ทหารเขมรปะทะเดือดทหารไทยรอบ3

ทหารเขมรปะทะเดือดทหารไทยรอบ 3 ส่งผลชาวบ้านบาดเจ็บ 3 รายทหาร 14 ราย ติดในหมู่บ้านนับร้อย โฆษก ทบ.เผยเขมรใช้พลุส่องสว่างก่อนระดมยิงจรวดใส่ ทหารไทยจึงจำเป็นต้องใช้ปืนใหญ่ยิงตอบโต้

(6 ก.พ. 54) แหล่งข่าวตามแนวชายแดนด้านภูมะเขือ บ้านซำเม็ง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ ระบุว่า เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ได้ยินเสียงปืนคาดว่าจะเป็นอาวุธประจำกายยิงปะทะกันช่วงเวลาสั้นๆ ประมาณ 5 นาที บริเวณที่เกิดเหตุปะทะเป็นจุดเดียวกับที่ ส.อ.วุธชรินทร์ ชาติคำดี หัวหน้าชุดยิง ร.16 พัน.2 ค่ายบดินทร์เดชา จ.ยโสธร หน่วยเฉพาะกิจที่มาปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนเขาพระวิหาร ถูกซุ่มยิงจากฝ่ายตรงข้ามด้วยกระสุนปืนอาก้า เอสเค 47 เจาะเข้าเหนือคิ้วซ้ายทะลุท้ายทอยเสียชีวิตคาที่ เป็นสาเหตุให้เกิดการปะทะรอบ 2 ซึ่งการปะทะครั้งนี้ไม่มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด

 "หลังเหตุการณ์ปะทะทหารไทยได้จับตัวทหารกัมพูชาได้ 6 คน แต่ได้ปล่อยกลับไปหมดแล้ว เนื่องจากไม่อยากให้เกิดภาวะตึงเครียดเพิ่มขึ้นอีกหลังสถานการณ์เริ่มจะคลี่คลาย หลังจากเจรจากันระหว่าง พล.ท.ธวัชชัย สมุทรสาคร แม่ทัพภาคที่ 2 กับ พล.อ.เจีย มอน แม่ทัพภูมิภาคที่ 4 กองทัพกัมพูชา และ พล.ท.ซรัย ดึ๊ก ผบ.พล สนับสนุนที่ 3 ว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะไม่ใช้อาวุธปืนปะทะกันอีก ขณะเดียวกันได้มีการส่งมอบตัวทหารไทยทั้ง 4 นาย ที่ถูกกักตัวไว้ในวันที่เกิดเหตุปะทะรอบแรกวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา" แหล่งข่าวเปิดเผย

ปะทะรอบ3-ทหารเจ็บ2

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 18.40 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุทหารไทยปะทะกับทหารกัมพูชาบริเวณช่องโดนอาวน์ ภูมะเขือ ต.รุง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ โดยช่วงแรกมีการใช้อาวุธประจำกายยิงซุ่มยิงทหารไทย และปะทะกันประมาณ 10 นาที จากนั้นมีการใช้ปืนใหญ่ไม่ทราบชนิดยิงตอบโต้กันประมาณ 10 ครั้ง เบื้องต้นพบว่ามีทหารได้รับบาดเจ็บ 2 คน การปะทะกันครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 หลังจากการปะทะกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่า เมื่อเวลา 18.40 น. ทหารฝ่ายกัมพูชาได้ใช้พลุส่องสว่าง หลังจากนั้นได้ยิงกระสุนปืนใหญ่รถถังเข้ามายังบริเวณช่องโดนอาวน์ ทำให้ทหารฝ่ายไทยไม่มีทางเลือก จำเป็นต้องตอบโต้ตามกฎของการใช้กำลัง จากนั้นสถานการณ์ได้พัฒนาไปจนกระทั่งฝ่ายกัมพูชาได้ยิงจรวดดีเอ็ม 21 เข้ามายังฝั่งไทย ทำให้ทหารไทยต้องใช้ปืนใหญ่ยิงตอบโต้ ต่อมากองทัพภาค 2 ได้เริ่มต้นการเจรจากับฝ่ายทหารกัมพูชาเพื่อให้หยุดยิง ควบคู่ไปกับการใช้อาวุธยิงตอบโต้ ตามกฎการใช้กำลัง

 "เขมรเป็นฝ่ายที่เริ่มยิงกระสุนส่องสว่าง และยิงกระสุนปืนยาวก่อน เราจึงตอบโต้ และบานปลาย เขมรใช้เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้อง ตอนนี้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังคงพยายามเร่งประสานกับเขมรอยู่ ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงยิงกระสุนส่องสว่างเข้ามาก่อน เข้าใจว่า รมว.กลาโหม และนายกรัฐมนตรีทราบเรื่องแล้ว ยืนยันว่าขณะนี้เราตอบโต้ทางบกเท่านั้น ทางอากาศยังไม่มี เชื่อความสูญเสียมีแน่นอน แต่ยังไม่ได้รับรายงาน ย้ำว่าไทยตอบโต้อย่างพอเหมาะพอสม ที่เราไม่อยากทำหนัก เพราะกลัวคำครหาว่าเราไปรังแกประเทศที่ด้อยกว่า เพราะเรามีศักยภาพที่มากกว่า" พ.อ.สรรเสริญกล่าว

 โฆษกกองทัพบกกล่าวอีกว่า สถานการณ์ขณะนี้จนกระทั่งเวลา 21.00 น. ยังไม่มีท่าทีว่าจะสงบ ทหารกัมพูชาระดมยิงปืนใหญ่รถถังเข้ามาตกบริเวณบ้านพรายยาว ฝั่งขวาของเขาพระวิหารประมาณ 5 กิโลเมตร กินพื้นที่บริเวณรอบเขาพระวิหารลงมาทางช่องเขาสะพายโมย ส่งผลให้ฝ่ายไทยได้รับความเสียหาย สถานการณ์ยังพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ เมื่อกองกำลังทหารกัมพูชาตอบโต้ด้วยการยิงจรวดติดรถแบบบีเอ็น 21 จำนวนมากถล่มเข้ามาในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝ่ายไทยจำเป็นต้องระดมยิงปืนใหญ่ตอบโต้อย่างต่อเนื่องเช่นกัน

 "ผมมั่นใจว่าทางผู้บังคับบัญชาและผู้ใหญ่ในระดับรัฐบาลพยายามประสานไปยังผู้ใหญ่ฝ่ายกัมพูชาขอให้หยุดยิง ซึ่งยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร ฉะนั้นทางฝ่ายหารไทยจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตอบโต้เพื่อไม่ให้เกิดการเสียเปรียบในการเจรจาหยุดยิง" พ.อ.สรรเสริญ กล่าว

 นายนคร ปริญญานันท์ รักษาการแทนนายอำเภอกันทรลักษ์ กล่าวว่า เตรียมศูนย์อพยพประชาชนไว้ 12 จุด เช่น วัด โรงเรียน ศาลเจ้า เป็นต้น ส่วนเรื่องอาหาร น้ำดื่ม ห้องน้ำ เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องเร่งช่วยกันหาเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วน หลังมีทหารไทยปะทะกัมพูชาครั้งที่ 3 ทั้งนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ที่อพยพเข้ามาอยู่ในศูนย์รู้สึกตกใจและมีสีหน้าเครียด และกังวลตลอดเวลา

ปืนใหญ่ถล่ม-13หมู่บ้านหนีตายวุ่น

 เมื่อเวลา 20.00 น. นายบุญรวม พงษาปาน ผู้อำนวยการโรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ขณะยังหลบอยู่ในหลุมหลบภัยว่า ช่วงเวลาเริ่มปะทะมีประชาชนในพื้นที่ประมาณ 300-400 คน จากนั้นมีเสียงตามสายให้ออกนอกพื้นที่ โดยมีชาวบ้านอยู่ที่หลุมหลบภัยของหมู่บ้านประมาณ 100 คน และยิงปืนใหญ่เข้ามาตกใกล้หลุมหลบภัยอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เลือกเป้าหมายว่าเป็นทหาร หรือประชาชน

 "ได้ยินเสียงปืนใหญ่ยิงกันประมาณ 1 นาที ต่อ 50 ลูก ตอนนี้ยังไม่รู้ใครเป็นไรบ้าง ไม่กล้าออกจากหลุมหลบภัย เราอยู่ในหลุมหลบภัยถ้าแค่สะเก็ดเราปลอดภัย แต่ถ้าลูกใหญ่มาก็ไม่รอด ที่ไม่ไปไหนเพราะเชื่อที่รัฐบาลบอกว่าคุยกันแล้ว เชื่อว่าการเจรจาน่าจะเป็นผล แต่ตอนนี้น่าจะไม่ใช่เช่นนั้น น่าจะเป็นสงครามกันแล้ว"

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในหมู่บ้านภูมิซรอล ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ รถยนต์จำนวนมากอพยพวิ่งสวนเข้าตัวเมืองด้วยความโกลาหล ทุกหมู่บ้านดับไฟป้องกันการโจมตี ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนทยอยออกจากที่ศูนย์อพยพเพราะไม่มั่นใจว่าจะปลอดภัย

 นายวีรยุทธ ดวงแก้ว กำนันตำบลเสาธงชัย กล่าวว่า ชาวบ้าน 13 หมู่บ้านในพื้นที่ ต.เสาธงชัย ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก พยายามเร่งอพยพชาวบ้านกว่า 1 หมื่นคน ไปอยู่ที่ศูนย์อพยพหลายจุดที่เตรียมไว้ใน อ.กันทรลักษ์

ขณะที่นางสาวสุปราณี มาตเนตร ชาวยโสธร แฟนสาววัย 20 ปีของ ส.อ.วุธชรินทร์ ชาติคำดี หัวหน้าชุดยิง ร. 16 พัน 2 ค่ายบดินทร์เดชา จ.ยโสธร หน่วยเฉพาะกิจที่มาปฏิบัติหน้าที่บริเวณชายแดนเขาพระวิหารที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยและกัมพูชา เสียใจที่ต้องเสียคนรัก ตอนนี้อยากให้เหตุการณ์สงบ อยากให้คนไทยปรองดองกัน อยากให้สองประเทศปรองดองกัน จะได้ไม่ต้องเกิดความสูญเสียขึ้นอีก

 อย่างไรก็ตามล่าสุดมีรายงานว่า ได้มีการเจรจาหยุดยิงแล้ว ส่งผลชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ทหารไทยเจ็บ 4 ราย และทางการไทยได้มีคำสั่งปิดด่านชายแดนโอมสะเม็ด จ.สุรินทร์

อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 00.30น.วันที่  7  ก.พ.นพ.วันชัย เหล่าเสถียรกิจ ผอ.รพ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า สำหรับยอดทหารที่ได้รับบาดเจ็บมีทั้งหมดจำนวน 14 นาย ส่วนใหญ่จะถูกสะเก็ดระเบิดเข้าตามร่างกาย ในจำนวนนี้มีอาการสาหัส 1 นาย ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี อย่างไรก็ตามทางโรงพยาบาลก็มีความพร้อมที่จะให้บริการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บตลอดเวลา

 พ.อ.สรรเสริญ เปิดเผยอีกว่า การปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาซึ่งเริ่มตั้งแต่ช่วงค่ำและหยุดยิงเวลา 21.25 น. จากนั้นเวลา 23.40 น. ทางกองกำลังสุรนารีแจ้งว่าเกิดการยิงกันอีกประปราย โดยเฉพาะทางกัมพูชาต้องการจะยึดบริเวณเนินภูมะเขือและเขาสัปปะโสม ซึ่งเป็นพื้นที่ได้เปรียบแต่กำลังทหารไทยพยายามยิงตอบโต้ผลักดันทหารกัมพูชา และที่ผ่านมาเรารักษากติกาที่เจรจากันมาโดยตลอด ซึ่งคาดว่าทางกัมพูชาจะสูญเสียมากจึงเปิดฉากยิงก่อน

 นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การยิงตอบโต้กันระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมา ได้หยุดยิงเมื่อเวลาประมาณ 21.45 น. โดยรัฐบาลได้รับแจ้งจากพื้นที่ว่า ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงตอบโต้กันแล้ว กรณีนี้ชัดเจนว่า ทางกัมพูชาได้ละเมิดข้อตกลง เป็นฝ่ายยิงก่อนชัดเจน ทางพื้นที่ก็ประท้วงไปแล้ว หลังจากนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายทหารที่จะตรวจสอบถึงสาเหตุการละเมิดข้อตกลงดังกล่าว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศก็มีการประสานกับทางการกัมพูชาโดยตลอดอยู่แล้ว โดยการออกหนังสือประท้วงเมื่อเห็นว่าสถานการณ์ต้องประท้วงแล้ว

 "หลังจากนี้เราก็หวังว่าเราจะได้กลับมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการดูแลคนบาดเจ็บและเสียชีวิต ส่วนเรื่องสถานการณ์ชายแดนเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงกลาโหมร่วมกันดำเนินการติดต่อประสานงานต่อไป ในส่วนการแก้ปัญหาระหว่างประเทศ ขณะนี้ยังเป็นระดับรัฐมนตรีอยู่ ขณะเดียวกันเราก็มีข้อตกลงในเรื่องสายด่วน สายตรงอยู่แล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นต้องให้ท่านนายกฯ โทรสายตรงถึงสมเด็จฮุน เซน เพราะเราคิดว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่ถึงขั้นกระทบต่อความสัมพันธ์ทั้งหมด ซึ่งปีนี้เป็นปีครบรอบความสัมพันธ์ 60 ปี เรายังมีโอกาสที่จะกระชับความสัมพันธ์ในหลายวิธี" นายปณิธานกล่าว

 นายปณิธานกล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่อพยพออกจากพื้นที่ว่า เบื้องต้นรัฐบาลจะดูในเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ถ้าสถานการณ์ยังตึงเครียดอยู่ และยังมีความไม่ปลอดภัย รัฐบาลก็จะต้องดูแล ยังไม่ให้กลับเข้าไปในพื้นที่ โดยวันที่ 7 กุมภาพันธ์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกฯ และนายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย จะลงพื้นที่ไปพบชาวบ้าน เข้าใจว่าเบื้องต้นจะต้องทำหลุมหลบภัยที่แข็งแรง รวมถึงสร้างสิ่งปลูกสร้างใหม่ๆ ให้ หลังจากรัฐมนตรีลงไปแล้วคงจะมีความชัดเจนขึ้นว่ารัฐบาลจะช่วยอะไรบ้าง ขณะเดียวกันก็ต้องรอดูว่าทางฝั่งกัมพูชาจะตอบกลับมาอย่างไร หลังจากเราทำหนังสือประท้วงไปว่าเขาละเมิดข้อตกลงก่อน

บุรีรัมย์ทหารยังคงตรึงกำลังพื้นที่ชายแดน

   หลังจากมีเหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชา  ที่บริเวณชายแดน จ.ศรีสะเกษ    ทำให้บรรยากาศตามแนวชายแดนที่บริเวณช่องสายตะกู  และช่องโอบก ที่ อ.บ้านกรวด  จ.บุรีรัมย์   ยังคงมีกำลัง ทหารพราน และ ตำรวจตระเวนชายแดน  .ดูแลรักษาความสงบ  ขณะที่ทางอำเภอได้ประสานไปยังผู้นำท้องถิ่น ให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด  ส่วนประชาชนหมู่บ้านตามแนวชายแดน โดยเฉพาะชาวบ้าน ม.6  ต.จันทบเพชร  ที่อยู่ห่างจากชายแดนเพียง 5 กิโลเมตร  บางส่วนได้เข้าไปกรีดยางและใช้ชีวิตตามปกติ

 นายณัฐ   ชาติวัฒนศิริ  นายอำเภอบ้านกรวด    จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า  เหตุปะทะกันระหว่างทหารไทยกัมฝ่ายกัมพูชาที่บริเวณชายแดน จ.ศรีสะเกษ   ส่งผลกระทบกับการเจรจาเปิดจุดผ่อนปรนบริเวณช่องสายตะกู ต.จันทบเพชร  อ.บ้านกรวด  ที่จะต้องเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด   ทั้งนี้หากสามารถเปิดจุดผ่อนปรนบริเวณช่องสายตะกูดังกล่าวได้  จะส่งผลดีกับประชาชนทั้ง สองฝ่าย  เพราะจะสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากันได้   ดังนั้นจึงอยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวยุติลงโดยเร็ว

ตชด.อพยพ5พันชีวิตหนีการปะทะไทย-เขมร

 พล.ต.ต.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับผิดชอบช่วยเหลือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ประกาศเป็นพื้นที่ภัยภิบัติ อ.กันทรลักษณ์ จ.ศีรสะเกษ โดยกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ได้เข้าไปดูแล นำรถบรรทุกเข้าไปช่วยเหลืออพยพประชาชนทั้งสิ้น 5 พันคน และประสานกับทหารและฝ่ายปกครองให้มาพักอาศัยในที่ที่ปลอดภัย ดูแลทรัพย์สินของประชาชนไม่ให้เกิดการลักทรัพย์ขึ้นระหว่างที่มีการอพยพไปอยู่ที่อื่น ดูแลการขนย้ายประชาชนกลับพื้นที่หลังเหตุการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ดูแลโรงเรียนตระเวนชายแดนในพื้นที่ นอกจากนั้นตชด.ต้องเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูบ้าน โรงเรียนที่ได้รับความเสียหาย ส่วนกองบัญชาการตำรวจภูธณภาค 3 นั้นก็ให้เข้าไปดูแลช่วยเหลือผู้อพยพทั้งในชีวิตและทรัพย์สิน

กรณ์ชี้แก้ปัญหาไทย-เขมรต้องเปิดโต๊ะเจรจา

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายกรณ์ จาติกวณิช  รมว.คลัง ได้ลงพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอน เพื่อติดตามโครงการนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะโครงการประกันรายได้เกษตรกร โครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ และโครงการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

 ทั้งนี้ รมว.คลัง กล่าวว่า ราษฎรในพื้นที่ จ.แม่ฮ่องสอนได้รับประโยชน์จากโครงการประกันรายได้ที่เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าว ซึ่งถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของ จ.แม่ฮ่องสอน ส่วนผลผลิตพืชเกษตรอื่น ๆ ที่รัฐบาลจะหาแนวทางการช่วยเหลือประกันรายได้ต่อไป 
 
 นายกรณ์ กล่าวว่า การจัดตั้งกองทุนการออมแห่งชาติที่จะเป็นโอกาสให้เกษตรกรผู้ที่มีอาชีพอิสระที่ไม่อยู่ในหลักประกันสังคมสามารถที่จะออมเงิน โดยมีรัฐบาลจะสมทบเงินออมของประชาชน ซึ่งเป็นกองทุน ฯ ที่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรหรือผู้ที่มีรายได้น้อยโดยตรง ซึ่งกฎหมายเพิ่งจะผ่านและอยู่ในช่วงการดำเนินการในขั้นสุดท้ายของวุฒิสภา คาดว่ากลางปี 2555 รัฐบาลจะเริ่มประกาศรับสมาชิกให้เริ่มต้นการออมได้ทันที

 สำหรับปัญหาตามแนวชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชานั้น รมว.คลัง กล่าวว่า รัฐบาลมีความเป็นห่วงพี่น้องประชาชนคนไทยที่อยู่ตามแนวชายแดนไทยด้านความปลอดภัย และขณะนี้มีผลกระทบด้านเศรษฐกิจจากการพึ่งพาการค้าทางด้านชายแดนกัมพูชา ตลอดเวลาที่ผ่านมาฝั่งไทยได้เปรียบทางด้านการค้า ไทยเราสามารถจำหน่ายสินค้าให้กัมพูชามากกว่าเราซื้อสินค้าของกัมพูชา ซึ่งเมื่อเกิดปัญหาก็มีผลกระทบกับพ่อค้าคนไทยอย่างแน่นอน และความเป็นอยู่ของพี่น้องชาวไทยที่อยู่ตามแนวชายแดน อย่างไรก็ตามรัฐบาลอยากให้ลดความตรึงเครียดลง และนำไปสู่โต๊ะเจรจาพูดคุยเพื่อหาทางออกโดยสันติซึ่งจะเป็นประโยชน์ของทั้งสองประเทศ

"เพื่อไทย"จี้"นายกฯ-กษิต"ลาออก

 ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารไทยกับกัมพูชาบริเวณแนวชายแดน จนมีทหารและพลเรือนเสียชีวิต ว่า พรรคเพื่อไทยขอแสดงความเสียใจกับ 2 ฝ่าย ทั้งไทยและกัมพูชา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนความล้มเหลวของรัฐบาล และการขาดภาวะผู้นำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปล่อยให้ปัญหากรณีของนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ถูกจับกุมเรื้อรังเรื่อยมา ไม่เข้าไปจัดการเอง เอาแต่โยนให้กระทรวงการต่างประเทศ ที่มีนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ซึ่งมีข้อพิพาททางใจกับนายกฯกัมพูชาดำเนินการ รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายด้านการต่างประเทศที่ไร้เดียงสา นำการแก้ปัญหาการเมืองไปภายในไปผูกโยงกับการเมืองระหว่างประเทศ เปลี่ยนจากสนามการค้าเป็นสนามรบ อยากให้รัฐบาลทบทวนนโยบายต่างประเทศเสียใหม่ เพราะ 2 ปีที่ผ่านมาล้มเหลวมาตลอด ปัญหาที่เกิดขึ้นนายอภิสิทธิ์ควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก ไปพร้อมกับนายกษิต ให้คนอื่นมาทำหน้าที่แทน คนในพรรคประชาธิปัตย์ยังมีดี ๆ เก่ง ๆ อีกเยอะ ในพรรคร่วมรัฐบาลก็มี

 

 


เปิดอ่าน