"แป๊ะ 8 กิโล"

เที่ยงคืนวันที่ 1 ตุลาคมนี้ บรรดานายตำรวจหลายนายชั้นยศนายพล ที่ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายระดับ "รองผบ.ตร.-ผบช." ครั้งล่าสุด คงต้องไปทำหน้าที่ในตำแหน่งใหม่ของตนเองทันที

แม้ว่าขั้นตอนแรกในการพิจารณาเสร็จสิ้น แต่ก็ยังไม่สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ อาจมีแนวโน้มว่า นายพลที่ได้รับการแต่งตั้งโยกย้าย ต้องไปทำหน้าที่ใหม่ โดยมีคำว่า รักษาการนำหน้าตำแหน่งไปพลางๆ ก่อน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายหรือกระทบต่อการบริหารงาน

 วันก่อนกระจอกข่าวอ้อนแอ้น พบเจอ "พล.ต.ท.จักรทิพย์ ชัยจินดา" ว่าที่ ผบช.น. โดยบังเอิญ!!

 ในอดีต พล.ต.ท.จักรทิพย์ เคยดำรงตำแหน่ง รอง ผบช.น. ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เป็นนายตำรวจ รูปร่างเล็ก ส่วนสูงประมาณ 165 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 65 กิโลกรัม ผู้ที่รู้จักมักคุ้นจะจดจำ พล.ต.ท.จักรทิพย์ หรือพี่แป๊ะ นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 20 นักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 36 ได้เป็นอย่างดี

 ที่สำคัญนายตำรวจท่านนี้ ผ่านงานทั้งบู๊และบุ๋น ร่วมพิชิตคลี่คลายคดีสำคัญมามากมายแทบนับไม่ถ้วน จนตำรวจรุ่นพี่หลายท่าน หรือผู้บังคับบัญชา ไว้ใจในฝีไม้ลายมือ และครั้งหนึ่งเคยเป็นตัวแทนเสี่ยงตาย ขับรถยนต์ไปเปลี่ยนให้นักโทษที่แหกเรือนจำจังหวัดสมุทรสงคราม แล้วจับเจ้าหน้าที่เรือนจำเป็นตัวประกัน ขณะขับรถยนต์ไปนายตำรวจท่านนี้ มีเพียงอาวุธปืนขนาด.38 มีกระสุน 6 นัด ซึ่งหยิบยืมมาจากตำรวจชั้นประทวน เพื่อเป็นอาวุธป้องกันตัวเพียงเท่านั้น แต่ด้วยความที่ไม่กลัว กล้าเสี่ยงตาย แม้จิตใจยังหวาดหวั่นบ้าง นายตำรวจท่านนี้ต้องยอมพร้อมสู้ เพื่อช่วยเหลือตัวประกันให้ปลอดภัย

 แต่ทว่าการพบเจอกันคราวนี้ ทำให้กระจอกข่าวตกใจในเอกลักษณ์ภายนอกใหม่ของพี่แป๊ะ เพราะรอบเอวกางเกงสีกากีมีสารพัดอาวุธและเครื่องมือพิเศษติดตามเข็มขัดเต็มไปหมด จึงเริ่มนึกถึงคำบอกเล่าของพี่น้องพ้องเพื่อนว่า พี่แป๊ะ มีฉายาใหม่ว่า "แป๊ะ 8 กิโล"

 ด้วยความคันปากและอยากรู้...เหตุใดต้องพกมากมายน้ำหนักเกือบ 8 กิโล ?!!

  "รับภารกิจสำคัญดูแลอารักขาบุคคลสำคัญ ทุกอย่างต้องเตรียมพร้อมตลอดขณะปฏิบัติหน้าที่ เพราะเป็นหลักสากล" พี่แป๊ะตอบอย่างมั่นใจ

 พร้อมทั้งสาธยายสรรพาวุธเคลื่อนที่มีทั้ง ปืนพกขนาด 9 มิลลิเมตร แม็กกาซีน 3 แม็ก พร้อมบรรจุกระสุนรวมแล้วประมาณ 40 นัด ปืนพกแบบแบ็กอัพขนาด 11 มิลลิเมตร ขนาด 4 นิ้ว พร้อมแม็กกาซีน 3 แม็ก บรรจุกระสุนรวมแล้วประมาณ 24 นัด แก๊สน้ำตาแบบฉีด มีดพับอเนกประสงค์ กุญแจมือ ไฟฉายขนาดเล็ก ดิ้วเหล็ก และวิทยุสื่อสาร รวมเบ็ดเสร็จน้ำหนักประมาณ 8 กิโลกรัม

 "ถามว่าหนักไหม หนักนะ แต่จำเป็นเพราะเวลาเจอสถานการณ์เฉพาะหน้าแบบไหน เราควรใช้อะไร" พี่แป๊ะบอกด้วยรอยยิ้ม ก่อนขอตัวไปทำงานต่อ กระจอกข่าวจึงกระเซ้าต่อว่า ไม่กี่วันข้างหน้า นั่งทำงานในตำแหน่ง ผบช.น. ผู้ใต้บังคับบัญชา ต้องปฏิบัติตามหรือไม่ แล้วจะแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่สูงขึ้นได้อย่างไร?

 "พี่บอกแล้วว่าทุกอย่างต้องดูที่ภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ไม่ต้องปฏิบัติเหมือนผม แต่ทุกอย่างต้องพร้อมในการรับภารกิจนั้นๆ เพราะแต่ละภารกิจ ไม่เหมือนกัน ไม่จำเป็นที่ทุกคนต้องทำเหมือนผม ขอให้มีความพร้อม ส่วนการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมที่สูงขึ้น อาจต้องเรียกผู้กำกับแต่ละสถานี มาสอบถาม นำปัญหาอาชญากรรมในพื้นที่วางที่โต๊ะแล้วมาสุมหัวระดมใช้ความคิดเพื่อลดอาชญากรรมทุกรูปแบบ โดยจะพยายามทำให้สถิติลดลงให้ได้ แล้วจะแก้ปัญหาที่ละขั้นตอน ลดระดับ 6-7 แล้วค่อยๆ ลดลงมาที่ละเรื่องๆ ขอให้เชื่อผมเถอะ แล้วผมต้องพยายามทำให้ดีที่สุดไม่ต้องห่วง"

 ว่าที่ ผบช.น.รับประกันขนาดนี้แล้ว...คงต้องรอดูต่อไปว่าโจรเมืองหลวง ยังกล้าออกลวดลายสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในยุคของ "สุภาพบุรุษแก๊สน้ำตา" อีกหรือไม่ !


เปิดอ่าน