้วบริโภคเพียง 25 ล้านกระสอบ แต่มีสต๊อกไว้ใช้ในประเทศถึง 26 ล้านกระสอบ อีกทั้งรัฐบาลไม่ขึ้นภาษีน้ำตาล ทุกอย่างจึงอยู่ในภาวะปกติ และไม่มีสัญญาณการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด รวมถึงข้าว สินค้าอื่นๆ ก็ไม่มียื่นขอปรับราคา” น.ส.วิบูลลักษณ์กล่าว

               ทั้งนี้ กรมฯ มั่นใจว่า ในช่วงครึ่งปีหลังนี้ จะไม่มีผู้ประกอบการรายใดขอปรับเพิ่มราคาสินค้าอุปโภค บริโภคขึ้นแน่ และจะเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะกลุ่มสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง โดยยอมรับว่าปริมาณสินค้ามีน้อยลงแต่กรมฯ จะใช้มาตรการเชื่อมโยงทางการตลาดเพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง

               พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้จัดงานมหกรรมธงฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา มหาราชินี เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 12 ส.ค. 59 ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชน เลือกซื้อสินค้าราคาประหยัดกันอย่างคึกคัก เพราะราคาถูกกว่าท้องตลาด 20-40% จากผู้ประกอบการกว่า 800 บูธ โดยเฉพาะสินค้าราคาพิเศษ ทั้ง น้ำตาลทรายกิโลกรัมละ 17 บาท จากปกติ 23.50 บาท ไข่ไก่ เบอร์ 3 แผงละ 30 ฟอง ราคา 70 บาท จากปกติ 110 บาท น้ำมันพืช ขวดละ 33 บาท จากปกติ 42 บาท ข้าวสารหอมมะลิ บรรจุถุง 5 กิโลกรัม ราคา 100 บาท จากปกติ 220 บาท และหมูเนื้อแดง กก.ละ 85 บาท จากปกติ 140 บาท คาดว่าจะมียอดขายในงานไม่น้อยกว่า 150 ล้านบาท ลดภาระค่าครองชีพ 60 – 65 ล้านบาท

               “กระทรวงฯ จะจัดมหกรรมฯในช่วงสั้น ๆ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน ขณะเดียวกันก็จะไม่ให้กระทบต่อราคาในท้องตลาดด้วย โดยเร็ว ๆ นี้จะออกไปจัดโครงการในระดับภูมิภาค สำหรับกลุ่มแรงงาน อาทิ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ที่จ.พระนครศรีอยุธยา และจ. ชลบุรี”


เปิดอ่าน