หนุ่มฆ่าเผาสาวประเภทสองเป็นลม!

หนุ่มวัย 19 รับฆ่าเผาสาวประเภทสอง เหตุกดดันถูกบังคับทำตามคำสั่งระหว่างอยู่กินฉันผัวเมีย - ตร.คุมทำแผนจนเป็นลม

 
                    6 มิ.ย. 59  เมื่อเวลา 08.30 น.  พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมชาย นิตยบวรกุล รอง ผบช.น. ,พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4 พ.ต.อ.ธงชัย วิไลพรหม ผกก.สน.ประเวศ และ พระปากรฎ พระลูกวัด แก้วพิทักษ์เจริญธรรม ร่วมกันสอบปากคำ นายภัทภูมิ แย้มคง อายุ 19 ปี หลังถูกควบคุมตัวได้ โดยมีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบันทึกภาพขณะ นายภัทภูมิ นำกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ ที่บรรจุศพ นายสมพงษ์ หรือ เจ้หนุ่ย บุญยืน อายุ 58 ปี ออกห้องพักย่านวิภาวดี ซอย 16 เพื่อนำไปเผาอำพรางคดีที่หลังวัดแก้วพิทักษ์เจริญธรรม ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 55 แขวงและเขตประเวศ กทม. เมื่อช่วงค่ำวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา ก่อนจะรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าและเผาอำพรางศพ นายสงพงษ์
 
                    ต่อมาเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ พร้อมคณะได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม นายภัทภูมิ แย้มคง อายุ 19 ปี ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา,ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ,เคลื่อนย้ายทำลายศพและลักทรัพย์ 
 
 
 
 
                    นายภัทภูมิ สารภาพว่า ตนรู้จักกับผู้ตายประมาณ 3 สัปดาห์ที่สวนหลวงเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ขณะที่ตนไปออกกำลังกาย และตกลงคบหาดูใจกัน โดยผู้ตายตกลงให้ค่าเลี้ยงดูเดือนละ 3 หมื่นบาท พร้อมกับซื้อโทรศัพท์ไอโฟน6 ให้ 1 เครื่อง หลังจากนั้นตนได้ย้ายไปอยู่กับผู้ตายที่คอนโดย่านวิภาวดี  ระหว่างที่อยู่กินด้วยกันรู้สึกอึดอัด กดดัน เนื่องจากผู้ตายชอบบังคับให้ทำตามใจเขาตลอดเวลา เช่น เรื่องไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าก็ห้ามเดินข้างหลัง ต้องเดินไปพร้อมกัน กินข้าวก็ต้องรอกินพร้อมกัน ต้องแสดงตัวเป็นคู่รักกันตลอดเวลาอยู่ในที่สาธารณะ ล่าสุดวันที่เกิดเหตุ ผู้ตายจะให้ตนไปร่วมงานเลี้ยงด้วยกัน แต่ตนไม่อยากไป จึงเกิดมีปากเสียทะเลาะจนถึงขั้นลงมือทำร้ายร่างกายกัน ตนได้ใช้เท้ากระทืบไปที่อวัยวะสำคัญจนผู้ตายแน่นิ่ง จากนั้นตนได้ใช้มือไปอังที่จมูกพบว่าผู้ตายไม่หายใจแล้ว จึงตกใจและกลัวความผิด จึงตัดสินใจนำศพผู้ตายยัดใส่กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ สีฟ้า และเก็บเสื้อผ้าตนใส่กระเป๋าเป้แล้วเดินทาง แล้วลากกระเป๋าบรรจุศพออกจากคอนโด มาว่าจ้างแท็กซี่เดินทางนำศพมาทำเผาที่วัดแก้วพิทักษ์เจริญธรรม ซึ่งตนเคยเป็นเด็กวัดที่วัดดังกล่าว เมื่อมาถึงวัดตนได้ลากกระเป๋าไปไว้ที่เผาขยะของวัด และนำยางรถยนต์จำนวน 4 เส้น โซฟาและน้ำมันมาเผาศพผู้เสียชีวิต 
 
                    ขณะที่พระปรากฎ เปิดเผยว่า นายภัทภูมิ เป็นเด็กวัดที่คอยดูแลอยู่ที่กุฏิ เป็นเหลนของป้าที่ฝากมาให้ดูแล ทราบว่าจบการศึกษาชั้น ป.3 อ่านเขียนไม่ค่อยได้ ก่อนเกิดเหตุเจ้าตัวก็มาบอกว่ามีคนมาชวนให้ไปอยู่ด้วย ตนเห็นว่าไปแล้วน่าจะอยู่สุขสบายจึงไม่ได้คิดห้ามอะไร แต่ในวันเกิดเหตุก็รู้สึกแปลกใจที่จู่ๆ ก็เดินทางกลับมาหากลางดึก ส่วนที่มีการจุดไฟเผา เนื่องจากตรงจุดเกิดเหตุเป็นสถานที่ทิ้งขยะ และมักมีการเผาขยะเป็นประจำอยู่แล้ว จึงไม่ได้ผิดสังเกตแต่อย่างใด 
 
 
 
 
                    ด้าน พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นเรื่องสะเทือนใจกับประชาชนทั่วไป หลังเกิดเหตุตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการอยางเต็มที่และสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่วัดดังกล่าว เนื่องจากหลังจากที่ผู้ต้องหาเผาทำลายศพแล้วก็ได้เข้าไปนอนในกุฎิวัด จนรุ่งเช้าเพื่อนผู้ตายได้ไปตามหาตัวผู้ตายที่วัดแต่ไม่พบ พบแต่ผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาอ้างว่าไม่รู้ว่าผู้ตายไปไหน เพื่อนผู้ตายสงสัยจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหลังจากนี้จำนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพจำนวน 3 จุด คือจุดแรกคือวัดแก้วพิทักษ์เจริญธรรม ซึ่งเป็นจุดที่เผาศพผู้ศพผู้ตาย จุดที่สองคือปั๊มน้ำมันบางจาก สาขาสวนหลวงเฉลิมพระเกียรติ ร.9 เป็นจุดที่ผู้ต้องหาไปซื้อน้ำมัน และจุดสุดท้ายคือคอนโดประเสริฐสุขเพลส ซอยวิภาวดี 16 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ซึ่งเป็นห้องพักและเป็นจุดที่สังหารผู้ตาย 
 
                    ต่อมาเวลา 11.20 น. พล.ต.ท.ศานิตย์ พร้อมพนักงานสอบสวน สน.ประเวศนำตัว นายภัทภูมิ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรก ที่วัดแก้วพิทักษ์เจริญธรรม ถนนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซอย 55 เป็นวัดที่นายภัทภูมิ พักอาศัยอยู่ และเป็นจุดที่นำศพผู้ตายมาเผาอำพราง โดยนายภัทภูมินำกระเป๋าซึ่งบรรจุศพนายสมพงษ์ หรือเจ๊หนุ่ย บุญยืน อายุ 58 ปี ผู้เสียชีวิตไปที่ลานเผาขยะท้ายวัด จากนั้นนำรถเข็นที่ไว้ใช้เข็นจานนำมาบรรทุกโซฟา แล้วนำไปที่ลานเผาขยะ ก่อนจะหยิบยางล้อรถเก่าจำนวน 4 เส้น ที่วางพิงไว้กับอาคารมาที่ลานเผาขยะทีละเส้นๆจนครบ 4 เส้น จากนั้นนำน้ำมัน 2 แกลลอน รวม 10 ลิตร มาเทราด แล้วใช้ไฟแช็กจุดผ้าขนหนูผืนเล็ก และถอยออกมา ก่อนจะโยนผ้าเข้าไปในกอง ทำให้ไฟลุกไหม้จนท่วม โดยขณะนั้นเป็นเวลา 02.00 น.วันที่ 5 มิถุนายน ทำให้ไม่มีใครพบเห็น ก่อนนายภัทภูมิก็เดินกลับเข้าไปนอนในกุฏิภายในวัด 
 
 
 
 
                    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะทำแผน นายภัทภูมิ มีอาการอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ตำรวจต้องนำยาดมมาให้ดมตลอดการทำแผน เนื่องจากเกรงว่า นายภัทภูมิ จะเป็นลมหมดสติไป กระทั่งต่อมาเวลา 11.45 น. ตำรวจนำตัวนายภัทภูมิมายังปั๊มน้ำมันบางจาก ถ.เฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซึ่งเป็นจุดที่นายภัทภูมินั่งแท็กซี่มาซื้อน้ำมัน 2 แกลลอน รวม 10 ลิตร ก่อนจ่ายเงินค่าน้ำมัน และนั่งรถแท็กซี่ออกไป จากนั้นเวลา 12.30 น.ตำรวจนำตัวนายภัทภูมิ เพื่อไปทำแผนที่ ห้องเลขที่63/193 หรือห้อง621 ชั้น6 ใน ประเสริฐสุขเพลส ซอยวิภาวดี 16 (ซอยโชคชัยร่วมมิตร) ถ.วิภาวดี แขวงจอมพล เขตจตุจักร ซึ่งเป็นห้องพักของนายสมพงษ์ หรือเจ๊หนุ่ย บุญยืน เมื่อมาถึงประเสริฐสุขเพลส ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาเข้าไปในลิฟท์ เพื่อไปยังชั้น 6 แต่ลิฟท์มีปัญหา เกิดค้างที่ชั้น 4 ทำให้ผู้ต้องหาเป็นลมหมดสติ ตำรวจจึงต้องพยุงผู้ต้องหาออกมาจากลิฟท์ และเดินขึ้นบันไดมายังชั้น 6 ก่อนจะนำตัวเข้าห้องที่เกิดเหตุ เพื่อให้พักผ่อน ทำให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ ต้องยกเลิกการทำแผนไปก่อน เนื่องจากทาง นายภัทภูมิ ผู้ต้องหามีอาการเครียด อ่อนเพลีย และเป็นลมจนตำรวจต้องนำส่งโรงพยาบาล
 
 
 
 


เปิดอ่าน