ซ่อมสะพานมอญเกินสัญญาแจงช้าเพราะขาดไม้

ซ่อมสะพานมอญเกินสัญญา ผู้รับจ้างอ้างขาดไม้มาตรฐาน ยัน 31 ส.ค.เสร็จ

 
          ตัวแทนบริษัทผู้รับจ้างซ่อมบูรณะสะพานอุตตมานุสรณ์ "หลวงพ่ออุตตมะ" ยันการซ่อมแซมจะแล้วเสร็จไม่เกิน 31 ส.ค.นี้ รองผู้ว่าฯ กาญจน์แจงสาเหตุซ่อมล่าช้าเพราะมีปัญหาขาดไม้ ส่วนจะปรับหรือต่อสัญญาให้ผู้รับจ้างหรือไม่ ต้องรอหลังวันที่ 6 ส.ค. ขณะที่เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม เผยผู้รับจ้างเคยติดต่อขอซื้อไม้จากทางวัดแต่ขายให้ไม่ได้เพราะเป็นไม้บริจาคซ่อมแซมวัด  
 
          ความคืบหน้าการซ่อมบูรณะสะพานไม้หรือสะพานมอญ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า สะพานอุตตมานุสรณ์ "หลวงพ่ออุตตมะ" ซึ่งเป็นสะพานข้ามแม่น้ำซองกาเลีย ระหว่าง ต.วังกะ กับ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี หลังสะพานดังกล่าวถูกกระแสน้ำป่าพัดถล่มลงมา เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2556 โดย จ.กาญจนบุรีได้ทำสัญญาว่าจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ป.รุ่งเรืองวัสดุภัณฑ์ ให้ซ่อมบูรณะสะพานดังกล่าวโดยสัญญาจ้างเริ่มวันที่ 9 เมษายน 2557 และสิ้นสุดวันที่ 6 สิงหาคม 2557 รวมระยะเวลา 120 วัน ด้วยงบประมาณ 16,347,000 บาท แต่การซ่อมแซมบูรณะสะพานมอญยังไม่แล้วเสร็จตามที่สัญญาระบุไว้ 
 
          นายประณต สุวัฒนรัตน์ ผู้แทนผู้รับจ้างจากห้างหุ้นส่วนจำกัด ป.รุ่งเรืองวัสดุภัณฑ์ เปิดเผยว่า สาเหตุหลักที่ทำให้การซ่อมแซมสะพานไม้ไม่เสร็จตามกำหนดระยะเวลามาจากสาเหตุหลายปัจจัย เช่น การส่งมอบสัญญาจากทางผู้ว่าจ้างล่าช้ากว่ากำหนด นอกจากนี้การเคลียร์พื้นที่เคลื่อนย้ายแพบ้านที่ปลูกอยู่บริเวณใกล้เคียงสะพานมอญ รวมไปถึงปัญหาการขนส่งไม้ที่นำมาทำเป็นวัสดุในการสร้างสะพาน เนื่องจากต้องนำไม้มาจากทางภาคอีสาน เพราะเป็นไม้ที่ถูกต้องตามกระบวนการในการที่จะตรวจสอบได้ ส่วนสาเหตุที่ไม่นำไม้จากพื้นที่ป่าแถบนี้ก็เพราะอาจจะเป็นการเข้าข่ายตัดไม้ผิดกฎหมายได้ 
 
          ขณะนี้บริษัทได้เร่งดำเนินการซ่อมบูรณะสะพานมอญอย่างเต็มที่ทุกวัน โดยเริ่มทำงานตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. ซึ่งคาดว่าการซ่อมแซมสะพานดังกล่าวจะแล้วเสร็จไม่เกินวันที่ 31 สิงหาคมนี้แน่นอน ส่วนเรื่องจะถูกปรับเนื่องจากเกินกำหนดระยะเวลาตามสัญญาหรือไม่นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้เพราะต้องขอคุยกับทางผู้ว่าจ้างก่อน ซึ่งมีหลายปัจจัยที่ทำให้การซ่อมบูรณะล่าช้า
 
          ด้านนายกาศพล แก้วประพาฬ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า การทำสัญญาว่าจ้างยึดระเบียบราชการเป็นหลัก เพราะเป็นห่วงเรื่องความโปร่งใสโดยการใช้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุทางราชการ ซึ่งเป็นการป้องกันการทุจริต โดยระหว่างการซ่อมแซมทราบว่าทางบริษัทมีการแสวงหาไม้ ซึ่งในพื้นที่ จ.กาญจนบุรีไม่มี ทางบริษัทจำเป็นต้องไปนำไม้จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือและต้องเป็นไปตามแบบที่กำหนดไว้ คือ ไม้แต่ละท่อนจะต้องมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 30 เซนติเมตร ยาว 8 เมตร ขณะนี้งานโครงสร้างพื้นฐาน ฐานราก ทำได้ระดับหนึ่งแล้ว หากสร้างโครงสร้างพื้นฐานได้สำเร็จ โครงสร้างด้านบนก็จะสามารถทำได้ง่ายขึ้นถึงแม้จะมีฝนตกลงมาบ้างก็ตาม
 
          ส่วนงบประมาณการซ่อมบูรณะค่อนข้างสูงนั้นขอชี้แจงว่าอดีตที่ผ่านมาสะพานแห่งนี้เคยเสียหายมาแล้วแต่ไม่ใช่เป็นการพังถล่มลงมาเหมือนครั้งนี้ เพียงแค่การเสื่อมสภาพของไม้ที่มีอายุการใช้งานนานหลายปีเท่านั้น และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมบูรณะอยู่ที่ประมาณ 5-6 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบความเสียหายต่างกันสิ้นเชิง ประกอบกับทางจังหวัด ก็ต้องการให้บริษัทคู่สัญญานำไม้ที่ได้มาอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาซ่อมบูรณะสะพานเท่านั้น ห้ามนำไม้ผิดกฎหมายมาซ่อมเด็ดขาด ซึ่งการนำไม้เข้ามาครั้งแรกทางจังหวัดยังชมผู้รับจ้างว่าหาไม้มาได้ตามมาตรฐานและถูกต้องตามกฎหมายโดยเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้ามาตรวจสอบก็พบว่าได้มาอย่างถูกต้อง
 
          อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดปัญหาเรื่องการหาไม้มาซ่อมแซม ซึ่งทางจังหวัดก็เข้าใจเพราะขนาดของไม้ที่จะนำมาซ่อมแซมค่อนข้างหายากเพราะต้องได้มาตรฐานที่กำหนด ซึ่งปัจจุบันราคาไม้ค่อนข้างแพงและหายาก ส่วนที่สังคมกำลังจับตาว่าทำไม่ถึงใช้งบประมาณการซ่อมสะพานครั้งนี้สูงมากก็เพราะราคาไม้สูงขึ้นนั่นเอง ขอยืนยันว่าทางจังหวัดจะทำดีที่สุด ส่วนจะปรับบริษัทผู้รับเหมาหรือจะต่อสัญญาออกไปหรือไม่ จะต้องรอให้สิ้นสุดสัญญาว่าจ้างในวันที่ 6 สิงหาคมก่อน หลังจากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต้องมาร่วมประชุมเพื่อหามาตรการต่อไปว่าจะเอาอย่างไร
 
          ขณะที่พระมหาสุชาติ สิริปัญโญ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม กล่าวถึงการซ่อมแซมบูรณสะพานมอญหรือสะพานอุตตมานุสรณ์ ว่า ก่อนจะเซ็นสัญญาว่าจ้างได้เตือนบริษัทผู้มารับเหมาแล้วว่าให้อ่านดูสัญญาให้ละเอียดว่าในสัญญาได้ระบุชนิดของไม้ที่ต้องนำมาซ่อมแซมบูรณะสะพาน มีไม้เพียง 2 ชนิด คือ ไม้แดงและไม้ตะเคียน แต่เมื่อเซ็นสัญญาว่าจ้างกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทางบริษัทก็ประสบปัญหาเรื่องการนำไม้ทั้ง 2 ชนิดมาซ่อมสะพานจริงๆ ภายหลังบริษัทได้ขอเพิ่มชนิดไม้ที่นำมาซ่อมบูรณะคือไม้เต็งและไม้ประดู่ ซึ่งก็ไม่ได้ขัดข้อง เพราะว่าทางจังหวัดกาญจนบุรีก็อนุญาตให้นำไม้ 2 ชนิดมาใช้ได้ อีกทั้งนักวิชาการกรมป่าไม้ก็รับรองว่าไม้ทั้ง 2 ชนิดเป็นไม้เนื้อแข็งคงทนเมื่อไม้แห้งจะทำให้เนื้อไม้แข็งขึ้นทำให้ตะปูตอกไม่เข้า
 
          ส่วนข่าวว่าบริษัทมาขอซื้อไม้จากทางวัดเพื่อนำไปซ่อมบูรณะสะพานนั้น ข่าวนี้เป็นเรื่องจริงแต่จากการปรึกษาหารือกับผู้นำชุมชนในพื้นที่มีความเห็นตรงกันว่าไม่สามารถขายไม้ที่มีอยู่ให้ทางบริษัทได้ เนื่องจากไม้ที่มีอยู่เป็นไม้ที่ได้รับการบริจาคจากชาวบ้านเพื่อเก็บไว้ซ่อมแซมบูรณะวัด จึงไม่เหมาะที่จะขายให้บริษัท ซึ่งบริษัทเองก็เข้าใจดี แต่สัญญาว่าจ้างระหว่างบริษัทกับจังหวัดจะหมดสัญญาวันที่ 6 สิงหาคมนี้ ส่วนตัวมองว่าเมื่อมีการว่าจ้างกันแล้วแต่ไม่สามารถทำตามสัญญาได้ก็ต้องมีการปรับตามระเบียบราชการ ส่วนจะต่อสัญญาออกไปหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับจังหวัดจะพิจารณา แต่เชื่อว่าทางจังหวัดคงให้โอกาสบริษัท ทางชาวบ้านก็ไม่ได้ติดใจอะไร แต่ขอให้ทางบริษัททำให้ดีที่สุดก็พอ
 
          สำหรับสะพานไม้หรือสะพานมอญ หรือสะพานอุตตมานุสรณ์ "หลวงพ่ออุตตมะ" เป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย มีความยาว 850 เมตร เป็นสะพานไม้ยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากสะพานไม้อูเบ็งในพม่า สร้างขึ้นโดยดำริของหลวงพ่ออุตตมะ เจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ในปี 2529 ถึงปี 2530 โดยใช้แรงงานชาวมอญเป็นสะพานไม้ที่ใช้สัญจรไปมาของชาวมอญและชาวไทยที่อาศัยอยู่บริเวณนี้ ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของ จ.กาญจนบุรี
 
 
 


เปิดอ่าน