พริกกะเกลือ : การเมืองแบนละคร?

การเมืองแบนละคร? : คอลัมน์ พริกกะเกลือ โดย.... นิธินันท์ ยอแสงรัตน์

          ขณะที่เขียนต้นฉบับนี้ดราม่ามาแรงของผู้คนในสังคมไทย กำลังเป็นเรื่องละคร “เหนือเมฆ 2” ทางช่อง 3 ที่ลือกันว่าต้องหยุดออกอากาศไปดื้อๆ เพราะโดนรัฐบาลสั่งแบน เนื่องจากแทงใจดำนักการเมืองขี้โกง ผู้ไม่เคยรู้จักว่าความดีเป็นอย่างไร
 
          วันนี้น่าจะมีข่าวคืบหน้าตามสมควรแล้วว่า นักการเมืองคิดสั้นคนไหนออกคำสั่งไม่มีกึ๋นอย่างนั้น หรือไม่ได้สั่ง เพียงแต่กระซิบเสมือนหลอก หยอกเสมือนขู่ หรือความจริงคือไม่มีใครทำอะไรเลย ช่องสามตื่นตูมไปเอง
 
          ข่าวลือที่ลือกันสนั่นนั้น มีสองทาง หนึ่งคือลือว่าฉากต้นเหตุคือฉากที่ “นภา” ซึ่งแสดงโดยสินจัย หงษ์ไทยไหว้พระขอให้ความชั่วความเลวที่เกาะกินอยู่บนผืนแผ่นดินนี้สู ญหายพ่ายแพ้แก่ “พระบารมี” ของคุณงามความดีที่ปกปักรักษาประเทศไทย
 
          สองคือลือว่า ฉากเดียวกันนั่นแหละ แต่ไม่ใช่เพราะคำพูดด่ากระทบนักการเมืองเลวหรือรัฐบาลฝ่ายคนเลวอะไรหรอก แต่เพราะ “ภาพ” รัศมี “พระบารมี” ที่แผ่อยู่ข้างหลังนพพล โกมารชุนต่างหาก
ทำให้น่ากลัวว่าหวยจะออก 112
 
          เมื่อเขียนโดยยังไม่มีข้อมูลเพียงพอ จึงขอมองประเด็นกว้างๆ ไปก่อน
 
          เรื่องนี้มีหลายแง่มุมน่าสนใจ โดยเฉพาะปฏิกิริยาของคนเกลียดรัฐบาลและคนเชียร์รัฐบาล
 
          คนเกลียดรัฐบาลที่กระโดดกินข้าวต้มกระโจมกลาง จะรีบด่ารัฐบาลโดยไม่ดูเหนือดูใต้ ไม่สงสัยไต่ถาม
 
          สรุปโดยพลันว่ารัฐบาลที่เป็นฝ่ายคนชั่ว สั่งห้ามละครเรื่องนี้ออกอากาศแน่ๆ เพราะเนื้อหาพาดพิงตระกูลนายกฯ
 
          ความจริงถ้ารัฐบาลหรือคนรอบตัวรัฐบาลที่หวังดี แต่กลับเป็นประสงค์ร้ายทำอย่างนั้นจริง ก็คืองี่เง่าที่สุด และแม้จะเป็นไปได้ยากเพราะไม่ได้ส่งผลดีกับรัฐบาลเลย ก็มิใช่จะเป็นไปไม่ได้
 
          คนเชียร์รัฐบาลก็สรุปโดยพลันว่าช่องสามทำเอง รัฐบาลไม่เกี่ยวแน่ๆ
 
          แต่ก็น่าสนใจว่า หลายคนที่รีบก่นด่ารัฐบาล และเดือดร้อนมากกับการปิดกั้นเสรีภาพครั้งนี้ ไม่เคยเดือดร้อนกับการปิดกั้นเสรีภาพหรือการต้องเซ็นเซอร์ตัวเองแบบเนียนๆ ในเรื่องราวต่างๆ และในวงการต่างๆ ก่อนหน้านี้มากมายหลายเรื่องเลย ซึ่งอาจเพียงเพราะเรื่องราวเหล่านั้นไม่เกี่ยวข้องกับความสนใจ เช่นไม่เกี่ยวกับความเกลียดนักการเมือง หรือเกลียดรัฐบาลของนักการเมือง ที่พวกเขาเชื่อว่าโคตรโกงก็ได้
 
          คงดี ถ้าความรู้สึกนี้เป็นที่จดจำ และอาจทำให้เกิดความเข้าใจมากขึ้น ในวันที่พวกเขาได้ยินคนอีกกลุ่ม พูดถึงเรื่องการถูกริดรอนสิทธิเสรีภาพอย่างไม่เป็นธรรม
 
          ขอปิดท้ายด้วยข้อมูลจากเพื่อนพ้องน้องพี่ท่านหนึ่ง ในวงการหนังที่เขียนในเฟสบุ๊คส่วนตัวของเขา เพื่อเตือนใจให้เราระลึกว่าวงการหนังไทยทั้งจอใหญ่จอทีวีถูกเซ็นเซอร์จากภาครัฐตลอดเวลา ในรอบสิบปีมานี้ก็หลายเรื่อง อาทิ คนกราบหมา องคุลีมาล One Take Only อาจารย์ใหญ่ แสงศตวรรษ, This Area is Under Quarantine, Insects in the Backyard และ เชคสเปียร์ต้องตาย เป็นต้น และหลายคนที่เวลานี้โกรธแค้นว่ามีการแบนซีรีส์ “เหนือเมฆ 2” ก็เคยเห็นดีเห็นงามกับการแบนหนังดังกล่าวมาแล้ว ด้วยข้อหาว่าาโป๊บ้าง บ่อนทำลายความมั่นคงของชาติบ้าง โดยไม่เลือกที่จะมองคุณค่าของหนัง
 
          เช่นเดียวกัน ละครหรือซีรีส์ทางทีวีก็โดนแบนไม่น้อย อาทิ ละครเรื่องหมาหมาหมา ทางช่อง 3 กำกับโดยอดุลย์ กรีน ที่ถูกกรรมการบริหารวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ในขณะนั้น สั่งให้จบเพราะเห็นว่า การให้คนแต่งตัวเป็นหมาไม่เหมาะสม
 
          นอกจากนั้น ก็มีละครเรื่องเลือดขัตติยา ทางช่อง 3 นำแสดงโดยศรัณยู วงศ์กระจ่างและวาสนา สิทธิเวชถูกแบนจากช่อง 3 เองเพราะมีเนื้อหาที่อาจกระทบต่อความมั่นคง
 
          ฟากช่อง 7 ก็มีเรื่องสารวัตรใหญ่ นำแสดงโดยลิขิต เอกมงคลซึ่งถูกสั่งให้ตัดจบเพราะเนื้อหากระทบสถาบันตำรวจ ส่วนช่อง 5 ก็มีเรื่องเท้งเต้ง นำแสดงโดยกมลชนก โกมลฐิติ และเชสเตอร์ แมคโดนัลด์ ถูกสั่งให้ตัดจบเพราะมีเนื้อหาพาดพิงนักการเมือง
 
          กล่าวโดยสรุปคือละคร เหนือเมฆ 2 ซึ่งเรตติ้งไม่ดีนัก ถูกแบนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในสังคมไทย และต่อไปนี้เราก็ควรจะต่อต้านการแบนหนังละครและงานทางศิลปวัฒนธรรมกันอย่างจริงจังเสียที
.......................................
(หมายเหตุ การเมืองแบนละคร? : คอลัมน์ พริกกะเกลือ โดย.... นิธินันท์ ยอแสงรัตน์)


เปิดอ่าน