
ถ้าอเมริกามีประธานาธิบดี ชื่อโดนัลด์ ทรัมป์
21 มิ.ย. 2558
เปิดโลกวันอาทิตย์ : ถ้าอเมริกามีประธานาธิบดี ชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์
เสียงแตรวงพลันดังกระหึ่มกึกก้องทั่วแดนดินถิ่นอินทรีผยองช่วงโหมโรงก่อนจะเปิดศึกชิงทำเนียบในต้นเดือนพฤศจิกายนปีหน้า เมื่อบุรุษผู้หนึ่ง ผู้เป็นสัญลักษณ์ของมะกันชนยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ชอบคุยโวโอ้อวดและคลั่งไคล้แต่ "อำนาจ เงินตราและผู้หญิง" ประกาศจะร่วมชิงชัยการเลือกตั้งครั้งนี้ เพิ่มสีสันให้แก่บรรยากาศอันจืดชืดเนื่องจากมีผู้สมัครที่โดดเด่นเพียง 2 คนเท่านั้นคือนางฮิลลารี คลินตัน อดีตสุภาพสตรีหมายเลข 1 และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศในสมัยแรกของรัฐบาลประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่พร้อมชิงเป็นตัวแทนพรรคตราลาเดโมแครตเป็นสมัยที่ 2 กับเจ๊บ บุช อดีตผู้ว่าการรัฐฟลอริดา ลูกชายของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ บุช แถมยังเป็นน้องชายของอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ที่พร้อมชิงเป็นตัวแทนพรรคตราช้างรีพับลิกัน จนสื่อใหญ่น้อยชูว่าเป็นศึกล้างตา "คลินตันกับบุช"
การมีบุรุษที่ 3 ผู้มากสีสันผู้หนึ่งกระโดดขึ้นมายืนอยู่บนเวทีเลือกตั้ง จึงเหมือนกับเติมพริกกับเกลือชูรสเลือกตั้งให้ถึงใจมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อบุรุษผู้นั้นชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ หรือดีที. อภิมหาเศรษฐีวัย 69 ปี เจ้าของสมญา "สุดยอดนักอสังหาริมทรัพย์" ผู้ทรงอิทธิพล เจ้าของสมญาแมว 9 ชีวิตผู้เคยประสบปัญหาทางธุรกิจถึงขั้นล้มละลาย แต่แล้วก็สามารถพลิกฟื้นชีวิตขึ้นมาใหม่ กระทั่งได้เป็นประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัททรัมป์ออร์กาไนเซชัน ผู้ก่อตั้งทรัมป์เอนเตอร์เทนเมนต์รีสอร์ท ที่มีกิจการกาสิโนและโรงแรมหลายแห่งทั่วโลก นอกเหนือจากเป็นนักเขียนหนังสือมือทองระดับเบสต์เซลเลอร์หลายเล่ม อาทิ Thinking Big Kickass หรือ คิดใหญ่แบบ โดนัลด์ทรัมป์, Think Like a Champion หรือ คิดอย่างผู้ชนะ คิดอย่างทรัมป์ และ Trump 101 The Way of Success หรือ ทรัมป์ 101 หนทางสู่ความสำเร็จ
อีกทั้งยังเป็นผู้ดำเนินรายการเรียลิตี้โชว์ "ดิ แอพเพรนทิซ" ทางช่องเอ็นบีซี ซึ่งเป็นรายการที่เปิดโอกาสให้หนุ่มสาวไฟแรงในวัยทำงาน มาช่วงชิงฟาดฟันความเป็นสุดยอดคนทำงาน โดยทรัมป์ลงทุนเป็นพิธีกรผู้ประสบความสำเร็จเอง ไม่นับรวมไปถึงการเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การประกวดนางงามจักรวาล นางงามสหรัฐ และนางงามวัยรุ่นสหรัฐ ตลอดจนเป็นเจ้าของเอเยนซี่นางแบบระดับโลกอีกด้วย
ถึงแม้ว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ดีที.แสดงความสนใจอยากร่วมวงชิงทำเนียบขาวด้วย คราวการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเมื่อปี 2555 ทรัมป์ก็แสดงท่าทีว่าอยากเข้าร่วมชิงชัยด้วย แต่ก็ถอนตัวในที่สุด ครั้งนี้จึงเป็นครั้งแรกที่อดีตแมว 9 ชีวิตประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการแต่ยังขยักๆ ไว้ไม่บอกว่าจะสมัครในนามผู้สมัครอิสระหรือร่วมชิงชัยเป็นตัวแทนพรรคตราช้าง เพียงแค่นาทีแรกของของการแถลงเปิดตัวที่อาคารนิวยอร์กทาวเวอร์ ทรัมป์ก็อาศัยลูกเล่นแพรวพราวรวมทั้งการพูดจาโผงผาง และคุยโวโอ้อวด ทั้งทำลายมิตรและสร้างศัตรู 10 ทิศ สมกับที่ยึดมั่นในหลักการว่า "ออกสื่อให้เยอะๆ เข้าไว้ แล้วคนจะจำคุณได้พอๆ กับจดจำธุรกิจของคุณเอง" เริ่มด้วยการประกาศอวดมั่งอวดมีว่าเป็นคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการเป็นผู้นำ "ผมเป็นคนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในบรรดาผู้ที่สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ไม่เคยมีใครประสบความสำเร็จมากไปกว่าผม ผมมีร้านกุชชี่ที่มีมูลค่ามากกว่ารอมนีย์ (มิตต์ รอมนีย์ อดีตตัวแทนพรรครีพับลิกัน) อีกด้วย"
ทรัมป์ยังประกาศด้วยความอหังการว่า "เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ความฝันของอเมริกาที่จะเป็นมหาอำนาจโลกได้จบลงไปแล้ว แต่ถ้าหากผมได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ผมก็จะเป็นประธานาธิบดีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่พระเจ้าเคยสร้างมา ผมจะฟื้นฟูอเมริกาให้กลับมายิ่งใหญ่และเข้มแข็งกว่าที่ผ่านๆ มา เราจะทำให้อเมริกายิ่งใหญ่อีกครั้ง"
เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังก้องโลกผู้ยึดมั่นในคติพจน์เรื่องความทะเยอทะยานว่า "หากปราศจากความทะเยอทะยาน คุณก็จะไม่มีพลัง หากปราศจากพลัง คุณก็จะไม่มีอะไรเหลืออยู่เลย ไม่มีสิ่งที่ยิ่งใหญ่ใดๆ ในโลก ที่ประสบความสำเร็จได้โดยปราศจากความทะเยอทะยาน" ยังโจมตีนโยบายหาเสียงของเจ๊บ บุช และฮิลลารี คลินตัน ด้วยน้ำเสียงดุดัน ท้าทายและเย้ยหยันว่าจะฟื้นฟูอเมริกาให้พ้นจากภาวะตกต่ำ โดยจะเน้นการสร้างงานมากขึ้นจากขณะนี้ที่มีคนตกงานมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่เพียงแค่ 5.6 เปอร์เซ็นต์ตามรายงานของรัฐบาล อีกทั้งยังให้สัญญาจะเสริมความเข้มแข็งทางทหาร ยืนหยัดต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธกลุ่มรัฐอิสลาม(ไอเอส)ในอิรักและซีเรีย ยับยั้งแผนนิวเคลียร์ของอิหร่าน จะยกเลิกคำสั่งของประธานาธิบดีโอบามา ที่ปกป้องชาวต่างชาติไร้เอกสารจำนวนมากจากการถูกเนรเทศ ที่สำคัญก็คือสนับสนุนสิทธิการครอบครองอาวุธปืนโดยถูกกฎหมาย แม้กระทั่งในเรื่องภาวะโลกร้อนอันเป็นปัญหาใหญ่ของโลก ดีที.ก็มองว่าเป็นเรื่อง "กุ" ขึ้นมาเอง
พูดจ้อจนเพลินปาก จากเดิมที่คิดว่าจะพูดราว 10 นาที กลายเป็น 45 นาที ทรัมป์ได้แกว่งเท้าหาเสี้ยนบ่มเพาะความเป็นศัตรูกับแดนมังกรจีนและแดนจังโกเม็กซิโก เมื่อโจมตีจีนอย่างเผ็ดร้อนว่ากำลัง “ขโมยงานของชาวอเมริกัน” ผ่านการทำธุรกิจที่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมหลอกลวง และตัวเองก็พร้อมจะเป็นนักเจรจาผู้แข็งแกร่งที่จะเอาชนะปักกิ่งให้ได้ "มีใครจำได้บ้างไหมว่าครั้งสุดท้ายที่เราเอาชนะจีนได้นั้นมีขึ้นเมื่อไหร่ สัญญาการค้ากับจีนงั้นรึ พวกนั้นมีแต่ฆ่าเรา ผมเองนี่แหละจะเอาชนะจีนทุกครั้ง ทุกเวลา" ทรัมป์ยังโวว่าจะสร้าง "กำแพงสูง" ตลอดแนวพรมแดนทางใต้ที่อยู่ติดกับแดนจังโกเม็กซิโก เพื่อป้องกันพวกนักข่มขืนและเหล่าอาชญากร รวมไปถึงพ่อค้ายาเสพย์ติดไม่ให้ลอบข้ามแดนมายังฝั่งอเมริกา เล่นเอา 2 ประเทศต้องรีบลุกขึ้นมาตอบโต้ ขณะที่เจ๊บ บุช อดรนทนไม่ไหวต้องย้อนถามว่า "นรกที่ไหนกันที่จะเปิดทางให้คนออกไปออกเสียงเลือกทรัมป์"
ไม่น่าเชื่อว่าสื่อใหญ่น้อยที่มีสายสัมพันธ์อันดีกับทรัมป์ต่างประโคมข่าวการเปิดตัวครั้งนี้อย่างครึกโครมและชูธงเชียร์สุดตัว โดยไม่คำนึงว่ามีคุณสมบัติเข้าข่ายมาตรฐานนักการเมืองที่ดีหรือไม่ โดยเฉพาะในเรื่องของการผิดศีลข้อกาเมฯ อันเป็นคุณสมบัติข้อสำคัญของนักการเมืองที่ผู้มีสิทธิออกเสียงถือสามากที่สุด สื่อเหล่านั้นต่างบอกว่า ครั้งนี้ดีที.เอาจริงเอาจังกับการสู้ศึกมาก ถึงขนาดพร้อมจะเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินทั้งหมดต่อคณะกรรมการเลือกตั้งว่าแท้ที่จริงแล้ว มูลค่าทรัพย์สินที่ถือครองอยู่นั้นมากถึง 8,700-9,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 278,400-288,000 ล้านบาท) มากกว่าที่นิตยสารฟอร์บส์ประเมินไว้ว่ามีราว 4,100 ล้านดอลลาร์ (ราว 131,200 ล้านบาท) ถึงกว่า 2 เท่า ดังนั้น การที่ทรัมป์จะควักเงินราว 100 ล้านดอลลาร์มาหาเสียงเลือกตั้งจึงไม่กระเทือนขนหน้าแข้งแม้แต่เส้นเดียว
อย่างไรก็ดี กระแสคนเกลียดชังทรัมป์ก็มากเป็นเงาตามตัวเช่นกัน ผลการสำรวจของมหาวิทยาลัยควินนิแพ็คพบว่า 7 ใน 10 ของผู้มีสิทธิออกเสียงยอมรับตามตรงว่าไม่ชอบทรัมป์หรือถึงขั้นเหม็นขี้หน้าด้วยซ้ำไป ในจำนวนนี้รวมไปถึงชาวพรรครีพับลิกันมากถึง 52 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่สาวกออนไลน์หลายคนได้ช่วยกันเผยแพร่อีเมล "เอ็กซ์ตราไมล์" ของกลุ่มต่อต้านทรัมป์ที่แฉว่าทรัมป์ได้จ้างดาราหลายคนมาเพิ่มสีสันในวันเปิดตัว ทั้งให้สวมเสื้อเชียร์ตัวเอง ถือป้ายและส่งเสียงเชียร์ โดยให้ค่าจ้าง 50 ดอลลาร์กับเวลาทำงานไม่ถึง 3 ชั่วโมง ทวิตเตอร์บางทวิตเตอร์ก็ล้อเลียนด้วยการให้ช่วยกันแฉ 47 เรื่องน่าขำที่สุดในการแถลงเปิดตัวของทรัมป์ ปรากฏว่า 70-80 เปอร์เซ็นต์ของคนเข้ามาร่วมแจมในทวิตเตอร์ต่างวิจารณ์วิกผมของทรัมป์อย่างสนุกสนาน
สื่อบางสื่อยังได้เท้าความไปถึงเรื่องที่ทรัมป์เคยล้มละลายจากการเป็นหนี้เกือบ 400 ล้านดอลลาร์ในช่วงปลายทศวรรษ 2533 ด้วยการย้อนคำถามที่เคยสัมภาษณ์ทรัมป์ว่าในฐานะที่เป็นคนล้มละลายมาก่อน หากชนะเลือกตั้ง จะมีนโยบายการเงินการคลังอย่างไร ซึ่งทรัมป์ตอบทันควันว่า "ตัวเองไม่เคยล้มละลาย" พลางแก้ตัวแบบเอาสีข้างเข้าถูว่าเป็นเรื่องทางกฎหมาย การฟ้องล้มละลายไม่ใช่เรื่องของตัวบุคคล แต่เป็นแค่เรื่องทางธุรกิจเท่านั้น พร้อมกันนั้นก็ยังอวดเก่งทำเป็นสอนมวยว่า ให้มองหาโอกาสทางธุรกิจเสมอ ไม่ว่างานนั้นจะถนัดหรือไม่ก็ตาม ก่อนจะคุยอวดว่าสามารถทำกำไรก้อนมหาศาล เพียงแค่ซื้อคฤหาสน์ที่ติดจำนองธนาคารหลังหนึ่งในราคาถูกแค่ 41 ล้านดอลลาร์ จากนั้นก็ทาสีใหม่และปรับปรุงเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ก็สามารถขายต่อให้เศรษฐีขี้อวดชาวรัสเซียในราคาถึง 100 ล้านดอลลาร์
ท้ายสุดก็มีการตั้งคำถามว่าตัวตนแท้จริงของ โดนัลด์ ทรัมป์ นั้นเป็นเช่นใด เป็นตัวตลก อัจฉริยะ นักสำรวจ คนขี้โม้และเครื่องหมายการค้า
--------------------
(เปิดโลกวันอาทิตย์ : ถ้าอเมริกามีประธานาธิบดี ชื่อโดนัลด์ ทรัมป์ : โดย...บุญรัตน์ อภิชาติไตรสรณ์)



