เอกชนชะลอลงทุนฉุดยอดใช้ ซีเมนต์

เศรษฐกิจ > ข่าวเศรษฐกิจ  :  28 ก.ค. 2559

ข่าวเศรษฐกิจ, คมชัดลึก, รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส, ปิโตรเคมี, เอสซีจี, เอกชน, ชะลอ, ลงทุน, ฉุด, ยอด, ใช้, ซีเมนต์

ยอดใช้ปูน ซีเมนต์ ในประเทศฝืด ปัญหาเศรษฐกิจ-ผลกระทบภัยแล้งฉุดเอกชนชะลอลงทุน เอสซีจี ระบุเติบโตไม่ถึงเป้าหมายที่ประเมินไว้ ครึ่งปีแรกขยับแค่ 1% หวังปีหน้าฟื้นตัว

               นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูน ซีเมนต์ ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซีจี เปิดเผยว่า จากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวและผลกระทบจากภัยแล้ง ทำให้ตลาดปูน ซีเมนต์ ในไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 เติบโตเพียง 1% ขณะที่ครึ่งปีหลังจะได้รับผลกระทบจากฤดูฝน จึงประเมินว่าตลาดจะเติบโตเพียง 0-1% ไม่สามารถเติบโตตามเป้าหมายปีนี้ที่ประเมินไว้ในระดับ 3-5% แม้ว่าการลงทุนของภาครัฐจะออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่การลงทุนของภาคเอกชนยังคงชะลอตัวอย่างไรก็ตาม เชื่อว่าธุรกิจปูน ซีเมนต์ จะฟื้นตัวในช่วงต้นปีหน้า เพราะโครงการภาครัฐบางแห่งจะแล้วเสร็จหรือเริ่มต้นได้ ส่งผลให้เอกชนเกิดความเชื่อมั่นและลงทุนตาม

               ทั้งนี้ ผลประกอบการไตรมาสที่ 2 ปี 2559 ของเอสซีจีมีกำไรสุทธิ 16,027 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่มีรายได้จากการขาย 108,874 ล้านบาท ลดลง 4% ส่งผลให้กำไรสุทธิในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 29,515 ล้านบาท เติบโต 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายลดลง 2% เหลือ 218,872 ล้านบาทโดยในครึ่งปีแรกธุรกิจ ซีเมนต์ - ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างมีกำไรลดลง 11% เหลือ 5,766 ล้านบาท และรายได้ลดลง 4% เหลือ 88,864 ล้านบาท ซึ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นมาจากธุรกิจปิโตรเคมีที่อยู่ในช่วงขาขึ้นและมีส่วนต่างระหว่างต้นทุนและราคาขายในเกณฑ์ดี

               นายรุ่งโรจน์ กล่าวด้วยว่า เอสซีจีอยู่ระหว่างทบทวนแผนระยะ 5 ปี คาดว่าจะที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ให้สรุปผลภายในเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนปีนี้วางงบประมาณลงทุนไว้ที่ 50,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 45,000 ล้านบาท โดยในปีนี้เอสซีจีอยู่ระหว่างมองหาโอกาสซื้อและควบรวมกิจการในประเทศอาเซียน ซึ่งมองว่ายังมีแนวโน้มสดใสและมีอัตราเติบโตต่อเนื่องขณะเดียวกันการค้าระหว่างชายแดนไทยและประเทศเพื่อนบ้านก็ยังไปได้ดี

               ด้านนายเชาวลิต เอกบุตร ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ การเงินและการลงทุนเอสซีจี กล่าวว่า ยอดขายปูน ซีเมนต์ ของเอสซีจีปีนี้อยู่ที่ 16 ล้านตัน จากความต้องการของประเทศทั้งหมด 40 ล้านตัน ไม่แตกต่างจากปีที่แล้วมากนัก แต่ยอดส่งออกจะลดลงจาก 4.5 ล้านตันเล็กน้อย เนื่องจากเดินเครื่องโรงปูน ซีเมนต์ ในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ซึ่งตลาดปูน ซีเมนต์ ในประเทศเวียดนามและกัมพูชายังเติบโตมากกว่า 10% ส่วนในประเทศเมียนมาแม้การเติบโตจะลดลงเหลือตัวเลขหนึ่งหลัก แต่คาดว่ามีโอกาสจะกลับเป็น 2 หลักในอนาคต

 

 


เปิดอ่าน