อภิสิทธิ์หารือเร่งเยียวยาชดเชยเรือล่ม

นายกฯอภิสิทธิ์หารือเร่งเยียวยาชดเชย กรณีเรือน้ำตาลล่ม เตรียมนำเข้า ครม.สัปดาห์หน้าประกาศนนทบุรีเป็นเขตภัยพิบัติ "สภาทนาย"ออกตัวพร้อมช่วยทำคดีให้ชาวบ้านริมแม่น้ำอยุธยา ชี้ชาวบ้านฟ้องคดีแพ่งละเมิด - สิ่งแวดล้อมได้

 (3มิ.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือร่วมกับรองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี และพระนครศรีอยุธยา เพื่อหารือถึงเรื่องเรือบรรทุกน้ำตาลล่มที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ว่าทราบว่าขณะนี้น้ำเซาะตลิ่งทำให้บ้านเรือนได้รับผลกระทบ เบื้องต้นต้องดูแลให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยให้ก่อสร้างที่อยู่อาศัยชั่วคราว นอกจากนี้ ยังมีเรื่องคุณภาพของน้ำ ซึ่งได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม (ทส.) วัดค่าออกซิเจนในน้ำ และแจ้งเตือนประชาชนตลอด  นอกจากนี้เรื่องของน้ำที่จะมีผลกระทบนั้น ส่วนของปลาในกระชัง ก็มีเกณฑ์การชดเชยในการดูแลอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พยายามดูแลอยู่ซึ่งเจ้าหน้าที่ของ ทส.ก็มีการเติมสาร เพราะมีปลาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์อยู่ในหลายจังหวัดที่ไล่ลงมา

 นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า สำหรับการกู้เรือน้ำตาลที่จมอยู่นั้น มีความพยายามที่จะสูบน้ำ โดยเอาน้ำตาลที่ค้างอยู่ในเรือขึ้นมา เพื่อให้เรือมีน้ำหนักเบาขึ้น ซึ่งตั้งเป้าว่าจะให้เสร็จในวันที่ 3 มิถุนายน แต่ต้องดูด้วยว่าทำได้อย่างไร เพราะการกู้เรือเมื่อวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็เกิดอุบัติเหตุซ้ำกล่าวคือเรือที่ไปกู้เรือน้ำตาลก็ล่มซ้ำอีก ทั้งนี้ รัฐบาลสามารถเป็นผู้ฟ้องบริษัทที่ทำให้เรือจมและเสียหายได้เลย แต่ต้องกลับไปดูข้อกฎหมายอีกครั้ง เพราะเข้าใจว่ากรณีเดียวกันเคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2550 มาแล้ว ซึ่งจะมีการรายงานคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้าด้วย ทั้งเรื่องชดเชยและการเยียวยาชาวบ้าน ทั้งนี้ต้องมีการประมวลสถานการณ์ให้นิ่งก่อน เนื่องจากขณะนี้มวลของน้ำเข้ามาสู่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี แล้ว

 "เวลานี้น้ำที่จะไปตรงไหนแล้วเกิดผลกระทบเจ้าหน้าที่จะมีการไปเตือน และเติมออกซิเจน เติมสารต่างๆ ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาได้บ้าง ซึ่งขณะนี้น้ำลงมาถึงปากเกร็ดแล้ว ถ้าลงมาต่ำกว่านี้ปริมาณน้ำตาลก็จะค่อยๆ เจือจางลง อย่างไรก็ตาม จังหวัดที่เสียหายหนัก เช่น จ.อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และ จ.นนทบุรี โดยในพื้นที่นนทบุรียังได้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ ซึ่งจังหวัดจะเป็นผู้ดำเนินการต่อไป" นายอภิสิทธิ์กล่าว

 ต่อมาเวลา 15.45 น. นายอภิสิทธิ์ได้เดินทางไปที่ ซอยภูเขาทอง 10 อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยาเพื่อตรวจเหตุเรือบรรทุกน้ำตาลล่ม ทำให้ปลาตายเป็นจำนวนมาก ขณะที่ประชาชนริมฝั่งแม่น้ำก็ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากกระแสน้ำได้กัดเซาะตลิ่ง โดยมีนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์ล่าสุด โดยนายสุวิทย์ระบุว่า ทางกรมเจ้าท่าจะสร้างเขื่อนกั้นให้ชาวบ้านและสร้างที่ดินคืนให้ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบ

 ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวภายหลังลงพื้นที่ว่า ตนได้สอบถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนการกู้ซากเรือคงจะต้องเลื่อนไป 2 วันเนื่องจากกระแสน้ำยังพัดแรง และก็ยังเป็นห่วงความปลอดภัยของชาวบ้านด้วย โดยหลังจากนี้จะนำข้อมูลเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เพื่อดูมาตรการเยียวยาและชดเชย แต่ยังพบข้อติดขัดเรื่องกฎหมายอยู่ เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ จึงต้องพิจารณาดูว่าจะนำเงินส่วนใหนมาเยียวยาได้หรือไม่

สภาทนายออกตัวพร้อมช่วยทำคดีให้ชาวบ้าน

 ว่าที่พ.ต.สมบัติ วงศ์กำแหง โฆษกสภาทนายความ กล่าวถึงกรณีเรือบรรทุกน้ำตาลของบริษัทไทยมารีน ซัพพลาย จำกัด ล่มกลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณอำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา เป็นเหตุให้น้ำตาลทราย กว่า 7 พันตันรั่วไหล จนรัฐบาลประกาศให้เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ว่า ความเสียหายเรื่องนี้สามารถแบ่งได้ 2 ส่วน คือ ส่วนคดีอาญา ความผิดฐานกระทำโดยประมาท ซึ่งส่วนความผิดฐานประมาท ต้องพิสูจน์ว่าเจ้าของเรือได้กระทำโดยประมาทหรือไม่ คือมีการตรวจสอบความพร้อมของเรือ มีการควบคุมไม่ให้บรรทุกน้ำหนักเกินหรือไม่ ซึ่งประชาชนที่ได้รับผลกระทบสามารถไปร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนท้องที่ได้ และส่วนที่สองคือ คดีแพ่ง ที่แบ่งเป็นคดีกระทำละเมิด กับคดีสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรียกค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยได้ โดยต้องฟ้องคดีต่อศาลแพ่งแผนกคดีสิ่งแวดล้อม หรือศาลจังหวัดอยุธยา

  “อุบัติเหคุครั้งนี้ ถือว่าเป็นคดีสิ่งแวดล้อม เพราะเป็นกรณีเรือบรรทุกน้ำตาลเป็นผู้ก่อมลพิษลงในน้ำ ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมากในหลายจังหวัดที่แม่น้ำไหลผ่านไม่ว่าจะเป็น พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานคร และสมุทรปราการ ซึ่งหากจะฟ้องเป็นคดีละเมิดธรรมดาภาระการพิสูจน์จะตกแก่ชาวบ้าน ที่จะต้องชี้ให้ศาลเห็นว่าเหตุที่น้ำเสีย ปลาตาย เกิดจากเรือน้ำตาลล่ม แต่หากฟ้องเป็นคดีสิ่งแวดล้อม ภาระการพิสูจน์จะตกแก่ฝ่ายเจ้าของเรือทันที ”   ว่าที่ พ.ต.สมบัติ โฆษกสภาทนายความ กล่าวและว่า ขณะที่การฟ้องคดีสิ่งแวดล้อมจะมีพยานผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้เบิกความประกอบ และสามารถเรียกค่าเสียหายในอนาคตได้ อย่างไรก็ดีสภาทนายก็พร้อมจะให้ความช่วยเหลือกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบในการฟ้องร้องดำเนินคดีด้วย

 เรือบรรทุกสินค้าหลายร้อยลำค้างที่อ่างทอง

 ส่วนความเดือนร้อนเริ่มขยายวงกว้างมาถึงผู้ที่เดินเรือส่งสินค้าที่ไม่สามารถนำสินค้าลงเรือเดินทางไปได้เนื่องจากกรมเจ้าท่าสั่งห้ามเรือส่งสินค้าทุกชนิดวิ่งผ่านจุดเกิดเหตุ ทำให้เรือหลายร้อยลำต้องจอดนิ่งบริเวณสองริมแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตพื้นที่ จ.อ่างทอง

 ล่าสุดเมื่อเวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบยังบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาหมู่ที่ 5 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เนื่องจากรับแจ้งว่ามีเรือบรรทุกทรายจอดอยู่เป็นจำนวนมากเพราะไม่สามารถเดินเรือได้ หลังจากเข้าตรวจสอบพบว่าตามจุดลงทรายในพื้นที่ป่าโมกหยุดทำการลงทราย ส่วนเรือที่รอลงทรายก็จอดอยู่ริมตลิ่งเป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นยังพบเรือที่บรรทุกทรายและดินเต็มลำต้องจอดนิ่งเพราะไม่สามารถเดินเรือไปส่งได้

 ด้านนายสมยศ โพธิ์สุน อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 / 6 หมู่ที่ 6 ต.ตะกรุด อ.เมือง จ.สระบุรี เจ้าของเรือทราย กล่าวว่า ตอนนี้เรือเหล็กบรรทุกสินค้าทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นทราย ดิน ข้าวสาร น้ำตาลทราย ต้องจอดตามที่ต่างๆหลายร้อยคัน เนื่องจากทางกรมเจ้าท่าไม่ให้เดินเรือเพราะกำลังมีการกู้เรือที่จมน้ำในพื้นที่จังหวัดอยุธยา ทำให้ตนต้องรออย่างไม่มีกำหนดเพราะลงทรายไปแล้วก็ไม่สามารถเดินเรือได้ทางท่าทรายจึงยังไม่มีการลงทรายแต่อย่างใดทำให้ตอนนี้หลานคนต้องเดือนร้อนกันไปหมด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกหนักทำให้เรือที่บรรทุกดินแล้วเต็มลำต้องช่วยกันนำดินทิ้งน้ำเนื่องจากน้ำฝนทำให้ดินอุ้มน้ำเพิ่มน้ำหนักขึ้นหากไม่นำดินทิ้งน้ำเกรงว่าเรือจะจมลงได้

 

 


เปิดอ่าน