ข่าว

‘สุเทพ’ย้ำไม่ยุ่งการเมือง-ตัดขาดจากปชป.

‘สุเทพ’ย้ำไม่ยุ่งการเมือง-ตัดขาดจากปชป.

30 ก.ค. 2558

"สุเทพ"แถลงจุดยืนย้ำปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง พร้อมร่วมมือ คสช.รักษาความสงบ ลั่นไม่ยุ่งการเมือง-ตัดขาดจากปชป.

               ภายหลังการลาสิกขาเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม ที่ผ่านมา เมื่อเช้าวันที่ 30 กรกฎาคม ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) พร้อมด้วย นายถาวร เสนเนียม นายอิสสระ สมชัย นายวิทยา แก้วภราดรัย นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ในฐานะรองประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขานุการมูลนิธิ น.ส.จิตภัสร์ กฤดากร ผู้ช่วยเลขานุการ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายชุมพล จุลใส คณะกรรมการมูลนิธิ ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว "มูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย" นอกจากนี้ยังมีสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมด้วย อาทิ นายเทพไท เสนพงศ์ นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู นายวิฑูรย์ นามบุตร และนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เป็นต้น


"สุเทพ"ลั่นยึดมั่นแนวทางปฏิรูปปท.

               จากนั้นเวลา 09.45 น. นายสุเทพเปิดแถลงข่าวโดยย้ำว่า จะไม่พูดเรื่องการเมือง หรือแสดงความคิดเห็นกับสื่อ แต่จะพูดเรื่องมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย เพียงอย่างเดียว ซึ่งมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ จะปฏิบัติตามกฎหมายและปฏิบัติตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยไปในทางที่ดีขึ้น

               1.นับแต่นี้เป็นต้นไป การเคลื่อนไหว การทำกิจกรรมของมูลนิธิจะเป็นไปเพื่อเป้าหมายคือ ประโยชน์ของประเทศไทย คนไทย ประชาชนไทย เราจะรวบรวมกำลังผู้คนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน รักชาติรักแผ่นดิน มาทำงานในมูลนิธิ เพื่อรักษาประโยชน์ของชาติของแผ่นดินเป็นสำคัญ 2.จะยืนหยัดยึดมั่นแนวทางปฏิรูปประเทศไทย ตามเจตนาของมวลมหาประชาชนที่แสดงออกในช่วงที่ผ่านมาในทุกด้าน ซึ่งได้เขียนในวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งมูลนิธิ 3.มูลนิธิจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ขออนุญาตต่อนายทะเบียนมูลนิธิ กรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบคุณสมบัติกรรมการชัดเจน และเราได้รับอนุญาต จึงเป็นองค์กรที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีความชอบธรรมทุกประการ ขอประกาศเลยว่า มูลนิธิจะปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่าง จะให้ความร่วมมือกับ คสช. รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง

               นายสุเทพ กล่าวว่า สิ่งที่มูลนิธิดำเนินการมาแล้ว ตั้งแต่ตอนเริ่มรวมตัวกัน จนขออนุญาต คือ ได้ดูแล เยียวยาพี่น้องประชาชนที่เสียเลือดเนื้อ เสียชีวิต เพราะการปฏิบัติหน้าที่ของประชาชนเพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน ทุกราย ผู้บาดเจ็บทุกรายดูแลครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งค่าใช้จ่ายและความเป็นอยู่ บางท่านได้ให้เงินช่วยเหลือเป็นรายเดือน เพราะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ อันเป็นผลจากการทำร้ายของคนไม่หวังดี ในช่วงที่เขามาทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ส่วนครอบครัวผู้เสียชีวิตเราก็ดูแลตามกำลัง โดยจัดเงินทุนให้ลูกกำพร้าทุกคนที่พ่อแม่เสียชีวิตจากการมาทำหน้าที่เพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน นำเงิน 2 ล้านบาท ไปจัดบัญชีเงินฝากประจำเพื่อเป็นทุนการศึกษา มีข้อตกลงว่าจะไม่ถอนเงินต้นจนกว่าจะเรียนจบ หรือบรรลุนิติภาวะ ซึ่งเงินที่เยียวยาผู้บาดเจ็บ ผู้เสียชีวิต เด็กกำพร้า คือเงินบริสุทธิ์ของมวลมหาประชาชน ไม่ได้เอางบประมาณแผ่นดิน หรือทุนจากต่างประเทศมาใช้แต่อย่างใด ส่วนรัฐบาลจะช่วยเหลือหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง แต่ไม่ได้กดดันใดๆ

               นอกจากนี้งานของมูลนิธิยังได้จัดประเพณีการบวช เพราะอานิสงส์ของการบวชจะทำให้ผู้นำครอบครัว ผู้นำชุมชน มีธรรมะของพระพุทธเจ้าเป็นหลักยึด ทำให้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ตามแนวทางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เราได้บวชอุปสมบทหมู่ 689 รูป มาจากทุกภาคของประเทศ ถือว่าน่าชื่นชมมาก เป็นความสำเร็จที่เรามีความสุข มีความภาคภูมิใจ ที่มวลมหาประชาชนให้การสนับสนุน ต่อไปนี้จังหวัดไหนประชาชนพร้อม คณะสงฆ์พร้อม มีความตั้งใจจัดอุปสมบทหมู่ เป็นเป้าหมายเพื่อศึกษาธรรมะ มูลนิธิจะเข้าไปร่วมมือสนับสนุนทุกจังหวัด


ปกป้องผลประโยชน์ชาติ-ประชาชน

               นายสุเททพ กล่าวต่อว่า สิ่งที่จะดำเนินการต่อไปคือ 1.จะถือโอกาสตั้งแต่วันนี้ เชิญชวนพี่น้องประชาชนที่มีอุดมการณ์ มีความคิดอย่างเดียวกันในการรักชาติ รักแผ่นดิน มาร่วมกันเป็นเจ้าของมูลนิธิ โดยจะดำเนินการตามครรลองประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และสิ่งที่จะทำต่อไป ไม่ใช่แค่ความคิดของคนเพียง 11-12 คน การเป็นเจ้าของมูลนิธิ ไม่ใช่เป็นแค่ในนาม แต่ต้องสมัครใจ ประสงค์ร่วมกันรับผิดชอบ โดยจะรับผิดชอบทั้งในการคัดเลือกบุคคลที่จะมาเป็นกรรมการ เป็นผู้บริหารทำกิจกรรมของมูลนิธิ กำหนดชนิด-ประเภท ตามลำดับก่อนหลัง ดูแลค่าใช้จ่ายให้มีเพียงพอที่จะดำเนินการได้ และต้องสามารถเปิดเผยตัวเองได้ว่าประกอบอาชีพอะไร มีรายได้เท่าใด บริจาคเท่าใด ก็จะมีเสียงเท่ากันคือ 1 เสียงต่อคน เราจะรับเงินคนไทยที่รักชาติรักแผ่นดินเท่านั้น จะได้ไม่ต้องมีข้อสงสัยใครอยู่เบื้องหลัง 2.งานของมูลนิธิจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของชาติและประชาชน หากจำเป็นต้องเคลื่อนไหว เพื่อปกป้องประโยชน์ของประเทศ เราจะทำ เช่น กรณีมีองค์กรต่างชาติไม่เข้าใจ เราก็จะส่งตัวแทนของเราไปชี้แจง ถ้ามีรัฐบาลบางประเทศมีความเข้าใจผิด ตัดสินใจมาตรการใดๆ ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยและคนไทย ก็จะส่งตัวแทนของเราไปอธิบายกับรัฐบาลประเทศนั้น สภาของประเทศนั้น สื่อมวลชนของประเทศ ทั้งนี้ ไม่ได้ต้องการเป็นปฏิปักษ์กับใคร แต่ต้องการได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม

               "ยืนยันว่ามูลนิธิไม่มีความเกี่ยวข้องกับประชาธิปัตย์ ไม่ไปเป็นนักการเมืองอีกแล้ว ไม่กลับพรรคประชาธิปัตย์ อย่าเคลือบแคลงสงสัย และจะเชิญนายกษิต ภิรมย์ มาเป็นหัวหน้าทีมต่างประเทศ เพื่อชี้แจงเรื่องที่เห็นว่าประเทศเสียประโยชน์ทั้งในและต่างประเทศ" นายสุเทพกล่าว

               3.มูลนิธิจะเป็นศูนย์รวมในการรวบรวมข้อเสนอแนะแนวทางที่สร้างสรรค์ เพื่อการปฏิรูปประเทศ เราตั้งมูลนิธิมามิใช่เพียงคนกลุ่มเล็กที่มาคิดแทน แต่ต้องคิดร่วมกันทั้งประเทศ กับอนาคตของเรา ทุกคนมีสิทธิ์เสนอความคิดเห็น จะจัดระบบความคิดเห็น ทำโดยสร้างสรรค์ ช่วงแรกจะใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ ทั้งเฟซบุ๊ก-เว็บไซต์-อีเมล วันนี้เราไม่สามารถตั้งเวทีชี้แจง เพราะจะทำให้เกิดปัญหายุ่งยากกับ คสช. เราไม่ต้องการทำตัวเป็นอภิสิทธิชน เราเคารพกฎหมาย วันนี้คำสั่งของ คสช.ชอบด้วยกฎหมาย ยืนยันว่าสิ่งที่เราจะทำจะทำด้วยความระมัดระวัง เมื่อไม่สามารถไปประชุมชี้แจงได้ เพราะอาจมีคนกล่าวหาว่า คสช.สองมาตรฐาน อนุญาตเราได้ แต่คนอื่นไม่ได้ ขอย้ำว่า แม้จะมาแถลงข่าวในวันนี้ ยังคิดแล้วคิดอีก ขออนุญาต คสช. ถ้าเห็นเราทำผิด สั่งระงับเราได้ทันที ดังนั้นในการสื่อสารของมูลนิธิกับประชาชนต่อไป จะผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั้งหลายแทน


ย้ำไม่ยุ่งการเมือง-ตัดขาดปชป.

               จากนั้นนายสุเทพเปิดให้สื่อมวลชนซักถาม โดยกำชับว่าอย่าถามเรื่องนอกเหนือมูลนิธิมวลมหาประชาชนฯ

               เมื่อถามว่า หากการร่างรัฐธรรมนูญไม่ตรงกับแนวทางของมูลนิธิ การเคลื่อนไหวจะเป็นอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า พวกเราสืบทอดเจตนารมณ์ของมวลมหาประชาชน เราต้องการเห็นรัฐบาลนี้ปฏิรูปประเทศให้สำเร็จ ก่อนมีการเลือกตั้ง โดยไม่จำเป็นว่าต้องใช้เวลาเท่าไร ซึ่งกมธ.ยกร่างฯ คงตระหนักได้ว่า ประชาชนคาดหวังอะไร ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศอย่างไร เราอยากเห็นท่านทำสำเร็จ แต่หากเห็นว่าท่านผลักดันไปในแนวทางไม่ถูกต้องเราก็ต้องเสนอความเห็นไปยังท่าน เราจะไม่เดินขบวนไป แต่เราจะส่งตัวแทนไปยื่นหนังสืออย่างเรียบร้อย

               ส่วนหากต้องทำประชามติรัฐธรรมนูญ นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของประชาชนทั้งประเทศ ต้องให้ประชาชนว่ากันเอง

               เมื่อถามว่า คนกังวลว่ามูลนิธิจะเคลื่อนไหวทางการเมือง นายสุเทพ กล่าวว่า เลิกกังวลได้ จะทำมูลนิธิอย่างเปิดเผย อย่างวันนี้ก็จัดแถลงข่าวก่อนการดำเนินงาน อยากให้ทุกคนติดตาม เราเป็นคนในศีลในธรรม หลายคนที่เป็นกรรมการก็เคยบวชมาแล้ว เราทุกคนจริงใจเปิดเผย ฝึกตัวเองให้ยึดแนวทางความสงบ
 
               ส่วนการขับเคลื่อนของมูลนิธิเกี่ยวข้องกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับพรรคประชาธิปัตย์ และขอยืนยันว่า จะไม่กลับไปเป็นนักการเมือง ไม่กลับพรรคประชาธิปัตย์ และต่อจากนี้แนวคิดของมูลนิธิอาจไม่ตรงกับพรรคประชาธิปัตย์ ฉะนั้นอย่าเคลือบแคลง แต่สมาชิกมูลนิธิจะชอบพรรคไหนก็ถือเป็นสิทธิ

               นายสุเทพ กล่าวถึงแนวทางการชี้แจงต่อต่างประเทศด้วยว่า ได้เชิญนายกษิต ภิรมย์ อดีต รมว.การต่างประเทศ มาเป็นหัวหน้าทีมต่างประเทศ หากประเทศใดเข้าใจประเทศไทยผิด นายกษิตก็พร้อมจะไปชี้แจงทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกันเราพร้อมร่วมมือกับทุกองค์กร เพื่อประโยชน์ของคนไทย เราไม่ขัดแย้งกับใครทั้งสิ้น เราเพียงแต่ต้องทำทุกอย่างให้ประเทศไทยตามระบอบประชาธิปไตย เราจะเดินหน้าเทิดทูนสถาบัน เพราะเราเป็นคนไทย แต่หากรู้สึกว่าเราเป๋ไปก็มาทักท้วงกันได้
 
                เมื่อถามว่า มองการบริหารงานของรัฐบาลเป็นอย่างไร นายสุเทพ กล่าวว่า มวลมหาประชาชนต้องการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้แม่น้ำหลายสายกำลังทำงานอยู่ เราขอไม่วิจารณ์ งานเขายังไม่เสร็จ แต่เมื่อไหร่หากมีความเห็นต่างก็จะยื่นหนังสือไป ซึ่งที่ผ่านมาการเคลื่อนไหวของ กปปส.ไม่เคยพูดเรื่องเวลา ไม่มีกรอบ เรานึกถึงผลสำเร็จเป็นสำคัญว่า ต้องปฏิรูปให้เสร็จเรียบร้อยก่อนเลือกตั้ง เพราะมิเช่นนั้นเราจะได้นักการเมืองแบบเก่าเข้ามาอีก