ตำนาน‘พระอุปคุตปางปราบมาร’

ตำนาน , พระอุปคุต , ปางปราบมาร , ปีมะเส็ง

ตำนาน‘พระอุปคุตปางปราบมาร’บูชาเพื่อปกป้องภัยพิบัติในปีมะเส็ง : บุญนำพา

               ความเชื่อเกี่ยวกับ พระอุปคุต มีหลายตำนาน แต่มีอยู่ตำนานหนึ่งที่เชื่อกันว่า พระอุปคุตมีอิทธิฤทธิ์ปราบท้าววสวัตตี โดยมีเรื่องเล่ามาว่า เมื่อประมาณปลายพุทธศตวรรษที่ ๒ หลังจากพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพาน ณ นครปาตลีบุตราชธานี (ปัจจุบันคือ เมืองปัตนะ ภาคใต้ของประเทศอินเดีย) พระเจ้าอโศกมหาราช ผู้ครองราชสมบัติในขณะนั้น ทรงเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง ได้ฉลองสมโภชพระสถูปเจดีย์ทั้งหมดที่พระองค์ทรงสร้างขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ตลอด ๗ ปี ๗ เดือน ๗ วัน แต่ถูก “พญามาร” มาผจญ ท่านจึงนิมนต์ “พระอุปคุต” ไปปราบ จนพญามารยอมแพ้ ทำให้ชื่อเสียงของพระอุปคุตโด่งดังไปทั่ว โดยเฉพาะในทางปราบมาร
               “พระอุปคุต” ท่านมีอีกชื่อหนึ่งว่า "พระบัวเข็ม" ปัจจุบันยังมีความเชื่อในหมู่ชาวไทยยวนว่า “พระบัวเข็ม” หรือ “พระอุปคุต” ยังมีชีวิตอยู่ ในทุกวันขึ้น ๑๕ ค่ำที่ตรงกับวันพุธ ชาวไทยยวนจะเรียกว่า "วันเป็งปุ๊ด" (วันเพ็ญพุธ) พระอุปคุตจะออกบิณฑบาตในร่างเณรน้อย โดยจะออกมาเวลาเที่ยงคืน

               ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดประเพณีตักบาตรกลางคืนขึ้นมาในบางท้องถิ่น โดยเฉพาะทางภาคเหนือของไทย
               พระบัวเข็ม หรือ พระอุปคุต ในทางพระเครื่องมีประวัติว่า เดิมท่านเป็นพระพุทธรูปมอญ เข้ามาแพร่หลายในไทยช่วงสมัยรัชกาลที่ ๓ โดย พระรามัญได้นำมาถวาย พระวชิรญาณภิกขุ (ต่อมา คือ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔) โดยเชื่อในพุทธคุณว่า เป็นพระศักดิ์สิทธิ์ ก่อให้เกิดลาภผล ความมั่งมี ขจัดภยันตราย และมีอิทธิฤทธิ์ในทางขอฝนอีกด้วย

               คุณยุวดี บุญครอง ผู้ผลิตรายการพลังใจ ออกอากาศทางสถานีเฮลท์ พลัส แชนแนล กล่าวถึงเรื่อง “พระอุปคุต” ว่า “ด้วยนิมิตมหัศจรรย์ของท่าน อ.ทองทิพย์ โอภาโส กูรูชื่อดังด้านวิปัสสนากรรมฐาน บวกกับความตั้งใจที่อยากสร้างองค์พระอุปคุต มานานกว่า ๑๐ปี เพื่อให้คนไทยได้มีสิ่งที่ช่วยยึดเหนี่ยวจิตใจ และช่วยคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายต่างๆ ที่จะเกิดในปีมะเส็ง (งูไฟ) ซึ่งตามพื้นดวงจะเกิดเหตุร้ายแก่ประเทศไทยอย่างหนัก จึงได้มีการหารือและมีแนวคิดที่ดีตรงกันกับดิฉัน ที่ศรัทธาต่อองค์ท่านอยู่แล้ว จึงได้นำนิมิตของอาจารย์มาปั้นขึ้นองค์จำลอง โดย คุณศราวุธ วิษณุคำรณ ได้รูปแบบ “พระอุปคุตปางปราบมาร” ซึ่งสร้างด้วยเนื้อโลหะ ขนาดหน้าตักกว้าง ๗ นิ้ว โดยได้ทำพิธีเททองหล่อนำฤกษ์ ๙ องค์ในวาระแรก ต่อมาในวาระที่ ๒ ได้ทำพิธีปลุกเสกมวลสารศักดิ์สิทธิ์ กลางสะดือทะเลที่เกาะล้าน โดย ท่านอุบาสก ทองทิพย์ โอภาโส เป็นเจ้าพิธีอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยตัวเอง และที่สำคัญสุดของพระอุปคุตปรางปราบมาร ได้บรรจุมวลสารศักดิ์สิทธิ์มากมาย อาทิ ปฐวีธาตุ ณ จุดที่พระอรหันต์ทั้ง ๘ พระองค์เข้านิโรธสมาบัติใต้สะดือทะเล มาไว้ที่ใต้ฐานองค์พระ รวมทั้งเหล็กไหลนาคา ให้คุณทางด้านดูดทรัพย์ และขจัดสิ่งที่เป็นอุปสรรคออกไป นอกจากนี้ยังมีมณีน้ำหาว หรือมณีในเมืองนาคราช ให้คุณทางด้านโภคทรัพย์, ข้าวสารพันปี และข้าวสารเงินข้าวสารทอง ทำพิธีเจริญภาวนาปลุกเสกตลอด ๓ พรรษา และเข้าพิธีเป่ายันต์เกราะเพชร เพื่อเน้นอานุภาพทางด้านการทำมาหากินเจริญรุ่งเรือง และมวลสารศักดิ์สิทธิ์อีกกว่า ๑๐ ชนิด ที่ดิฉันได้เก็บรักษาไว้ จากการทำพิธีเทวาภิเษกพระพิฆเนศ รุ่นสำริด สำเร็จ สมปรารถนา รวมทั้งพระธาตุศักดิ์สิทธิ์จากพระมหาอาวรณ์ (ที่อดีตชาติท่านเกิดเป็นพญานาคราช) วัดปันเสา จ.เชียงใหม่ โดยใส่รวมไว้ในถุงทอง บรรจุไว้ใต้ฐานองค์พระเช่นกัน จำนวนสร้าง ๙๙๙ องค์ เพื่อให้ลูกหลานเพียง ๙๙๙ ตระกูลเท่านั้นที่จะได้ครอบครอง โดยจะจารึกชื่อสกุลวันเดือนปีเกิดของคนในครอบครัวท่านไว้ที่ใต้ฐาน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ทุกคน”
               สำหรับรายได้จากการทำบุญบูชาพระอุปคุตรุ่นนี้ จะนำไปสมทบทุนก่อสร้างอาศรมปฏิบัติธรรมของท่านอุบาสกทองทิพย์ โอภาโส ที่ จ.ปทุมธานี เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้ไปฝึกเจริญวิปัสสนา ฝึกนั่งสมาธิ ต่อไป นับเป็นบุญกุศลที่ต่อเนื่องไม่รู้จบสิ้น ท่านที่สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ โทร.๐๘-๒ ๗๘๒-๕๙๐๕, ๐๘-๒ ๗๘๒-๖๙๙๑


เปิดอ่าน