เพลงพระราชนิพนธ์สถิตในดวงใจนิรันดร์

สืบสานวนาสินธุ์ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “ในดวงใจนิรันดร์” นำบทเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวง ร.9 มาถ่ายทอดให้ได้รับฟังท่ามกลางบรรยากาศสวนสวยของพระราชวังพญาไท

      เพลงพระราชนิพนธ์สถิตในดวงใจนิรันดร์

      สุนทรียภาพ อีกทั้งความซาบซึ้งตรึงใจในบทเพลง “วนาสินธุ์” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  “พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่จงรักภักดีต่อน้ำ” ยังคงก้องอยู่ในโสตผู้รับชมและฟังมิรู้เสื่อมคลายจากการจัดการแสดง 3 ครั้งที่ผ่านมา และปีนี้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ยังคงประสานมือสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ มูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง และมูลนิธิอนุรักษ์พระราชวังพญาไทในพระอุปถัมภ์ฯ สืบสานวนาสินธุ์ครั้งที่ 4 ภายใต้แนวคิด “ในดวงใจนิรันดร์” นำบทเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาถ่ายทอดให้ได้รับฟังท่ามกลางบรรยากาศสวนสวยของพระราชวังพญาไท โดยจัดแถลงข่าวเล่ารายละเอียด ณ พระที่นั่งเทวราชสภารมย์ พระราชวังพญาไท ไปเมื่อบ่ายวันก่อน

เพลงพระราชนิพนธ์สถิตในดวงใจนิรันดร์

พัชราภรณ์ อินทรียงค์-นฤมล ล้อมทอง-พล.ท.นพ.สุปรีชา โมกขะเวส ร่วมแถลงข่าว

     พัชราภรณ์ อินทรียงค์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงที่มาของการแสดงดนตรีอันน่ารื่นรมย์ครั้งนี้ว่า เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพและพระเกียรติคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยทรงเป็นอัครศิลปินที่ชาวโลกต่างยกย่อง ทรงพระปรีชาสามารถในการทรงดนตรี ทรงพระราชนิพนธ์และเรียบเรียงเสียงประสานด้วยพระองค์เอง รวมทั้งเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระบรมราชานุสรณ์แด่พระองค์ท่าน และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถด้วย

เพลงพระราชนิพนธ์สถิตในดวงใจนิรันดร์

สุเทพ วงศ์กำแหง โชว์ลูกคอเรียกน้ำย่อย

    “มีกลุ่มคนชอบฟังเพลงพระราชนิพนธ์อยู่แล้ว เราอยากให้ทุกคนมาร่วมแสดงความจงรักภักดีต่อในหลวง ร.9 และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงร่วมกันคิดว่างานจะออกมาอย่างไร สุดท้ายลงตัวในชื่องานในดวงใจนิรันดร์ ความพิเศษอยู่ที่บทเพลงที่จะทำการแสดง ซึ่งปีที่แล้วครบ 70 ปีในหลวง ร.9 ครองสิริราชสมบัติ และสมเด็จพระนางเจ้าฯ ก็มีพระชนมพรรษา 7 รอบ อยากให้เป็นเครื่องเตือนใจว่าทั้งสองพระองค์ทรงอยู่เคียงข้างกัน ซึ่งทุกอย่างถ่ายทอดผ่านบทเพลงและการแสดงดนตรีอันไพเราะ ซาบซึ้ง จับใจ” พัชราภรณ์ กล่าว

เพลงพระราชนิพนธ์สถิตในดวงใจนิรันดร์

เสียงไพเราะจับใจจากจินตนา สุขสถิต

     ด้าน นฤมล ล้อมทอง กรรมการและเลขานุการมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุงและผู้แทนสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เล่าถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนและรูปแบบการจัดงานว่า ปกติการแสดงดนตรีวนาสินธุ์ จะจัดในเดือนธันวาคมแต่ด้วยประชาชนยังอยู่ในความทุกข์โศกจากการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อแสดงความอาลัยจึงต้องมีการเลืื่อนออกมา และมาลงตัวในเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ และอีกความเปลี่ยนแปลงคือปกติจะจัดในสวนนาคราภิรมย์ ถนนมหาราช แต่มาวันนี้คับแคบไปแล้วจึงเปลี่ยนมาเป็นบริเวณสนามหญ้าหน้าพระราชวังพญาไท ซึ่งรองรอบผู้ชมได้มากกว่า ซึ่งการทำการแสดงในบริเวณพระราชวังยังช่วยให้ประชาชนที่มาร่วมงานได้รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ในดวงใจนิรันดร์ เหมืิอนว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ไม่ว่าพระองค์จะอยู่ที่ไหน เวลาใด ก็จะยังคงอยู่ในดวงใจเราทุกคน บทเพลงพระราชนิพนธ์ถ่ายทอดหลายๆ อย่างโดยไม่ต้องอธิบายเป็นคำพูดอะไรมาก ทุกคนเข้าถึงและเข้าใจดี 

เพลงพระราชนิพนธ์สถิตในดวงใจนิรันดร์

วงดนตรี 4 เหล่าทัพ

     “ปีนี้เราได้เสริมให้การแสดงดนตรีมีความยิ่งใหญ่ด้วยการเชิญนักร้อง 4 เหล่าทัพ อีกทั้งนักร้องประสานเสียงจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทุกคนมาซ้อมด้วยกันเพราะมหาวิทยาลัยดังกล่าวมีเพลงพระราชนิพนธ์อยู่หลายเพลง เป็นการสนองพระราชดำรัสที่ในหลวง ร.9 ทรงต้องการให้ประชาชนเกิดความสามัคคี การมาซ้อมร่วมกันก็เป็นจุดเริ่มต้นความสามัคคี เมื่อใจเดียวกันจะทำอะไรก็ง่าย ” กรรมการมูลนิธิศาลาเฉลิมกรุง กล่าว

เพลงพระราชนิพนธ์สถิตในดวงใจนิรันดร์

อ.วิรัช อยู่ถาวร

       อ.วิรัช อยู่ถาวร ในฐานะผู้ควบคุมวงดนตรีเฉลิมราชย์ บอกถึงความพิเศษของคอนเสิร์ตที่จะมีขึ้นว่า 3 ครั้งที่ผ่านมามีการเล่นเพลงตามคอนเซ็ปต์ของวนาสินธุ์ที่เกี่ยวกับป่าและน้ำ ทว่าคราวนี้ตั้งใจเล่นเพลงเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทั้งหมด ไม่ว่าจะเพลงพระราชนิพนธ์ หรือเพลงที่ผู้แต่งแต่งขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระองค์ท่าน อาทิ แสงเทียน, ยามเย็น, สายฝน, ใกล้รุ่ง, ชะตาชีวิต, อาทิตย์อับแสง  เป็นต้น รวมถึงบทเพลงที่มีความหมายเกี่ยวกับความรักชาติมาขับร้องโดย 3 ศิลปินแห่งชาติ และนักร้องคุณภาพ อาทิ สุเทพ วงศ์กำแหง, จินตนา สุขสถิต, สันติ ลุนเผ่, วีระ บำรุงศรี, วิภู กำเหนิดคดี, ศุภกิจ กัลยาณกุล, ภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภััทร์, ภัทรานิษฐ์ เพฑูริยาเวทย์, กนกวรรณ อินทรพัฒน์ และศิลปินรับเชิญอย่าง อ.สันทัด ตัณฑนันทน์, อ.นนท์ บูรณสมภพ บรรเลงเพลงโดยวงเฉลิมราชย์ นอกจากนี้จะมีการเชิญวงดนตรี อ.ส. วันศุกร์มาช่วยขยายความว่าในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงดนตรีทุกวันศุกร์นั้นมีเพลงอะไรบ้าง พระราชจริยวัตรเป็นอย่างไร

     ทั้งนี้ การแสดงดนตรีจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 19 กุมภาพันธ์ เวลา 18.00 น. สนามหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 6 พระราชวังพญาไท และจะมีการเพิ่มรอบการแสดงอีก 1 รอบในวันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ ซึ่งผู้ชมจะได้รับโปสการ์ดภาพโขนพระราชทาน 12 แบบ กลับไปเป็นที่ระลึก โดยจะแจกจ่ายเฉพาะวันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์เท่านั้น ร่วมซาบซึ้งไปกับบทเพลงทรงคุณค่าโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศาลาเฉลิมกรุง โทรศัพท์ 0-2225-8757-8, 0-2623-8148-9 


เปิดอ่าน