ชิน โฟร์เอส เปิดต้นเหตุ ทำค่ายโฟร์เอสแตก

บันเทิง  :  3 มิ.ย. 2552

เป็นข่าวอึมครึมมาอย่างต่อเนื่องสำหรับค่ายเพลง "โฟร์เอส" ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนในวงการลูกทุ่ง สร้างความฮือฮาด้วยผลงานและลีลาการทำงานที่แหวกแนว มียอดขายทะลุหลักล้านหลายชุดจนค่ายใหญ่ๆ ต้องแอบมองค้อน

   ล่าสุดค่ายเพลงแห่งนี้ได้ยุติการทำงานกันแล้ว เหลือไว้เพียงชื่อ โฟร์เอส ไว้เป็นตำนาน และเพิ่งมีการตกลงแบ่งทรัพย์สินกันไปเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

  สุชิน ควรสงวน หรือ ชิน โฟร์เอส เจ้าของประโยค "โฟร์เอสสร้างสรรค์งานดีมีคุณภาพอีกแล้วครับทั่น" เปิดใจให้สัมภาษณ์ทีมข่าว "คม ชัด ลึก" เป็นครั้งแรก ในงานบวชหลานชายที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาถึงสาเหตุว่า

  "ที่เรายุติโฟร์เอสมาจากองค์ประกอบหลายๆ ประการ อันหนึ่งก็คือ ของเถื่อนที่แก้ไม่ได้ มันเป็นยาดำที่มาฝังในวงการนี้ การทำเพลงทุกวันนี้ขาดทุนมากกว่ากำไร ช่วงหลังของโฟร์เอสต้องยอมรับความจริงว่า ที่เราอยู่ได้เพราะมีมาสเตอร์เพลงเก่าๆ ที่คนยังชื่นชอบเพลงพื้นเมือง พื้นบ้าน แต่ว่าพอสร้างเพลงใหม่ขึ้นมาคำว่า "สร้างสรรค์เพลงดีมีคุณภาพอีกแล้วครับทั่น" มันก็หมดความขลัง แล้วหุ้นส่วนทุกคนที่สร้างโฟร์เอสด้วยกันมา ทุกคนมีกิจการที่เขาทำเป็นส่วนตัว

  ตัวพี่เองก็ผันผวนหลายอย่าง คนชวนไปเล่นการเมืองก็ได้ความจริงหลายอย่าง พอกลับมาทำโฟร์เอสอีกครั้งมันยากที่จะแก้ไข เรื่องทุนที่จะลงใหม่เพื่อดึงให้มีคุณภาพเหมือนเดิมมันก็เหนื่อย เพื่อนผองในกลุ่มก็ต่างคนต่างโต ผมก็เห็นดีด้วย เปรียบตอนเด็กๆเราเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน พ่อแม่หุงข้าวให้กินหม้อเดียวกัน พอโตก็ต้องแยกเรือนจะมาอยู่เรือนเดียวกันก็ไม่ได้ เหมือนโฟร์เอส คนอื่นๆ เขาก็ต้องไปขยายงานส่วนตัวให้ใหญ่ขึ้น ถ้าผมจะรับภาระคนเดียวก็คงเป็นการยาก ขนาดอยู่กันครบๆ ยังยากเลย ผมรับอย่างลูกผู้ชายว่า ช่วงหลังๆ ผมเป็นหนี้เยอะ ส่วนตัวนะไม่เกี่ยวโฟร์เอส"

  ผู้สื่อข่าวถามถึงการตัดสินใจว่าคิดมานานหรือยัง ชิน โฟร์เอส บอกด้วยนํ้าเสียงชัดเจนว่า
  "ตัดสินใจประชุมก่อนปีใหม่ 2552 ผมบอกกับเพื่อนว่า ขอแยกตัวจากโฟร์เอส เพราะทนทำไม่ไหว แยกตัวในที่นี้คือว่ามันจะมีสัดส่วนของมาสเตอร์ (ต้นฉบับเพลง) และลิขสิทธิ์ที่ผมร่วมทำกันมา มีอยู่ 3 หุ้นก็จับสลากแบ่งกันไปคนละส่วน จะได้เพลงดีเพลงไม่ดีก็แล้วแต่โชค ทุกคนเห็นพ้องต้องกัน ลิขสิทธิ์มาสเตอร์พวกนี้มันมีคุณค่า เพราะเพลงเมื่อก่อนเราซื้อมาหนึ่งเวอร์ชั่น (ต้นแบบ) ไม่เกิน 3-5 พันบาทต่อเพลง เดี๋ยวนี้มันประมาณ 2-3 หมื่นบาท เพลงแต่ละชุดถ้าจะมาสร้างกันใหม่ เอาเพลงเก่ามาร้องใหม่ต้นทุนมันสูง มันเป็นสมบัติให้ลูกหลานต่อไปได้ มันถึงเวลาที่เราต้องแบ่งแยกด้วยความเป็นธรรม"

  ผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุจริงๆ ของการแยกตัวครั้งนี้ นอกจากเรื่องของปลอมแล้วยังมีเรื่องขัดแย้งในการบริหารด้วยหรือไม่ สุชินบอกว่า

  "จุดจริงๆ ของโฟร์เอสจะต้องอยู่ ถ้าผู้ร่วมหุ้นทุกคนเขายังแข็งใจทำ คือผมขอแยกตัวมาคนเดียว พอผมแยกหุ้นส่วนหลายๆ คนเขายอม แต่กลายเป็นว่าต้องแยกกันหมด ใจหายเหมือนกัน เรามารวมตัวกันปี 2536 จะทำบริษัทเทปจะใช้ชื่ออะไรดี ผมมาได้คำว่า ส.เสือ คือเอส ตอนนั้นเรามีกัน 4 คน มีคุณสมเกียรติ เจ้าของตึกท็อปเอที่เราเช่า สมภพ (มานิตย์) สีเลี้ยง สุชัย วงศ์ดำเนินสะดวก และก็ผม สุชิน เลยตั้งชื่อว่า "โฟรเอส "แล้วกัน ความรู้สึกผมรักโฟร์เอสมาก คำนี้มันออกจากปากผมเป็นคนแรกในประเทศไทย กระทั่งมาเป็น "โฟร์เอสสร้างสรรค์งานดีมีคุณภาพอีกแล้วครับทั่น" แต่ตอนที่โฟร์เอสจะสลายมันก็มาจากผมอีก มันจำเป็นนะผมจะทนทำต่อไปก็ไม่รอด  สงสารลูกน้องทุกคนห่วงถามตลอดว่าใครไปอยู่ไหน"

  ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจะเลิกทำเพลงหรือไม่ ชิน บอกว่า
  "ผมยังไม่ได้เริ่มต้นทำอะไร สำหรับบริษัท ชิน โฟร์เอส มันต้องพร้อมจะทำแบบครบวงจรหรือไม่ต้องว่ากันอีกเรื่อง ผมก็มีความหวังแต่ขอเวลานิด เร็วๆ นี้อาจจะได้ยิน "บีเคพีขาย ชินโฟร์เอสสร้างสรรค์เพลงดีมีคุณภาพอีกแล้วครับทั่น" มันต้องได้เห็นแน่ งานที่เราจะเปิดตัวมันเป็นไปได้ไหม เมื่อก่อนผมเป็นคนบุกเบิกเรื่องโฆษณาทางทีวี เดี๋ยวนี้นาทีละ 3-4หมื่น ต้องดูงานก่อนว่ามีจุดขายไหม อัตราเสี่ยงเกิน 50 ไหม ถ้ามันเสี่ยงแล้วมีทางเป็นได้ก็ต้องทำ
ช่วงหนึ่งมีคนโทรเข้ามาถามว่าคุณชิน โฟร์เอส ตายแล้วเหรอ พนักงานผมตอบว่ายังมีชีวิตอยู่ แต่ที่หายไปเพราะสภาพเศรษฐกิจ แฟนเพลงเขาคิดถึง ผมรู้สึกขอบคุณ ที่เป็นตรงนั้นมาได้เพราะผมพูดด้วยความจริง คำว่าชิน โฟร์เอส ประชาชนเป็นคนตั้งให้ผม ฝากไว้นิดว่าถึงโฟร์เอสจะสลายไป คำว่า "โฟร์เอส" ไม่ได้จางหายไปจากวงการเพลงยังมีคุณมานิตย์ สีเลี้ยง ที่ทำ โฟร์เอสไทยแลนด์ มีผมทำบริษัท ชิน โฟร์เอส เรายังรวมกันเหมือนเดิม ยังมีคอนเสิร์ตลูกทุ่งโฟร์เอสที่เพื่อนผองน้องพี่จ้างไปทำการแสดงตามงานบวช งานแต่ง ส่วนด้านปฏิบัติตอนนี้มันสลายแล้ว เรายังรักกันไม่ขัดแย้งอะไร รอติดตามแล้วกันว่าชินโฟร์เอสจะออกมาแล้วครับทั่น เจอกันแน่ครับ"

 


เปิดอ่าน