DSIพบเพชรซาอุฯชุดล่าสุด5ชิ้นพร้อมส่งคืน

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ต.อ.ณรัชย์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยกรณีการติดตามเครื่องเพชรของประเทศซาอุฯที่ถูกขโมยไปว่า ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

 ได้รับความไว้วางใจจากประเทศซาอุฯและรัฐบาลให้ดูแลรับผิดชอบคดีเพชรหายนี้เป็นคดีพิเศษ เนื่องจากยังได้ของกลางไม่ครบถ้วน  ซึ่งยังส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับซาอุฯ   ล่าสุดพบของกลางอีกเป็นจำนวน 5 ชิ้น  เช่น สร้อยข้อมือทอง 18 เค ลักษณะสานสร้อยทับกัน สร้อยคอถักทรงกลม ตรงกลางมีจี้เป็นรูปตราสัญลักษณ์คล้ายตราแผ่นดินของซาอุฯ และเครื่องประดับที่ทำจากมรกต ทั้งนี้ได้ส่งมอบให้ทางการเอกอัคราชทูตซาอุฯได้ดูแล้ว ท่านบอกเพียงแต่ว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นทรัพย์สินที่สูญหายไปจากซาอุดีอาระเบีย  ต้องให้ทาง DSI ตรวจสอบอีกครั้ง

 พ.ต.อ.ณรัชย์ ยังกล่าวอีกว่าของกลางทั้ง 5 ชิ้นได้เก็บไว้ที่ตู้นิรภัยของธนาคาร ทั่งนี้เพื่อให้เกิดความโปร่งสใหากจะมีการนำออกไป  เพราะหากการที่จะทำพิธีมอบคืนนั้นต้องเป็นเพชรที่มีมูลค่าสูง(Blue Diamond)  และมีปริมาณที่มากพอ  ในขณะที่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยก็ได้ทุ่มเททั้งงบประมาณ เวลา และเจ้าหน้าที่ เพื่อที่จะได้นำของกลางมาคืนให้กับซาอุฯและกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทย ซาอุฯ

 "ใครที่ครอบครองเพชรซาอุฯหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง หากต้องการจะส่งเพชรคืนสามารถส่งพัสดุมาได้ที่ DSI และไม่ต้องกังวลว่าเจ้าหน้าที่จะทำการใดๆ เพราะคดีขาดอายุความแล้ว  ถึงแม้ว่าท่านครอบครองไว้ก็ไม่สามารถทำให้รวยเพิ่มขึ้น  ตรงกันข้ามหากเรานำไปคืนแก่เจ้าของเขา ทางซาอุฯอาจจะอนุญาตให้คนไทยเข้าไปทำงาน นำเงินกลับเข้าประเทศ หรือปล่อยวีซ่าให้คนซาอุฯ มาเที่ยวประเทศไทย เป็นการสร้างรายได้ให้กับการท่องเที่ยวเป็นจำนวนมหาศาล  แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือศักดิ์ศรีของคนไทย ที่จะไม่ให้ใครต่อว่าเราได้ว่าเป็นคนขี้โกง" พ.ต.อ.ณรัชย์ กล่าว

 ด้านนายนาบิล  แอชรี (Mr.Nabil H.N. Ashri) อุปทูตซาอุดิอาระเบีย ประจำประเทศไทย กล่าวว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้เพชรกลับคืนสู่ประเทศ แต่ก็ไม่อยากจะเรียกร้องอะไร  ส่วนรายละเอียดต้องสอบถาม DSI


เปิดอ่าน